ลดช่องว่าง กระจายความเจริญ ทำได้จริงด้วยการพัฒนา ‘ชุมชนท้องถิ่น’

หากถามว่าการพัฒนา การสร้างความก้าวหน้า และการสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่ จะสมบูรณ์จนสามารถลดช่องว่างของโอกาสและความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร

ตอบได้ว่า สามารถทำได้ด้วยการกระจายความเจริญเติบโตที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเชื่อมต่อ ชุมชนท้องถิ่น กับโลกกว้าง ตระเตรียมการพัฒนาอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การสื่อสารคมนาคม และการเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งยุค


เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีซึ่งเข้ามาอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ชีวิตยุคใหม่ จากฐานนวัตกรรมของการปฏิวัติการสื่อสารและความก้าวหน้าหลากมิติที่เคลื่อนอยู่ในคลื่นเศรษฐกิจ สังคม การติดต่อสื่อสาร การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม จนถึงความก้าวหน้าทางการสาธารณสุข ก่อให้เกิดผลรวมด้านความก้าวหน้าที่ช่วยปรับสร้างคุณภาพชีวิตและยกระดับพัฒนาการของประเทศที่เปลี่ยนเศรษฐกิจฐานทรัพยากรและแรงงานให้เป็น เศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรม ซึ่งช่วยลดต้นทุน ลดการทำลายล้างทรัพยากร ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความเสมอภาคเท่าเทียมกันยิ่งขึ้นได้

อย่างกรณีการพัฒนา โครงการ EEC ต้นแบบในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มุ่งสร้างอนาคตร่วมกับชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะถ้าย้อนดูการเติบโตของชุมชนภาคตะวันออกจะพบว่า ชุมชนชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นกลุ่มที่เปิดรับความเจริญก้าวหน้าและความเปลี่ยนแปลงมายาวนานก่อนใคร นับตั้งแต่มีการติดต่อค้าขาย การอพยพเข้ามาของชาวจีนโพ้นทะเลและชาวตะวันตก เนื่องจากการเดินทางในอดีตนั้น หลักๆ แล้วอาศัยการเดินเรือ ชุมชนแถวชลบุรี ระยอง จึงเป็นชุมชนที่มีการติดต่อกับต่างชาติมายาวนานหลายร้อยปี และเมื่อก้าวเข้าสู่การพัฒนายุคใหม่ ชลบุรี ระยอง จึงเป็นเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้สร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศตั้งแต่ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา!

การเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมชายฝั่งตะวันออกในยุค อีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ระยอง วันนี้ต้องเผชิญกับความก้าวหน้ายุคใหม่แห่งศตวรรษ ที่เปลี่ยนไปทั้งเทคโนโลยีการผลิต การบริการ การสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง ไปจนถึงพื้นฐานระบบโลจิสติกส์โดยรวม ส่งผลให้การเติบโตในอดีต…กลายเป็นความล้าหลัง ขาดศักยภาพการแข่งขัน จึงต้องมีการฟื้นฟูปรับสร้าง พัฒนาอุตสาหกรรมและพื้นที่ให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนไป

กว่า 4 ทศวรรษของการเปลี่ยนประเทศเข้าสู่โลกอุตสาหกรรมโดยใช้ ระยอง ชลบุรี เป็นประตูสู่ความเปลี่ยนแปลง สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ในยุคอีสเทิร์นซีบอร์ดนั้นใช้ต้นทุนสูงมาก ทั้งในแง่วัฒนธรรมการตั้งถิ่นฐาน สิ่งแวดล้อม การปรับตัวอย่างอึดอัดขัดแย้งของผู้คนในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกอุตสาหกรรม เพราะฐานการผลิตเดิมของผู้คนในจังหวัดมาจากฐานเกษตรกรรม การประมง และการค้าในระดับท้องถิ่น

แต่เมื่อมาถึงวันนี้ อุตสาหกรรมเดิมๆ ที่มีอยู่ กำลังกลายสภาพเป็นอุตสาหกรรมประสิทธิภาพต่ำ ด้อยศักยภาพในการแข่งขัน การสร้างการลงทุนใหม่ในพื้นที่ EEC จึงต้องมุ่งสู่การพึ่งพาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต-อุตสาหกรรมยุค 4.0 ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสะอาด มีประสิทธิภาพสูง ดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นมิตรกับชุมชนท้องถิ่น

การสร้างอนาคตร่วมกันกับชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา EEC จึงต้องจับมือเดินไปด้วยกัน โดยเด็กในท้องถิ่นจะเป็นกลุ่มที่ได้รับโอกาสแรกจากการปรับสร้างการศึกษาตามทักษะของศตวรรษที่ 21 เพื่อที่จะมีอนาคตที่มั่นคงตามสาขาวิชาชีพที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ และเป็นหลักประกันที่จะส่งทุกคนให้ถึงฝั่งฝันได้

หากติดตามการทำงานของบุคลากรในโครงการ EEC จะเห็นได้ว่ามุ่งทำงานร่วมกับชุมชนหลากมิติ ทั้งการร่วมแก้ปัญหาที่สั่งสมหมักหมมจากการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ไปจนถึงการรื้อสร้างปรับพื้นฐานที่ดีเพื่อการดำเนินชีวิตยุคใหม่ และจากวันนี้สู่อนาคต ต้องสนับสนุนให้ผู้คนในภาคเกษตรกรรมปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐและภาคเอกชนช่วยเปิดพื้นที่การค้าแบบ อีคอมเมิร์ซ ทำให้ผลผลิตได้ราคา – จำหน่ายสินค้าได้โดยไม่ต้องพึ่งคนกลาง ช่วยพัฒนา การเกษตรแม่นยำ เพื่อใช้ในเรือก สวน ไร่ นา และแปลงเกษตรหลายพื้นที่ ทำให้การเกษตรก้าวหน้า รวมทั้งการต่อยอดสร้าง เมืองเกษตรกรรม – เมืองผลไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่าและรองรับความเปลี่ยนแปลงในหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี

ด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ต้องพัฒนากลุ่มเศรษฐกิจที่มีความหมายต่อเศรษฐกิจครัวเรือนในทุกชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นห่วงโซ่การสร้างรายได้ให้คนหมู่มากในเกือบทุกสาขา ทั้งการค้า การบริการ และการพัฒนาท้องถิ่น

ขณะที่ ด้านสาธารณสุข ก็ต้องจัดปรับและสนับสนุนความก้าวหน้าให้แก่สถานพยาบาลในพื้นที่และบุคลากรในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้คนในชุมชน ทั้งที่บางแสน พัทยา ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา รวมถึงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขยุคใหม่ที่เรียกว่า Tele-Medicine หรือ การแพทย์ทางไกล เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการรักษาผู้ป่วยให้ครอบคลุมทุกชุมชน ซึ่งวันนี้ การสาธารณสุขในพื้นที่ EEC ต้องดูแลทั้งประชากรหลักและประชากรแฝง จึงเป็นภาระที่หนักอึ้งของโรงพยาบาลและศูนย์อนามัย จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาและใช้เทคโนโลยีร่วมด้วยอย่างยิ่ง

ปฏิบัติการเพื่อสร้างอนาคตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเหล่านี้ เป็นพันธสัญญาที่มีความหมายต่อผู้คนและชุมชนท้องถิ่นอย่างมหาศาล ในฐานะที่ท้องถิ่นเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาซึ่งมีส่วนร่วมโดยตรงในการสร้างความก้าวหน้ายุคใหม่ให้ประเทศ

นี่คือบริบทของ EEC ในการสร้างอนาคตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นที่มีความหมายยิ่ง


 

 

เรื่อง : Apichartology