เติมเต็มศักยภาพ Healthcare Innovation ด้วย Design Thinking (ตอนแรก)

438

Design Thinking หรือ การคิดเชิงออกแบบ มีนิยามสั้นๆ ง่ายๆ ว่า เป็นวิธีการคิดเพื่อแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และใช้ได้จริง (Practical and Creative Problem-Solving


แนวคิด Design Thinking มีมานานกว่า 10 ปี ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่เรามักพบการนำ Design Thinking ไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือภาคบริการที่ต้องค้นหาความต้องการของลูกค้าหรือผู้บริโภคให้ได้ว่าต้องการอะไร และทำอย่างไรที่จะออกแบบสินค้าหรือบริการให้ตอบสนองความต้องการนั้นให้ได้ตรงจุด และรวดเร็วที่สุด

นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง นำไปสู่การแก้ปัญหาหรือสร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้ได้อย่างสูงสุด

อย่างไรก็ดี หากพูดถึงในแวดวงการสาธารณสุขแล้ว แนวคิดนี้ไม่ต่างอะไรจากการให้บริการสุขภาพ (Health Care) เพราะการบริการสุขภาพ ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมภาคบริการ (Hospitality Industrial) โดยยึดหลักที่เป็นสากล คือ การยึดถือผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง หรือ Patient-Centered Care

ซึ่งสอดคล้องกับหลักผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง หรือ User-Centric หรือ Human-Centered Design ของ Design Thinking


หากถามว่า เหตุใด Design Thinking ถึงสำคัญต่อการบริการสุขภาพ อาจตอบได้สองข้อหลัก 

 ข้อแรก ในอดีตที่ผ่านมา หน่วยงานสุขภาพไม่ว่าจะเป็นภาคบริการ เช่น โรงพยาบาล ไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ รวมทั้งสถาบันการศึกษาทางสุขภาพ เช่น โรงเรียนแพทย์ โรงเรียนพยาบาล ต่างพากันคิดค้นนวัตกรรมสุขภาพกันอย่างต่อเนื่อง

แต่ก็ใช่ว่าทุกชิ้นงานนวัตกรรมนั้นจะถูกนำมาใช้แก้ปัญหา หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง แต่กลายเป็นขยะนวัตกรรม ที่บางครั้งไม่สามารถนำกลับมา Reuse หรือ Recycle ได้ เป็นการสูญเสียและสิ้นเปลืองทั้งพลังสมอง เวลา งบประมาณ และทรัพยากรต่างๆ เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่า การสร้างนวัตกรรมเหล่านั้นไม่ได้คำนึงถึงบริบท ความต้องการของผู้รับบริการ หรือสภาพความบกพร่องในปัจจุบันของการให้บริการเป็นหลัก

 ข้อสอง แม้ว่าจะมีการสร้างแนวปฏิบัติทางคลินิก (Clinical Practice Guidelines) เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในการให้บริการสุขภาพ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบวิชาชีพตัดสินใจ หรือเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสมในคนไข้แต่ละกลุ่มอาการ เช่น แนวปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ แนวปฏิบัติการป้องกันความคลาดเคลื่อนในการบริหารยา แนวปฏิบัติการจัดการไข้ในผู้ป่วยเด็ก เป็นต้น

แนวปฏิบัติเหล่านี้ถูกสร้างจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice) หรือการวิจัย ซึ่งต้องเป็นการวิจัยเชิงปริมาณที่ผ่านการสืบค้นและประเมินอย่างเป็นระบบ และมีการบูรณาการความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และผู้รับบริการเพื่อทำให้เกิดการดูแลที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน

แม้ว่าวิธีการสร้างแนวปฏิบัติทางคลินิกดังกล่าว จะเป็นวิธีการหนึ่งทางการดูแลสุขภาพที่สะท้อนการคำนึงถึงผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง

แต่หากผู้ใช้นำไปใช้ขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับวิธีการใช้ การตัดสินใจ หรือใช้อย่างไม่ระมัดระวัง จะนำไปสู่วิธีการแก้ปัญหาหรือคำตอบของคำถามที่เฉพาะเจาะจงมากเกินไป ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดอย่างมากในการทำความเข้าใจและการดูแลที่ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการอย่างแท้จริง

านคิดของ Design Thinking คือ การมุ่งที่วิธีการแก้ปัญหา (Solution-Based Approach)  ไม่ใช่การพุ่งเป้าไปที่ปัญหา (Problem-Based Approach) หลายคนอาจสงสัยว่ามันต่างกันอย่างไร

สองคำนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เพราะการมุ่งที่วิธีการแก้ปัญหา จะทำให้ความคิดผุดขึ้นอย่างสร้างสรรค์และจับต้องได้ ในทางตรงกันข้าม การมุ่งที่ปัญหาอาจทำให้คิดได้อย่างจำกัด ภายใต้อุปสรรคนานัปการ และนอกจากการมุ่งที่วิธีแก้ปัญหาแล้ว Design Thinking ยังให้ความสำคัญกับความสามารถในการระบุ แยกแยะปัญหาให้ได้ (Problem-Identification) อีกด้วย

Healthcare Innovation ด้วย Design Thinking

Suzanne Gibbs Howard ผู้ร่วมก่อตั้ง IDEO University เคยตั้งคำถามเอาไว้ว่า “How do you better understand who your patients are and then create an entire ecosystem of care?” 

“คุณจะเข้าใจผู้ป่วยของคุณดีขึ้นได้อย่างไร
และจะสร้างระบบนิเวศของการดูแล
อย่างครอบ
คลุมได้อย่างไร?” 

จากคำถามนี้จะเห็นว่า เราสามารถเชื่อมโยงแนวคิดของ Design Thinking สู่การบริการสุขภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งบุคลากรทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นๆ สามารถนำไปเป็นคำถามกระตุกต่อมคิด เพื่อทำความเข้าใจชีวิต สามารถระบุว่าอะไรคือปัญหาที่ท้าทายของผู้รับบริการ

นำไปสู่การค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่มาจากความต้องการของผู้ป่วย หรือเพื่อสร้างนวัตกรรมการบริการด้านสุขภาพ (Healthcare Innovation) ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพได้ต่อไป  

เมื่อทราบถึงความสำคัญของการคิดเชิงออกแบบที่มีต่อการดูแลสุขภาพ รวมทั้งวิธีการตั้งคำถามในเบื้องต้นแล้ว การเข้าใจ กระบวนการของการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process) และการประยุกต์ใช้กระบวนการนั้นในการสร้างนวัตกรรมหรือพัฒนาคุณภาพของการดูแลสุขภาพ ก็มีความสำคัญ และมีรายละเอียดที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก

– โปรดติดตามตอนต่อไป –


อ่านเพิ่มเกี่ยวกับ Design Thinking แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังๆ

Design Thinking สุดยอดเคล็ดลับสร้างแบรนด์ Nike, Google, Apple ให้ผงาด