ส่อง 10 ไอเดียดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ปี 2020 เตะตา ต้องใจ ล้ำโลก

496

เคยไหมที่ตัดสินใจซื้อสินค้าเพียงเพราะบรรจุภัณฑ์

บรรจุภัณฑ์หรือแพ็กเกจจิ้งเปรียบเสมือนประตูด่านแรกของการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยเฉพาะกับแบรนด์สินค้าที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาด และยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก


ดูได้จากงานวิจัยของ C Space ที่ปรึกษาด้านธุรกิจในบอสตันระบุว่า ผู้บริโภคในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่มักตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและให้คุณค่ากับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในระดับที่ใกล้เคียงกับคุณภาพและประโยชน์ของสินค้าดังกล่าว

ขณะที่ผลการสำรวจของ Bizongo ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อผู้บริโภคพบว่า กว่า 63% ของผู้บริโภคมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าจากแพ็กเกจจิ้งที่น่าดึงดูด แม้ว่าการเติบโตของการสั่งซื้อของออนไลน์ หรือ e-Shopping จะเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน แต่กว่า 79% ของผู้บริโภคยังคงต้องการซื้อสินค้าที่ใช้บริโภค อุปโภคในชีวิตประจำวัน อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน  จากร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต มากกว่าการช้อปปิ้งออนไลน์

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยุคใหม่ถึง 46% มีทัศนคติยอมรับและเปิดใจให้โอกาสกับแบรนด์สินค้าหน้าใหม่ในท้องตลาดมากยิ่งขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ SMEs และสตาร์ทอัพ รวมถึงธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ให้มีโอกาสก้าวเข้ามาแข่งขันในท้องตลาดได้มากยิ่งขึ้น

นางสาวนลินี ทองแท้

นางสาวนลินี ทองแท้ ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ด้านการออกแบบกราฟิกเเละผลิตภัณฑ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่มากกว่าแค่การบรรจุสิ่งของ โดยนำมาใช้เพื่อการสื่อสารการตลาดมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์สินค้า (Brand Identity) การสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภค (Intimacy) ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อเชื่อมการสื่อสารไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ของแบรนด์ (Integration) โดยคาดว่าเทรนด์การออกแบบมาแรงในปี 2563 ซึ่งน่าจะได้รับกระแสตอบรับและการพูดถึงบนโลกโซเชียลจากผู้บริโภคบ่อยครั้ง ได้แก่

มินิมอลดีไซน์ (Minimalism)

เป็นหนึ่งเทรนด์ออกแบบที่จะยังคงได้รับความนิยม กับการออกแบบที่คงความเรียบง่ายและสื่อสารได้ชัดเจน โดยมินิมอลดีไซน์ไม่เพียงได้รับการประยุกต์ใช้มากขึ้นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงโปรดักต์ดีไซน์ในชีวิตประจำวันรอบตัวที่ยังหยิบเอาเทรนด์มินิมอลไปพัฒนาออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เอาใจคนรุ่นใหม่อีกด้วย ซึ่งมินิมอลดีไซน์ไม่จำเป็นจะต้องจืดชืดเสมอไป แต่ยังสามารถเติมเต็มความมีชีวิตชีวาด้วยสีสันเข้าไปให้สนุกสนานมากขึ้นได้อีกด้วย

การไล่โทนสี และการใช้สีสันฉูดฉาด (Vibrant Gradients)

การไล่เฉดสีเป็นการออกแบบที่เป็นกระแสในงานดีไซน์ประเภทอื่นๆ แต่สำหรับงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ยังนับว่ามีให้เห็นน้อยชิ้น แต่คาดว่าในปี 2563 น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของวงการออกแบบในประเทศที่หันมาใช้ดีไซน์ไล่เฉดสีมากขึ้น อาทิ การไล่เฉดสีจากอ่อนไปแก่ จากสีหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกคู่สีหนึ่ง หรือจะเน้นไปที่โทนสีนีออนและสีเรืองแสง เพื่อเพิ่มมิติให้ตัวบรรจุภัณฑ์โดดเด่นสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ไกล

กราฟิกแบน (Flat Illustration)

การออกแบบแนวสองมิติ (2D) ที่เน้นความเรียบง่าย ตัดทอนแสงและเงา และส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้ผู้บริโภคสามารถโฟกัสเนื้อหาหลัก และไม่เสียเวลาให้กับรายละเอียดที่เกินความจำเป็น เช่น ลดลายเส้นที่รกมากจนเกินไป หรือใช้สีที่น้อยลง เหมาะกับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการใช้ภาพในการเล่าเรื่องราว แต่ยังคงสื่อสารเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน

เน้นตัวอักษรและคำบรรยาย (Big Text & Bold Copies)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกแบบโดยใช้การเน้นตัวอักษรและคำบรรยายขนาดใหญ่ สามารถดึงดูดสายตาได้ และมักแตกต่างจากแพ็กเกจจิ้งในท้องตลาดทั่วไปที่ยังคงมีการใช้ภาพร่วมกับตัวอักษร นอกจากนี้ ข้อได้เปรียบของดีไซน์ดังกล่าวคือ สามารถสื่อสารไปยังผู้บริโภคได้ครบถ้วน เข้าใจง่ายกว่าการใช้ภาพเป็นตัวบรรยาย

ตัวหนังสือและภาพวาดลายเส้น (Doodle & Hand-drawn Lines)

การออกแบบด้วยตัวอักษรและภาพวาดลายเส้นที่ให้ความรู้สึกลื่นไหล จะช่วยเพิ่มความรู้สึกที่เป็นมิตรและความสนุกสนานให้กับผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งการออกแบบดังกล่าวนี้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มผู้บริโภคอยู่ในช่วงวัยเด็กไปจนถึงวัยทำงาน

ดีไซน์ย้อนสมัย หรือ วินเทจ (Vintage)

สไตล์วินเทจเป็นเทรนด์ที่แทบจะอยู่ในทุกงานออกแบบ เพราะเป็นสไตล์ที่มีความคลาสสิกในตัว สามารถใช้ได้ตลอดไม่ว่ายุคสมัยไหน โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์สินค้าประเภทงานคราฟต์ หรืองานที่ใช้ขั้นตอนเยอะ โดยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความวินเทจนั้นจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความพิถีพิถัน และเพิ่มมูลค่าให้แก่ตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี

วัสดุรักษ์โลก (Eco-Friendly)

ปัจจุบัน หลายประเทศเริ่มลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นหรือพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อให้เกิดสังคมที่ปราศจากขยะพลาสติก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์จึงไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์เพื่อความสวยงามเพียงด้านเดียว แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณค่า ควรทำมาจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

โทนสีขาวดำ (Black & White)

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มีความคลาสสิกไม่แพ้กัน โดยเริ่มสังเกตเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของคุณผู้ชาย ที่นิยมออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยโทนสีขาวดำ เพื่อเพิ่มความหนักแน่นให้กับตัวแบรนด์และตัวสินค้า ซึ่งปัจจุบัน เริ่มมีการใช้สีขาวดำในสไตล์ที่เรียบง่ายและมินิมอลขึ้น ทำให้เทรนด์การออกแบบนี้สามารถอยู่ได้ในทุกสินค้า ทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย

การใช้ภาพถ่ายสื่อสาร (Photography)

อีกหนึ่งเทรนด์การออกแบบที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่อง ด้วยการใช้ภาพถ่ายจริงมาประกอบเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงตัวสินค้า รวมถึงภาพอาหารที่สวยงามเหมาะสม ยังช่วยเพิ่มความอยากอาหาร และสะท้อนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้พบเห็นอีกด้วย

สมาร์ทแพ็กเกจจิ้ง (Smart Packaging)

เทรนด์การออกแบบเชิงฟังก์ชันการใช้งานที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ แต่ยังไม่แพร่หลายมากนักในประเทศไทย คือ เน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์มาพัฒนาขึ้นเป็นแพ็กเกจจิ้งที่มีคุณสมบัติการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่างแพ็กเกจจิ้งที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อผลิตภัณฑ์หมดอายุ หรือแพ็กเกจจิ้งที่ช่วยบอกความสุกของผลไม้ได้ เป็นต้น


จากแนวทางด้านการออกแบบทั้งหมดนี้ นักออกแบบและนักการตลาดจึงต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์ร่วมกันเพื่อให้สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์และข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้อง ขณะที่ยังคงดึงดูดผู้บริโภคผ่านดีไซน์การออกแบบได้ นอกจากนี้ ยังควรพัฒนาไอเดียการทำบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าแค่ภาชนะบรรจุสินค้า อาทิ
  • แคมเปญบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มอัดลมชื่อดังที่ใช้แนวคิดการสร้างความใกล้ชิดด้วยการพิมพ์ชื่อลงบนบรรจุภัณฑ์
  • บรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มสำหรับงานสังสรรค์ที่สามารถเรืองแสงได้เมื่ออยู่ในความมืด

สิ่งเหล่านี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ทั้งยังช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์สินค้าบนโลกโซเชียลได้อีกด้วย

ด้วยประสบการณ์ด้านการออกแบบกราฟิกเเละผลิตภัณฑ์ นางสาวนลินียังให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับตลาดบรรจุภัณฑ์ในประเทศว่า มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจากสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทยพบว่า

“ประเทศไทย นับว่าเป็นตลาดการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และคาดว่าความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคจะมีสัดส่วนสูงถึง 40% จากทั่วโลก ในปี 2565 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกลุ่มธุรกิจหลักของประเทศ อย่างอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ขณะที่ประเทศยังประสบความท้าทายด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันในตลาดสากล” 

และในเร็วๆ นี้ จะมีการจัดงาน PACK PRINT INTERNATIONAL 2019 ซึ่งเป็นมหกรรมจัดแสดงนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ระหว่างวันที่ 18- 21 กันยายน ณ ไบเทค บางนา ผู้ที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรม ทั้งผู้ผลิต นักออกแบบ นักการตลาด ผู้ประกอบการ ฯลฯ จึงไม่ควรพลาด

“ภายในงานจะรวบรวมนวัตกรรมชั้นนำจากทั่วโลก ที่ช่วยเร่งการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ลดข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี และสร้างโอกาสให้กับการผลิตในประเทศ รวมถึงมีงานสัมมนาอัปเดตเทรนด์ในวงการอุตสาหกรรมและบริการแมทชิ่ง ให้คำปรึกษาระหว่างคู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและอุตสาหกรรมไทยในอนาคนางสาวนลินีกล่าว


เพราะการออกแบบที่ดีช่วยให้ขายสินค้าได้มากขึ้นและช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ ผู้ประกอบการจึงควรใส่ใจและอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ

กระตุ้นยอดซื้อ ของฝากยอดฮิต 3 จังหวัดท่องเที่ยวอีอีซี ด้วย ‘แพ็กเกจจิงใหม่’ สุดปัง

3 เคล็ดลับขายสินค้าเจาะตลาดโลกยุคใหม่ เทคนิค ‘ทำน้อย ได้มาก’ กรณีศึกษา ‘FOODEX JAPAN 2019’

ตามติด ‘เทรนด์ Smart Packaging 2019’ ยุค Online Marketing แพ็กเกจจิงดี มีชัยไปกว่าครึ่ง