‘สตาร์ทอัพ’ ไทยไต่ระดับสู่ Unicorn ตามรอย Uber-Airbnb

382

บรรยากาศการระดมทุนครั้งที่ 1 เพื่อจัดตั้ง บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ InnoSpace (Thailand) เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ในวงการสตาร์ทอัพไทยอีกครั้ง


มิติแห่งการปั้นสตาร์ทอัพสู่ระดับ Unicorn ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดังเช่น Uber, Airbnb หรือ Snapchat เคยทำสำเร็จมาแล้ว

แม้สตาร์ทอัพเมืองไทยจะเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายปี แต่สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จยังมีน้อยมาก เนื่องจากอุปสรรคในการขับเคลื่อนธุรกิจ และขาดการเติมเต็มระบบนิเวศของการสร้างและพัฒนา

InnoSpace (Thailand) จึงเป็นคำตอบของกลไกในการส่งเสริมและสร้างสตาร์ทอัพของประเทศไทยที่จะเข้ามาลบจุดอ่อนดังกล่าว

www.innospacethailand.com

การระดมทุนครั้งแรกนี้ มีผู้ร่วมลงขันสูงถึง 535 ล้านบาท จาก 13 องค์กรภาครัฐและเอกชนระดับบิ๊ก ประกอบด้วย

  • บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) 100 ล้านบาท 
  • บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) 50 ล้านบาท
  • เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น 50 ล้านบาท
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ 50 ล้านบาท
  • ธนาคารกรุงเทพ 50 ล้านบาท
  • ธนาคารกสิกรไทย 50 ล้านบาท
  • ธนาคารกรุงไทย 50 ล้านบาท
  • บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 50 ล้านบาท
  • เครือสหพัฒน์ 30 ล้านบาท
  • บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 30 ล้านบาท
  • บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 20 ล้านบาท 
  • ธนาคารรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีดีแบงก์) 5 ล้านบาท

องค์กร 13 รายดังกล่าวจึงเปรียบเสมือนผู้ถือหุ้น ขณะที่หน่วยงานรัฐ คือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะจัดตั้ง บริษัท นาสด้า โฮลดิ้ง ขึ้นมาเพื่อเข้าไปถือหุ้น InnoSpace ในสัดส่วน 5-10%


ปักธงพื้นที่ EECi

EECi วังจันทร์วัลเลย์

สำหรับพื้นที่ตั้งของ InnoSpace คือสถาบันวิทยสิริเมธี เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) จังหวัดระยอง ซึ่งมุ่งส่งเสริม – บ่มเพาะสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ของไทยในทุกระดับ และสอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูง (ดีพเทคโนโลยี) และอุตสาหกรรมการเกษตรสมัยใหม่ นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ส่งเสริมให้ InnoSpace ร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง ไซเบอร์พอร์ต เชื่อมโยงความร่วมมือสตาร์ทอัพไทยและฮ่องกง เพื่อขยายการลงทุนในฮ่องกง จีน และตลาดโลก


ทำไมสตาร์ทอัพไทยส่วนใหญ่ไปไม่รอด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทย มีอุปสรรคในหลายด้าน และขาดการเติมเต็มระบบนิเวศของการสร้างและพัฒนาสตาร์ทอัพ ผิดกับในต่างประเทศที่มีองค์กรอย่าง HK Cyberport ดูแลการส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง ประเทศไทยจึงต้องมีหน่วยงานขับเคลื่อนในรูปแบบเอกชนที่สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการทุกภาคส่วนด้วยการผลักดันจากหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้น InnoSpace (Thailand) จึงเป็นคำตอบของกลไกในการส่งเสริมและสร้างสตาร์ทอัพของประเทศไทย  โดยมุ่งเน้นทั้งในภาคการผลิต (Real Sector) เช่น การเชื่อมโยงภาคการเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม ด้านการบิน ด้านโทรคมนาคม และภาคบริการ (Service Sector) ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

การที่ InnoSpace (Thailand) ตั้งอยู่ที่ VISTEC ใน EECi ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องด้าน “Smart City” เพื่อสร้าง Innovation Platform จะช่วยให้เกิดแหล่งรวมของเทคโนโลยี งานวิจัย นักลงทุน และสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ อีกทั้งโครงการ EEC ยังเป็นโครงการสำคัญที่เป็นประตูสู่ CLMV และภูมิภาคอาเซียน เป็นข้อต่อสู่ Greater Bay Area ของประเทศจีน ซึ่งจะทำให้สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสก้าวไกลสู่นานาชาติได้นายสมคิดกล่าว


ปั้นให้ถึงระดับ Unicorn

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า InnoSpace มีการดำเนินงานที่คล่องตัว สามารถเร่งขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม ผู้ประกอบการและวิสาหกิจเริ่มต้น ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้โดยเร็ว การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ พันธมิตรด้านการลงทุนทั้ง 13 หน่วยงาน จึงพร้อมใจกันแสดงพลังอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะผลักดันให้บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด เป็น National Startup Platform เพื่อเป็นกลไกที่จะบูรณาการความเข้มแข็งและบูรณาการกิจกรรมของทุกฝ่าย ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน ช่วยสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง ยกระดับสตาร์ทอัพไทยให้ถึงระดับ Unicorn และให้เกิดธุรกิจที่ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต


สนับสนุนตลอดวงจรชีวิต

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า InnoSpace เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตร ภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเป็น National Platform ขับเคลื่อนการสร้าง Innovative Ecosystem ที่เอื้อต่อการบ่มเพาะและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ โดยมีเป้าหมายจะสนับสนุนตลอดวงจรชีวิต (Life cycle) ของสตาร์ทอัพตั้งแต่ในช่วง Pre-Seed หรือ Seed ทั้งในกลุ่ม Deep Tech และในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยมีศักยภาพ


โมเดลธุรกิจไม่หวังผลกำไร

สำหรับคอนเซ็ปต์ของ InnoSpace คือหน่วยงานที่ไม่มุ่งหวังผลกำไรเพียงแต่ต้องการเป็นแพลตฟอร์มกลางในการสร้างและพัฒนาสตาร์ทอัพของไทยซึ่งนอกจากจะปั้นสตาร์ทอัพไทยในระดับสากลแล้วยังเป็นแหล่งการศึกษาและผลิตงานวิจัยที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย

สำเร็จแค่ไหนยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ สตาร์ทแล้ว!!!