จากบริษัทผลิตจอ LED สู่ ผู้นำนวัตกรรมคลื่นแสง ใน โรงงานผลิตพืช ‘ซีวิค มีเดีย’ โมเดลธุรกิจที่ไม่ยอมถูกดิสรัปต์

310

เมื่อเทรนด์เกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture ค่อยๆ ขยายสู่การทำ เกษตรคนเมือง ที่มีเงื่อนไขชัดเจน นั่นคือ การทำเกษตรในพื้นที่จำกัดและต้องทำเกษตรในร่มซึ่งอาจมีแสงสว่างน้อย ด้วยเหตุนี้ จึงต้องอาศัย ‘นวัตกรรมคลื่นแสงอัจฉริยะ’ ควบคุมสภาพแสงให้พอดิบพอดีเหมือนปลูกพืชกลางแจ้ง  โดยบทความนี้จะมาแนะนำบริษัทผู้ผลิตนวัตกรรมตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ในรูปแบบ โรงงานผลิตพืช สัญชาติไทย ‘ซีวิค มีเดีย’ ซึ่งบริษัทนี้มีสตอรี่การบุกเบิกธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่น่าสนใจทีเดียว


เปิดตัว ซีวิค มีเดีย โมเดลธุรกิจที่ไม่ยอมจำนนต่อเทคโนโลยีดิสรัปต์ชั่น

ชิงชัย คนธรรพ์สกุล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีวิค มีเดีย จำกัด ให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจว่า

ชิงชัย คนธรรพ์สกุล // www.7innovationawards.com

“ก่อนหน้านี้เราทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตหลอดไฟและจอ LED แต่ที่ผ่านมาก็ถูกดิสรัปต์โดยเทคโนโลยีแอลอีดีที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง และราคาของหลอดไฟก็หดตัวลง ทำให้เกิดสถานการณ์การแข่งขันกันด้านราคา กอปรกับมีสินค้าจากประเทศจีน ซึ่งมีราคาถูกกว่าเป็นเท่าตัวเข้ามา เราจึงคิดว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจแล้ว โดยให้ความสำคัญกับ R&D หรือ Research & Development การวิจัยและพัฒนา”

“โดยก่อนปรับโมเดลธุรกิจ ทางคณะผู้บริหารได้ไปศึกษาดูงานด้าน ‘โรงงานผลิตพืช’ และการผลิตพืชในระบบปิดจากประเทศจีนและญี่ปุ่น ประกอบกับแนวคิดที่ทางบริษัทให้ความสำคัญกับการวิจัยจึงมีหน่วยงานวิจัยที่เข้มแข็งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”

ดังนั้น พอเห็นโอกาสในระบบเกษตรกรรมแบบปิดสมัยใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม ซีอีโอ ซีวิค มีเดีย จึงมอบนโยบายให้หน่วยวิจัยและศึกษา พัฒนาการปลูกพืชในระบบปิด รวมถึงชุดอุปกรณ์ปลูกผักตกแต่งบ้าน โดยอาศัยองค์ความรู้ทางเกษตรกรรม วิศวกรรม บวกกับเทคโนโลยีด้านหลอดไฟแอลอีดี จนสามารถคิดค้นวิธีการปลูกพืชด้วยหลอดไฟ LED ที่ต่อยอดสู่ โรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory ซึ่งเป็นโรงเรือนแบบปิดผ่านการควบคุมแบบอัตโนมัติทั้งหมด


ทำความรู้จักไลน์ธุรกิจใหม่ นวัตกรรมคลื่นแสง ควบคุมโรงเรือนผลิตพืช

คุณชิงชัยให้ข้อมูลต่อถึง ภาพรวมโรงงานผลิตพืช ที่ใช้แอลอีดีทั่วโลก มีประมาณ 400 แห่งในญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้ ส่วนในประเทศไทย มองว่าการทำธุรกิจ Plant Factory น่าจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ในสเกลแค่การทดลองเท่านั้น โดยทางซีวิค มีเดีย เป็นบริษัทแรกที่ดำเนินการและมีผลผลิตออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์

“ในอนาคต เราจะปรับเอาเทคโนโลยีเอไอมาช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อย้อนกลับมาควบคุมปัจจัยต่างๆ ในโรงเรือนแบบอัตโนมัติ โดยจะอยู่ในกระบวนการเก็บค่าต่างๆ ในแต่ละวัน แล้วส่งขึ้นไปที่คลาวด์ จัดเก็บเป็นบิ๊กดาต้าให้เอไอเรียนรู้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้ระบบควบคุมโรงงานผลิตพืชใช้งานง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลพืชในเชิงลึก แค่กดเลือกชนิดพืช จากนั้นเอไอก็จะจัดการให้ทุกอย่าง ทั้งชั่วโมงการให้แสง สารอาหาร และอุณหภูมิที่เหมาะสม”

นอกจากนั้น ระบบการทำงานที่กล่าวมา ยังสามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้ในแอปพลิเคชันเดียว ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจนี้จึงเป็นกลุ่มเกษตรกรยุคดิจิทัลและเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจทำเกษตรในเมือง เพราะระบบนี้ใช้ได้ในพื้นที่แค่ 100-150 ตารางเมตร จึงง่ายต่อการควบคุม


วิเคราะห์ ความลับในคลื่นแสง พัฒนาสู่โมเดลการปรับองค์กรในยุคดิสรัปชัน

ที่ผ่านมา คุณชิงชัยชี้ว่าทีมงานในหน่วยวิจัยของบริษัทมุ่งมั่นวิจัยเกี่ยวกับคลื่นแสงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ว่า คลื่นความถี่ไหนเหมาะกับพืชชนิดไหน สารอาหารหรืออุณหภูมิแบบไหนถึงจะเหมาะกับพืช เพราะโดยทั่วไป การมองเห็นของคนจะมองเห็นแค่เป็นแสงสีขาวเท่านั้น ทั้งที่จริงๆ แล้ว ภายในแสงเหล่านี้จะมีแสงอื่นๆ อยู่ด้วยประมาณ 7 แสง ซึ่งมีเพียงไม่กี่แสงเท่านั้นที่พืชต้องการ หนึ่งในนั้น คือ แสงสีแดง ซึ่งมีความยาวของคลื่นอยู่ที่ 600-700 นาโนเมตร

โดยคลื่นแสงสีแดงมีประโยชน์ในการช่วยสังเคราะห์แสง เป็นสีที่พืชดูดซับเพื่อส่งเสริมการงอกของเมล็ดพืช และยังส่งผลต่อการออกดอกของพืช ส่วนแสงสีน้ำเงิน จะมีความยาวของคลื่นอยู่ที่ประมาณ 400-500 นาโนเมตร ที่ช่วยสังเคราะห์แสง กระตุ้นการตอบสนองของพืชต่อแสงในเรื่องการเบนหรือโค้งงอเข้าหาแสงของพืช

ชุดปลูกผักอัตโนมัติภายในอาคาร // www.7innovationawards.com

ส่วนพืชที่เหมาะจะปลูกในโรงงานผลิตพืชที่มีระบบควบคุมอัตโนมัตินี้ ส่วนใหญ่เป็นผักจำพวกผักสลัด ซึ่งในตอนนี้เป็นที่นิยมและจำหน่ายได้ในราคาสูง ไม่ว่าจะเป็น กรีนคอส ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก ผักกาดหอมบัตเตอร์เฮด และกรีนโอ๊ค แต่ที่นิยมมากที่สุดขณะนี้ คือ คะน้าใบหยิก ที่ต้องปลูกด้วยระบบการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส ดังนั้น จึงต้องปลูกในโรงเรือนที่ควบคุมอุณหภูมิโดยใช้ LED Grow Light ที่ทางซีวิค มีเดีย ผลิตขึ้นมานี่เอง

“แม้ต้นทุนโรงเรือนระบบปิดจะสูงกว่าระบบธรรมชาติ แต่ถ้าคิดในแง่ของคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรมั่นใจได้เลยว่า แลกมาด้วยคุณภาพที่ดีกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะเรามั่นใจได้เลยว่าผลผลิตที่ได้ มีความสะอาดมากถึงขั้นไม่ต้องล้างก่อนรับประทานเลย แถมไม่มีสารเคมีทางการเกษตร และมีรสชาติอร่อยกว่าผักทั่วไป เนื่องจากผักก็ไม่ต่างจากคน เมื่อได้รับการเพาะเลี้ยงในห้องแอร์ และไม่มีการกดดันให้ต้องรีบเจริญเติบโต จึงไม่มีความเครียดเกิดขึ้น”


ด้วยเหตุนี้ สรุปได้ว่า โมเดลของซีวิค มีเดีย เป็นอีกหนึ่งต้นแบบของธุรกิจที่ไม่ยอมถูกดิสรัปต์ ซึ่งกลไกที่ช่วยได้ นั่นคือ การมองหาเครือข่าย การให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อเปิดกว้างสู่การทำความรู้จักไลน์ธุรกิจใหม่ๆ และสิ่งที่จำเป็นสำหรับเจ้าของกิจการในยุคนี้ คือ เมื่อเจอปัญหาให้มีสติ มองรอบด้าน เพื่อหาเครื่องมือในการตอบรับกับปัญหานั้น โดยนวัตกรรมและเทคโนโลยี น่าจะเป็นคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมที่สุด


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “จุดเปลี่ยนซีวิค มีเดีย ต่อยอดแสงสู่โรงผลิตผัก” หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562


ยังมีอีกหลายโมเดลธุรกิจที่น่าเรียนรู้ ไม่ยอมจำนนต่อการดิสรัปชัน

จังหวะก้าว Comanche สู่ผู้นำเทคโนโลยีการท่องเที่ยวครบวงจรของเอเชีย

ถอดรหัสเคล็ดลับ เทสลา ปักธงแบรนด์แรก ครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแดนมังกร

สูตรสำเร็จ ส่ง ทุเรียนไทย โกอินเตอร์ ต้องยืมเทคนิคการทำตลาดแบบตรงเป้า พ่วงเทคโนโลยี & นวัตกรรม