“รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก” อธิการบดีป้ายแดง ม.บูรพา ภารกิจนำองค์กร ก้าวสู่ “มหาวิทยาลัยแห่งอีอีซี”

ด้วยชัยภูมิของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ ณ ใจกลางพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ทำให้ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับการคาดหวังให้เป็นกำลังสำคัญด้านการผลิตบุคลากรหรือกำลังคน เพื่อตอบสนองความต้องการของอีอีซี เพราะเมื่อพิจารณาหลักสูตรที่เปิดสอนอยู่ที่นี่ ก็นับว่าครอบคลุม 10+2 S curve หรือ กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ภาครัฐวางแผนส่งเสริมให้เกิดขึ้นในพื้นที่นี้

ทว่า ในมุมมองของ รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยบูรพา มองว่า มีความท้าทายและโอกาสใดซ่อนอยู่ในการพิชิตภารกิจการผลิตบุคลากรในฐานะสถาบันอุดมศึกษาซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อีอีซีบ้าง ถ้าอยากรู้ ต้องไปอ่านบทสัมภาษณ์นี้กัน


Q : วางแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนของ ม.บูรพา เพื่อผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของ อีอีซี โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายไว้อย่างไรบ้าง

A : ถ้ามองถึงปัญหาการศึกษาในไทย ถึงแม้ไม่มีปัจจัยเรื่องโครงการอีอีซี เราต้องยอมรับว่าทิศทางของโลกมันเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่แล้ว ในอดีตเรามีการเรียนการสอนในหลักสูตรแบบคลาสสิก แบบ Supply Push คือ ทางสถาบันการศึกษากำหนดเองว่าอยากสอนอะไรก็เปิดหลักสูตรขึ้นมา ถ้าใครมีความสนใจในหลักสูตรไหนก็จะสมัครมาเรียน ในอดีตน่าจะมีปัญหาเรื่องสถานศึกษาไม่พอ แต่โลกกลับตาลปัตร คนเรียนมีน้อยลง ขณะที่สถานศึกษามีจำนวนเท่าเดิม สถานศึกษาที่ปรับตัว ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงความต้องการของผู้เรียนไม่ทัน ก็ย่อมถูกดิสรัปชั่น

เพราะฉะนั้นวันนี้ สถาบันการศึกษาทุกระดับ ต้องเปลี่ยนมายึดหลัก Demand Driven พูดง่ายๆ คือ แทนที่จะตามใจคนสอนก็ต้องเริ่มเปลี่ยนเป็นการไปสื่อสารกับคนที่เขาจะใช้บัณฑิต นั่นก็คือ สถานประกอบการ ว่าเขาอยากได้บุคลากรแบบไหน แล้วมาปรับหลักสูตร ปรับการเรียนการสอน ให้สอดคล้องหรือตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต นี่น่าจะเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่มาถูกทางมากกว่า

ทีนี้พอมีโครงการอีอีซีเกิดขึ้น ประเด็นเรื่องการผลิตกำลังคนเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ก็ยิ่งมากำหนดให้กรอบการพัฒนาหลักสูตรหรือจัดการศึกษาให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะหัวใจสำคัญของการดำเนินโครงการอีอีซีมีคีย์เวิร์ดหลักอยู่ที่ “นวัตกรรม” และ “เทคโนโลยีสมัยใหม่” มหาวิทยาลัยก็ควรจะใช้คีย์เวิร์ดนี้ในการปรับหลักสูตร ซึ่งจากการวิเคราะห์หลักสูตรของ ม.บูรพาทั้งหมด ก่อนปรับมีอยู่ประมาณ 230 หลักสูตร ทางสภามหาวิทยาลัยฯ จึงตัดสินใจยุบหลักสูตรที่ซ้ำซ้อนและไม่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่

ขณะเดียวกัน นอกจากหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว เรายังมีหลักสูตรด้านมนุษยศาสตร์ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ได้ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอีอีซีด้วย

ทักษะแรงงานแห่งอนาคต ปรับ เปลี่ยน เพิ่ม
ทักษะแรงงานแห่งอนาคต

Q : สำหรับคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการมาศึกษาเรียนรู้ หรืออบรม เพิ่มทักษะการทำงานที่จำเป็นในยุคนี้ ทางมหาวิทยาลัยมีการวางแนวทางด้านนี้ไว้อย่างไรบ้าง

A :  ประเด็นเรื่องการ Reskill / Upskill คนที่ทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ก็เป็นเรื่องที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้เป็นบทบาทสำคัญที่ต้องดำเนินการ คือคนที่เรียนจบมาแล้วไปทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรม ก็จะมีความรู้ความสามารถในตำแหน่งที่ตนเองทำอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีพัฒนาขึ้น มี เอไอ มีระบบออโตเมชั่น เข้ามาในการทำงาน พวกเขาเหล่านี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมา Reskill / Upskill เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถให้ทันสมัยมากขึ้น โดยการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรระยะสั้น

สำหรับการจัดหลักสูตรการอบรมระยะสั้นนี้ นับว่าเป็นความท้าทายของ ม.บูรพา ไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่การจัดหลักสูตรในห้องเรียนเท่านั้น แต่ยุคนี้ต้องมีการจัดหลักสูตรเรียนออนไลน์ระยะสั้นด้วย ผู้เรียนต้องสามารถเรียนผ่านคลิปวิดีโอที่เอาลงยูทูบหรือช่องทางออนไลน์อื่นได้ โดยคุณภาพการเรียนการสอนหรือเนื้อหาต้องไม่ลดคุณภาพจากการเรียนในห้องเรียนกับอาจารย์

และตอนนี้ ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ความสำคัญกับการเรียนผ่านระบบเครดิตแบงค์ Credit Bank ซึ่งระบบนี้ประเทศไทยคิดกันมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาปรับใช้จริงจัง

ยกตัวอย่าง มีนิสิตนักศึกษาไปลงทะเบียนเรียนวิชาหนึ่ง พอเรียนจบก็เก็บเป็นเครดิตไว้ได้อีก 2-3 เดือน ถ้ามีเวลาว่างตอนเย็นก็มาเรียนวิชาอื่นเพิ่ม เมื่อได้เครดิตมากพอก็สามารถขอใบประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรได้ ผมว่านี่เป็นรูปแบบการเรียนที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ดีมาก

ที่ผ่านมา เราวางจุดยืนของมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลิตบุคลากรตอบสนองความต้องการของอีอีซีอยู่แล้ว หลักสูตรไหนก็ตามที่ตอบสนองต่อความต้องการของอีอีซี เราจะพยายามปรับหลักสูตรและเปิดสอนให้ได้เร็วที่สุด และในตอนนี้ก็มีอาจารย์ของมหาวิทยาลัยหลายท่านไปทำงานเป็นส่วนหนึ่งของ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ไปช่วยงานในด้านการวิเคราะห์ฐานกำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ เพราะฉะนั้นเราพูดได้เลยว่า เรามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความต้องการของอีอีซีอย่างชัดเจน

โดยเร็วๆ นี้จะมีหลักสูตรระยะยาวที่ตอบสนองต่อการผลิตกำลังคนอีอีซี เอไอ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งหลักสูตรที่คิดขึ้นมานี้ เป็นหลักสูตรที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่จะจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนเป็นโมดูล แล้วนำโมดูลต่างๆ มารวมกัน ถ้าสะสมครบแล้วก็จะได้รับปริญญา นี่ก็เป็นอีกหนึ่งมิติใหม่การเรียนการสอนที่ทันสมัย คนที่มาเรียนสามารถดีไซน์ด้วยตัวเองว่า จะเอาความรู้ที่เรียนไปทำอะไร ก็ให้เลือกโมดูลที่เหมาะกับอาชีพของตัวเอง


Q : ในมุมมองของท่าน บัณฑิตที่ ม.บูรพา ผลิตออกไป พวกเขาต้องมีคุณสมบัติอะไร จึงจะตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอีอีซีหรืออุตสาหกรรมสมัยใหม่

A : เป็นความฝันของนักวิชาการศึกษาทั่วโลกอยู่แล้ว ที่อยากให้บัณฑิตทุกคนมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งทักษะของบัณฑิตในฝันนี้ประกอบด้วย 4 ข้อ

1) Creativity ความคิดสร้างสรรค์ เพราะเราไม่ได้อยากได้คนทำงานที่นั่งทำตามเจ้านายสั่งอย่างเดียว แต่ต้องการคนทำงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ สั่งหนึ่งสามารถทำได้ถึงสอง-สาม-สี่-ห้า

2) Collaboration สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ โลกปัจจุบันเราไม่สามารถจะอยู่คนเดียวได้ แม้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีจะทำให้มนุษย์เราสามารถอยู่คนเดียวได้สะดวกสบายขึ้นก็ตาม แต่ในเรื่องการทำงานนั้น เราจำเป็นต้องร่วมมือกับคนอื่น การทำงานเป็นทีมจึงเป็นเรื่องสำคัญ

3) Communication การสื่อสาร เมื่อเราทำงานเป็นทีมก็ต้องมีการสื่อสารกัน ต้องคุยกับคนอื่นรู้เรื่อง สามารถอธิบาย สื่อสาร ทำความเข้าใจเพื่อทำงานร่วมกัน และทำให้งานนั้นสำเร็จให้ได้

4) Critical Thinking คิดอย่างเป็นระบบ คิดแบบมีเหตุมีผล มีลำดับ มีวิธีการ สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ตัดสินโดยใช้ความรู้สึกหรืออารมณ์ แต่ต้องมีเหตุผลมีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ประกอบการตัดสินใจ

ผมเชื่อมั่นว่า ถ้าสามารถบ่มเพาะและปลูกฝังให้บัณฑิตของ ม.บูรพา มีทักษะ 4 ข้อนี้ พูดง่ายๆ ว่าอยู่ในสังคม คิดสร้างสรรค์ได้ คุยกับชาวบ้านรู้เรื่อง และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล

จากนั้น ผู้เรียนต้องไม่หยุดแค่ 4 ทักษะนี้ แต่ต้องสามารถพัฒนาศักยภาพของ 4 ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างทักษะด้านการสื่อสาร ต้องไม่หยุดแค่สามารถสื่อสารกับผู้ร่วมงานชาวไทยได้ แต่ต้องพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ เพื่อสื่อสารกับคนทำงานต่างชาติด้วย

สำหรับ ม.บูรพา เราอยากได้บัณฑิตที่ไม่ใช่รู้แค่วิชาของตัวเองเท่านั้น แต่ต้องมีความรู้พิเศษเสริมรอบด้านด้วย สมมติมีบัณฑิตที่จบมาทางด้านบริหารธุรกิจ ตั้งใจว่าจบออกไปจะเป็นเจ้าหน้าที่บริหารอยู่ประจำโรงงาน แต่การไปทำงานในโรงงานก็ต้องมีความรู้เสริม เช่น ความรู้เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม อย่าง พ.ร.บ.วิศวกร พ.ร.บ.แรงงาน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม หรือต้องรู้จักเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เอามาใช้ในการบริหารโรงงาน ต้องใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ เป็น ผมอยากให้บัณฑิตของเราจบออกไปพร้อมทำงานเลย นี่คือความหวังที่เราต้องการ


Q : แนวทางหรือนโยบายในการพัฒนางานวิจัยของ ม.บูรพา ให้ตอบโจทย์ความต้องการของท้องถิ่นและภาคอุตสาหกรรมในอีอีซีเป็นอย่างไร

A :  โครงการอีอีซี กับ ม.บูรพา มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพราะ ม.บูรพา เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีสหสาขาวิชาหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และชัยภูมิที่ตั้งก็เป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในศูนย์กลางของอีอีซี รอบมหาวิทยาลัยมีทั้ง ภาคอุตสาหกรรม ทะเล สนามบิน ท่าเรือ ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทางอีอีซีจึงเห็นความสำคัญและมาทำข้อตกลงกับ ม.บูรพา และผลักดันให้เป็น มหาวิทยาลัยแห่งอีอีซี ซึ่งถือเป็นเกียรติ แต่ก็เป็นทั้งความท้าทายและความหนักใจด้วยในเวลาเดียวกัน

เพราะถ้าถามว่า ม.บูรพา ทำอะไรบ้าง เราเล่นอยู่ 2 บทบาท บทบาทแรก คือ เราเป็นผู้ปฏิบัติงาน ไปวิเคราะห์ดูว่า อีอีซีอยากได้บุคลากรแบบไหน ก็พยายามผลิตบัณฑิตไปในทิศทางนั้น ส่วนบทบาทที่สองเป็นบทบาทสำคัญ คือ การเป็นผู้ประสานงาน หรือเป็นศูนย์กลางของการประสานงานในกิจกรรมที่เกี่ยวกับอีอีซี ตรงนี้เราจำเป็นต้องทำตัวเองให้เป็น Facilitator หรือผู้ที่อำนวยความสะดวกให้กับทุกคนที่เข้ามา ต้องเป็นผู้ประสานงานในการสร้างหลักสูตร ถ้ามีสถาบันการศึกษาอื่นต้องการจะเข้ามาทำงานในพื้นที่ อยากจะศึกษาข้อมูลเรื่องบุคลากรเรื่องหลักสูตร มาถามเรา เราตอบได้”

ส่วนเรื่องที่สองคือสถานที่ เราจัดพื้นที่ในมหาวิทยาลัยให้กับการทำกิจกรรมของอีอีซี เช่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้คือ เราจะมี Automation Parts ที่บริษัท มิตซูบิชิ ประเทศญี่ปุ่น บริจาคเครื่องมือฝึกการใช้หุ่นยนต์ในโรงงาน โดยเราทำอาคารให้แล้ว ทางมิตซูบิชิก็เอาเครื่องมือมา เบ็ดเสร็จมูลค่าเครื่องจักร เครื่องมือล้ำสมัยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ว่ามิตซูบิชิมอบให้ ม.บูรพา แต่ทางมหาวิทยาลัยเราดูแลให้ เพื่อให้เป็นที่ฝึกที่เรียนรู้ สถาบันการศึกษาอื่นก็สามารถส่งอาจารย์หรือนิสิตนักศึกษามาเรียนรู้ ณ ศูนย์แห่งนี้ได้

นอกจากนั้น เรากำลังดำเนินโครงการสร้าง Genomics Center ศูนย์ทางด้านจีโนมิกซ์ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ทางรัฐบาลต้องการวิเคราะห์ยีนส์ของคนไทยจำนวน 50,000 คน ภายใน 5 ปี โดย ม.บูรพาจะเป็นศูนย์กลางของโปรเจกต์นี้

ส่วนอื่นๆ ที่เราทำในเชิงของงานวิจัย ผมให้นโยบายกับทีมวิจัยซึ่งมีท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยดูแลว่า เราจะดำเนินการผลักดันทุนวิจัยไปในทิศทางที่ซัพพอร์ตอีอีซี เบื้องต้นเราเริ่มปรับให้ทุนที่ไม่ใช่ด้านวิทยาศาสตร์ แต่เป็นทุนการทำวิจัยในเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอนนี้บุคลากรของทางมหาวิทยาลัยก็จะทำวิจัยในเชิงสังคมก่อนว่า ถ้าอีอีซีเกิดขึ้นจะมีผลกระทบอะไรต่อผู้คนแถวนี้หรือไม่ สังคมจะมีปัญหาหรือเปล่า ศิลปวัฒนธรรมเราจะได้รับผลกระทบหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่ช่วยอีอีซี เพราะถ้าเราเดินหน้าอีอีซีต่อไปแล้วมีคนสงสัยเรื่องนี้ เราตอบได้ว่าศึกษาไว้แล้ว”

มาถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม บุคลากรของ ม.บูรพา ก็จะเริ่มจากการเก็บข้อมูลก่อน ซึ่งเรามีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในหลายๆ ด้าน อย่างด้านภูมิสารสนเทศ ก็จะเอาศาสตร์ด้านภูมิสารสนเทศมาผนวกกับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม นักวิจัยจะเก็บข้อมูลเบื้องต้นด้านสิ่งแวดล้อมไว้ก่อน พอโครงการเดินหน้าต่อไป ก็สามารถอ้างอิงจากข้อมูลที่เก็บมาว่า จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง เราไปสร้างปัญหาให้สังคมสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ถ้ามีข้อมูลเบื้องต้นแบ็คอัพ การทำงานต่อไปมันก็จะง่ายขึ้น


Q : Key Success ของโครงการอีอีซี ในมุมมองของ “รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก” คืออะไร

A: ผมมองว่า ปัจจัยที่จะนำทางให้เกิดความสำเร็จในโครงการอีอีซี โดยเฉพาะในภาคการศึกษาที่เป็นกำลังสำคัญในการผลิตกำลังคนตอบสนองอีอีซี คือ หนึ่ง เราจะต้องจัดการศึกษาแบบละเอียดรอบคอบและตามให้ทันโลก สองคือเรื่องของความร่วมมือ ถ้าจะพัฒนาหลักสูตรสักหลักสูตรหนึ่ง แล้วต้องใช้เงินเยอะ หรือต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือ หรือทรัพยากรผู้สอนต่างๆ โปรเจกต์นี้จะสำเร็จลงไม่ได้เลย ถ้าขาดเครือข่ายสถาบันการศึกษาทุกระดับที่มาร่วมมือกัน

ม.บูรพา จะทำตัวเป็นพระเอกที่ทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้ เราไม่มีทางสมบูรณ์ด้วยตัวเองได้ เราก็ต้องไปร่วมมือกับ ม.ราชมงคลตะวันออก กับ ม.เกษตร ศรีราชา กับ ม.ธรรมศาสตร์ กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม แม้กระทั่งในระดับอาชีวะ อย่างวิทยาลัยเทคนิคต่างๆ ถ้าทำได้ ผมเชื่อมั่นว่าภารกิจในการผลิตและพัฒนากำลังคนในพื้นที่อีอีซี ต้องสำเร็จได้ในเวลาไม่ช้าแน่นอน


ฟังคมความคิด เรื่องราวน่าสนใจจากมุมมองผู้บริหารองค์กร หลากหลาย

‘รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ’ ภารกิจพลิก มทร.ตะวันออก สู่แหล่งผลิตกำลังคนตอบโจทย์ 10 s curve EEC ครบวงจร

ปรับเปลี่ยนประเทศสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยปัญญาจากท้องถิ่น ฝันให้ไกลและต้องไปให้ถึงของ ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์

‘พี่ต้น – พัลลภ สามสี’ ชวนมองจีนอย่างเข้าใจ ผ่านสายตา บก.ไทยที่เคยอยู่ในแดนมังกร