สาลิกาคาบข่าว Vol.256/62

138

คลังจ่ายเงินชาวนา 2 ล้านราย ชิมช้อปใช้ร้านค้าเข้าร่วมแล้ว 1.2 แสนแห่ง

นายอุตตม สาวนายน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าในช่วงสัปดาห์หน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(...) เตรียมจ่ายเงินให้กับชาวนา 2 ล้านราย ตามรายชื่อที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งมาให้ โดยเงินดังกล่าวเพื่อสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้แก่ชาวนาในปีการผลิต 2562/63 จำนวน 500 บาท/ไร่ ไม่เกิน 20 ไร่/ราย วงเงินรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่มาตรการชิมช้อปใช้ เปิดรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมพบว่าล่าสุดมีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 3.2 หมื่นแห่ง แบ่งเป็นร้านชิม 1.5 หมื่นแห่ง ร้านช้อป 1.5 หมื่นแห่ง และร้านใช้(โรงแรม) 2 พันแห่ง ถือว่าร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการเกือบถึงเป้าหมาย 4 หมื่นแห่ง โดยยังมีเวลาสมัครถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ และเมื่อรวมกับร้านประชารัฐ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐมาก่อนหน้านี้อีก 8 หมื่นแห่งทำให้ล่าสุดร้านค้ารองรับประชาชน 10 ล้านคนมาใช้จ่ายเงินคนละ 1 พันบาท มีกว่า 1.2 แสนแห่งแล้ว

หอการค้าเสนอเปิดด่านชายแดนถึงเที่ยงคืน อำนวยความสะดวกเสริมศักยภาพการค้า

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการนำคณะกรรมการเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและนโยบายว่า หอการค้าฯเสนอมุมมองข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ  7 ข้อ หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมการค้าชายแดนและข้ามแดน เสนอให้กรมศุลกากรพิจารณาขยายเวลาเปิดปิดด่านระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถขนส่งสินค้าและแก้ปัญหารถแออัดบริเวณหน้าด่านชายแดน โดยอยากให้ขยายเวลาการเปิดด่านตั้งแต่ 20.00-24.00 . ประกอบด้วยด่านช่องสะงำ (ศรีสะเกษ) ด่านสะพานข้ามแม่น้ำแม่สาย (เชียงราย) ด่านสะพานมิตรภาพไทยเมียนมา แห่งที่ 1 (ตาก) ด่านสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย) ด่านมุกดาหาร(มุกดาหาร) ด่านช่องเม็ก (อุบลราชธานี) ด่านสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 3 (นครพนม) และด่านท่าลี่ (เลย)

กพร. วางแผนบริหารวัตถุดิบรับเมกะโปรเจกต์ในอีอีซี ลั่นหินสำรอง 340 ล้านตันรองรับ 10 ปี

ปีทองการลงทุน

นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยภายหลังปาฐกถาพิเศษแนวทางการบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรมยุค 4.0 รองรับเมกะโปรเจกต์และแผนการขับเคลื่อนประเทศ ในงานสัมมนาการบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรมยุค 4.0 จัดโดยกองบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรม กพร. ว่า กพร.มีภารกิจสำคัญในการจัดหาวัตถุดิบเพื่อป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรม ตามบทบาทหน้าที่ของ กพร. และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้มอบหมายให้ กพร. จัดหาวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม การสัมมนาครั้งนี้ก็เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดเห็นถึงแนวนโยบายการบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรมของ กพร. ตลอดจนสะท้อนถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขการขาดแคลนวัตถุดิบของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในปี พ.. 2560-2565 คาดว่าจะมีความต้องการใช้หินอุตสาหกรรมในภาพรวมสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนอีอีซีประมาณ 100 ล้านตัน ประกอบด้วย การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางถนน ระบบคมนาคมขนส่งทางราง ระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำและสนามบิน และระบบโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลความต้องการใช้หินอุตสาหกรรมสำหรับการใช้พื้นฐานของกลุ่มจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา พบว่ามีประมาณ 25 ล้านตันต่อปี ดังนั้น แหล่งหินอุตสาหกรรมที่มีในปัจจุบันของทั้ง 3 จังหวัด จำนวน 15 แหล่ง มีปริมาณแร่สำรองประมาณ 340 ล้านต้น จะสามารถรองรับความต้องการในพื้นที่ได้เป็นระยะเวลา 10 ปี

หอฯแปดริ้วชี้อีอีซีพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้าน หวั่นคนนอกพื้นที่ทำเสียศูนย์

รับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน

นายประโยชน์ โสรัชกิจ ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี นอกจากจะยกระดับพื้นที่เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ และสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนแล้ว ยังสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาเมืองและสภาพแวดล้อมเมือง มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต จังหวัดฉะเชิงเทรามีศักยภาพหลากหลายด้าน เสริมสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างรายได้ และการประกอบอาชีพที่มั่นคงให้แก่ประชาชน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว สินค้า บริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ท้องถิ่นชุมชน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีโครงการใหญ่ๆ เข้ามาปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ต้องมีทั้งคนสนับสนุนและคนคัดค้าน อาจเป็นความหวังดีที่ยังไม่เข้าใจในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ หรืออาจเป็นคนนอกพื้นที่ที่หวังผลประโยชน์ สร้างข้อมูลที่เป็นเท็จ อยากฝากไว้ว่าการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ขอให้เป็นข้อมูลที่เป็นจริงและมาจากคนในพื้นที่จริงๆ ด้วย

ตลาดสมาร์ทโฟนชะลอตัว รุกเจาะกลุ่มแมสราคาต่ำ 8 พันบาท

นายอาณัติ วัดจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีโก โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนของประเทศไทยในปีนี้จะมีแนวโน้มการขยายตัวลดลง แต่การแข่งขันในตลาดยังคงดุเดือดเช่นเดิม แบรนด์ต่างๆทำการตลาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ทโฟนที่ราคาต่ำกว่า 8,000 บาทเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ในส่วนกลยุทธ์การตลาดของวีโกโมบายนอกเหนือจากการที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิมแล้วยังต้องดำเนินกลยุทธ์การตลาดหลากรูปแบบเพื่อขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันมากขึ้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดีไซน์คุณภาพและราคาที่คุ้มค่ารวมถึงบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้

ปั้นภูเก็ตไมซ์ซิตี้ทางทะเล ขึ้นแท่นเวิลด์คลาสอันดามัน

นายจิรุถต์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาในระดับสูงและมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่เมืองไมซ์ซิตี้เทียบเท่านานาชาติ โดยทีเส็บมีเป้าหมายผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ของอันดามัน และศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ทางทะเลของภูมิภาคเอเชีย โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองประชุมและสัมมนาที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยความสวยงามทางทะเลและความหลากหลายของวัฒนธรรมระดับโลก หรือไมซ์เวิลด์คลาส โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชน ผลักดันการจัดงานไมซ์ในภูเก็ตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งนี้ ภูเก็ตมีจุดเด่นที่หลากหลาย มีสนามบินนานาชาติซึ่งมีแผนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มจากปีละ 12.5 ล้านคน เป็น 18 ล้านคน  มีเที่ยวบินตรงเชื่อมโยงสู่ประเทศต่างๆ ทั้งเอเชียตะวันออก ตะวันออกกลางและยุโรป เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน รัสเซีย เป็นต้น

ไฟป่าอินโดฯปะทุ พบฮอตสปอตเพิ่มกว่า 2,000 จุด หมอกควันลามทั่วภูมิภาค

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาอาเซียนซึ่งตั้งอยู่ในสิงคโปร์ เพื่อติดตามสภาพภูมิอากาศและสภาวะหมอกควันอันเกิดจากปัญหาไฟไหม้ป่าในอาเซียนระบุภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบจำนวนจุดที่ถือเป็นฮอตสปอตหรือพื้นที่ที่มีปริมาณความร้อนสูงซึ่งมีโอกาสจะเกิดไฟไหม้ป่าในอินโดนีเซียเพิ่มมากขึ้น โดยตรวจพบฮอตสปอตเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าในเกาะบอร์เนียว 1,619 จุด และเกาะสุมาตรา 861 จุด ภาพจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าไฟป่าที่ปะทุขึ้นในป่าฝนของอินโดนีเซียเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลให้ควันไฟแพร่กระจายครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไฟป่าดังกล่าวเกิดจากการจุดไฟเผาเพื่อเตรียมที่ดินสำหรับการเพาะปลูกซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมออกมาเตือนถึงผลกระทบต่อปัญหาภาวะโลกร้อน ด้านทางการโดนีเซียได้จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดน้ำพร้อมจัดเจ้าหน้าหลายพันนายช่วยดับไฟอย่างเร่งด่วน