สาลิกาคาบข่าว Vol.251/62

BMW เดินเครื่องโรงงานแบตเตอรี่แรงดันสูงในอีอีซีรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า

นายอูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศอย่างเป็นทางการ ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ความร่วมมือกับแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบีเอ็มดับเบิลยูมาตั้งแต่ปี 2509 สำหรับโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงแห่งนี้มีมูลค่าการลงทุน 500 ล้าน เป็นโรงงานแบตเตอรี่แห่งแรกและแห่งเดียวของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปในภูมิภาคอาเซียน ที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของการประกอบโมดูลแบตเตอรี่และการประกอบตัวแบตเตอรี่ โดยได้เริ่มต้นสายการประกอบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าตามโรดแมปใหญ่ของบริษัทในการมุ่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้วและแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

กนอ.จัดนิคมฯหมื่นไร่รองรับนักลงทุนจีนเกาหลีญี่ปุ่นเข้าโครงการไทยแลนด์พลัส

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงแนวทางการดึงนักลงทุนจีน เกาหลี ญี่ปุ่นว่า ขณะนี้เอกชนผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมหลายราย เตรียมพร้อมและพัฒนาพื่นที่รองรับนักลงทุนจากหลายๆ ประเทศ มีทั้งจีน เกาหลี สิงคโปร์ ญี่ปุ่นรวมกันกว่า 10,000 ไร่  โดยในส่วนเกาหลีมีการเตรียมพื้นที่ไว้ประมาณ 2,000 ไร่ นำโดยกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะแล้วเสร็จในอีก 1-2 ปี น่าจะเริ่มรองรับนักลงทุนในปี 2563 ทันกับแพคเกจส่งเสริมการลงทุนใหม่ไทยแลนด์ พลัส ซึ่งผ่านครม.เศรษฐกิจไปเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่พื้นที่รองรับนักลงทุนจีนนั้น บริษัทอมตะคอร์ปอเรชันเตรียมพื้นที่ไว้ประมาณ 4,000 ไร่ ซึ่งนอกจากพื้นที่รองรับนักลงทุนจากจีนแล้วทราบมาว่าอมตะพร้อมเตรียมพื้นที่รองรับนักลงทุนจากชาติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนิคมฯอื่นๆ เตรียมพื้นที่รองรับนักลงทุนจากชาติอื่นเช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ทำให้พื้นที่นิคมในขณะนี้มีเพียงพอรองรับการลงทุนจากแพคเกจการลงทุนใหม่แน่นอน

สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจประชาชนกังวลนโยบายภาครัฐ ของแพง รายได้ลด

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,172 คน ระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2562 ในหัวข้อความวิตกกังวลของคนไทยที่มีต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมณ วันนี้ พบว่าในหัวหัวข้อความวิตกกังวลเกี่ยวกับด้านการเมืองผู้ตอบแบบสอบถาม 43.76% วิตกกังวลการบริหารประเทศของรัฐบาลมากที่สุด รองลงมา 38.83% พฤติกรรมของนักการเมือง 33.20% การทุจริตคอรัปชั่น 14.19% การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 12.27% เสถียรภาพทางการเมือง ขณะที่ความวิตกกังวลด้านเศรษฐกิจ” 62.39% ตอบเรื่องของแพงค่าครองชีพสูง 35.05% รายได้ไม่พอรายจ่าย มีหนี้สิน 22.75% เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ 16.15% ปัญหาการตกงาน 14.22% ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ส่วนความวิตกกังวลด้านสังคม” 54.81% คือเรื่องอาชญากรรมความรุนแรง 29.45% จิตสำนึกของคนในสังคม 23.31% สถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง 17.38% ปัญหาเด็กแว้น เสพยา และ 11.55% การใช้สื่อโซเชียลในทางที่ผิด

CDC มะกันยันบุหรี่ไฟฟ้าต้นตอปอดอักเสบเร่งหาสารเคมีตัวการ

.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ออกมาให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ..ที่ผ่านมาถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนการระบาดของโรคปอดอักเสบรุนแรงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่กำลังระบาดหนักกว่าค่อนประเทศในสหรัฐอเมริกา ว่า ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยจาก 33 รัฐและ 1 เขตปกครอง จำนวน 450 ราย มีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว 3 ราย และกำลังสอบสวนสาเหตุการตายอีก 1 ราย ซึ่งเป็นการยืนยันแล้วว่าโรคปอดอักเสบที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากสารเคมีบางอย่างในบุหรี่ไฟฟ้าที่ผู้ป่วยใช้ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรงคืออะไร เนื่องจากผู้ป่วยมีการใช้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่หลากหลาย และซื้อจากแหล่งที่ต่างกัน หลังจาก CDC สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ได้มีสำนักงานสาธาณสุขประจำรัฐอินเดียนา, มินนิโซตา, และแคลิฟอร์เนีย รายงานผู้เสียชีวิตจากปอดอักเสบรุนแรงเพราะสูบบุหรี่ไฟฟ้าแห่งละ 1 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตเมื่อรวมกับผู้เสียชีวิตในรัฐอิลลินอยด์และออรีกอนที่รายงานก่อนหน้านี้เพิ่มเป็น 5 ราย ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขของไทย ออกมาตรการเฝ้าระวังโรคปอดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด

สธ.คุมเข้มไข้ลาสซาตระกูลอีโบลาระบาดหนักในแอฟริกา

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีข่าวประเทศไลบีเรียประกาศภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากการระบาดของโรคไข้ลาสซาและพบรายงานผู้ป่วยในบางประเทศแถบแอฟริกาว่า ตาม พ...โรคติดต่อ พ..2558 ประกาศกำหนดให้โรคไข้ลาสซาเป็นโรคติดต่ออันตราย ที่จะต้องเฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเข้มข้น ซึ่ง คร.กำลังติดตามสถานการณ์ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ซึ่งจากข้อมูลของสธ.ประเทศไลบีเรียพบว่ามีรายงานสถานการณ์โรคไข้ลาสซาตั้งแต่วันที่ 1 .. – 25 .. 2562 มีผู้ป่วยยืนยันแล้ว 25 ราย เสียชีวิต 9 ราย นอกจากนี้มีรายงานผู้ป่วยในประเทศแถบแอฟริกา เช่น ไนจีเรีย ยืนยัน 658 ราย เสียชีวิต 145 ราย นิมบา แกรนด์บาสสา บอง และแกรนด์กรู เป็นต้น สำหรับโรคไข้ลาสซาจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับโรคอีโบลา โรคนี้ติดต่อจากการที่คนหายใจเอาละอองของเสียที่หนูขับถ่ายออกมา เช่น ปัสสาวะและอุจจาระเข้าไปหรือการกินอาหารการใช้ภาชนะที่มีการปนเปื้อนเชื้อ หรือติดเชื้อทางแผล/เยื่อเมือกบุผิว อาการของโรคคือมีไข้สูงเป็นระยะ ปวดศีรษะ เจ็บคอ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง เจ็บหน้าอก และปวดบริเวณช่องท้อง อ่อนเพลีย ซึ่งโรคนี้จะรักษาตามอาการ เพราะไม่มียารักษาเฉพาะ และยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรค อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานผู้ป่วยโรคดังกล่าวในประเทศไทย

ข้าวเหนียวราคาถูกพร้อมปูพรมทั่วประเทศ ล็อตแรก 3 แสนถุง

ข้าวเหนียวแพง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับการช่วยผู้บริโภคข้าวเหนียวที่ราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตขาดแคลนจากภาวะภัยแล้งและเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน จัดโครงการเร่งด่วนช่วยเหลือประชาชนผู้บริโภคข้าวเหนียวทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งผู้บริโภคข้าวเหนียวมีความต้องการและกำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ จึงต้องเร่งช่วยเหลือในเรื่องของราคาซื้อโดยด่วน ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในได้ดำเนินใกล้เสร็จแล้ว ข้าวเหนียวถุงล็อตแรกพร้อมออกสู่ตลาดในวันที่ 11 กันยายนนี้ บรรจุถุงในแบรนด์กรมการค้าภายในขนาด 2 กิโลกรัมและ 5 กิโลกรัม จำนวน 200,000-300,000 ถุง เพื่อให้กรมฯนำออกมาจำหน่ายบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนจากปัญหาราคาข้าวเหนียวปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งในระหว่างนี้จะเริ่มกระจายสินค้าไปยังร้านธงฟ้าพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าประชารัฐ) อย่างทั่วถึง

อินเดียเศร้า! ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ล้มเหลวโมดีลั่นไม่สิ้นหวัง

สำรวจดวงจันทร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานยานจันทรา 2 ของอินเดียที่ใช้งบประมาณการก่อสร้างเพียงแค่ 10,000 ล้านรูปี (ราว 4,471 ล้านบาท) ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับเม็ดเงินของชาติมหาอำนาจที่ใช้เพื่อการสำรวจอวกาศ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาหาร่องรอยของน้ำที่บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์และข้อมูลอื่นๆ เพื่อช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจต้นกำเนิดและวิวัฒนาการของดวงจันทร์ได้ดีขึ้น โดยออกเดินทางขึ้นสู่อวกาศจากศูนย์อวกาศตีศธวัน บนเกาะศรีหริโกฏา นอกชายฝั่งรัฐอานธรประเทศ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้เข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ตามกำหนดการยานจะลงจอดบนดวงจันทร์ในวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น แต่ในช่วงระยะทาง 2.1 กิโลเมตรสุดท้าย ก่อนเคลื่อนที่เข้าสู่ดวงจันทร์ตามแผนเพื่อลงจอดบริเวณขั้วด้านใต้ของดวงจันทร์ ยานก็ขาดการติดต่อไป ก่อนที่ประธานขององค์การวิจัยอวกาศของอินเดีย หรือ ไอเอสอาร์โอจะประกาศว่าทางศูนย์ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับยานอวกาศจันทรายานได้ เท่ากับว่าภารกิจดังกล่าวไม่เป็นไปตามตามแผนที่วางไว้ที่จะทำให้อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ต่อจากสหรัฐ รัสเซียและจีน ที่สามารถส่งยานไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จ และเป็นประเทศแรกที่สำรวจพื้นที่บริเวณขั้วด้านใต้ของดวงจันทร์ ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ว่าอินเดียมาไกลมากในเรื่องของอวกาศ และในอนาคตเราจะเดินหน้าโครงการสำรวจดวงจันทร์อีกแน่นอน