Technology Orgasm : การถึงจุดสุดยอดทางเทคโนโลยี

299

หลังจากที่ผมจบข้อเขียนชุด ใครช่างคิด ประดิษฐ์ “นาโน” ยังมีข้อมูลเหลือจากการค้นคว้าเกี่ยวกับ “นาโน” อีกเล็กน้อย จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังอีกสักตอนครับ

อันที่จริง ประเด็น “นาโน” นี้ หาใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดไม่ ทั้งนี้เนื่องเพราะ ในธรรมชาตินั้น มี “นาโน” ปรากฏอยู่ก่อนแล้ว

และมีมานานแล้วด้วย!


ยกตัวอย่าง เส้นใย “นาโน” ของ “แมงมุม” สุดเหนียว หรือ สารเคลือบ “นาโน” ของ “ใบบัว” สุดลื่น และแถบยึด “นาโน” ของ “ตีนตุ๊กแก” สุดหนึบ

ผมเคยตั้งข้อสังเกต ว่าเมื่อไหร่หนอ สถานะ “ประเทศกำลังพัฒนา” ของบ้านเรา จะเขยิบไปเป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว” กับเขาเสียที

ริชาร์ด ฟายน์แมน

สังเกตไป-ศึกษาไป จนกระทั่งได้ค้นคว้าเรื่องราวของ “ริชาร์ด ฟายน์แมน” ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี” ดังที่ได้กล่าวถึงข้างต้น

ทำให้พบเหตุผลประการหนึ่ง ว่าเหตุใดบ้านเราจึงไม่ได้รับการขยับอันดับจากประเทศด้อยพัฒนาไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วกับเขาบ้าง

เพราะขณะที่ ประเทศพัฒนาแล้ว กำลังเดินหน้ากับ “นาโนเทคโนโลยี”

บ้านเรากลับหลงใหลได้ปลื้มกับการสร้างสรรค์ “ของยักษ์” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ธูปยักษ์” “เทียนยักษ์” “ครกยักษ์” “สากยักษ์” และ “ของยักษ์” อีกมากมาย

“วิธีคิด” ที่สวนทางกันนี้เอง ที่เป็นเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยจึงยังคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ประเทศกำลังพัฒนา”

อย่างไรก็ดี เราคงได้เห็นทิศทางที่เป็นบวกเกี่ยวกับวงการ “นาโนเทคโนโลยี” ผ่านตากันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย

เพราะหากสังเกตดีๆ เราจะพบว่า ปัจจุบัน ได้เริ่มนำ “นาโน” ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมยา นัยว่าเกิดขึ้นเพื่อช่วยลดอัตราค่ารักษาพยาบาลให้ถูกลง แถมยังมีประสิทธิภาพในการรักษามากขึ้นอีกต่างหาก

เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง ก็ไม่ต้องทนกับผลข้างเคียงของคีโมหรือต้องเข้ารับการฉายแสงแรงๆ อีกต่อไป เพราะทุกวันนี้โลกของเรามีกระบวนการ Bioavailability หรือการส่งโมเลกุลตัวยาเข้าไปถึงเซลล์มะเร็งโดยตรงแล้ว

ขั้นตอนดังกล่าวทำได้โดยการบดละเอียดตัวยารักษามะเร็งให้เล็กจิ๋วลงถึงระดับ “นาโน” ซึ่งมีขนาดเท่ากับ 1 ต่อประมาณ 50,000 ส่วนเมื่อเทียบกับขนาดเส้นผม พูดอีกแบบก็คือ ถ้าเอาเส้นผมของท่านผู้อ่าน 1 เส้น มาผ่าในแนวตั้งให้ได้ 50,000 ชิ้น นั่นแหละครับ

Technology Orgasm

การส่งยาฆ่าเซลล์มะเร็งเข้าไปในร่างกาย ต้องอาศัยแคปซูลโพลีเมอร์ หรือดีเอ็นเอสังเคราะห์ เพื่อส่งตัวยาผ่านเข้าไปสู่เซลล์มะเร็งตรงๆ นอกจากมะเร็งแล้ว โรคไต เบาหวาน ความดัน และแม้กระทั่งเอดส์ หรือโรคกระดูกประเภทต่างๆ

ทั้งหมดนี้ หาก “นาโนเทคโนโลยี” มีพัฒนาการจนถึงขั้นสูงสุด ผมคิดว่าคนรุ่นลูกรุ่นหลาน หรืออาจจะเป็นรุ่นเราๆ นี้แหละ มีสิทธิ์ที่จะได้รับการรักษาพยาบาลชนิดที่เรียกว่า “ของดี-ราคาถูก” ได้ไม่ยาก

จากตัวอย่างนี้ มีการพูดกันว่า โลกของเรากำลังเดินทางเข้าสู่ยุคของ Technology Orgasm หรือ “การถึงจุดสุดยอดทางเทคโนโลยี”

Technology Orgasm คือการไต่ระดับของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ที่ค่อยๆ เดินทางมาจนกระทั่งถึง “จุดตัด” หรือการเดินทางมาบรรจบกันของสุดยอดเทคโนโลยีสองตัว คือ “เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร” หรือ ICT กับ “นาโนเทคโนโลยี”

ขณะที่ในฝั่งฟาก ICT ได้เคลื่อนมาสู่ยุคคอมพิวเตอร์แสง หรือการประมวลผลด้วยแสงโดยอาศัยหน่วยความจำ Photorefractive

ฟากฝั่ง Nano ก็กำลังสนุกกับงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านแสงเช่นกัน อาทิ “การฉายภาพสามมิติทางไกล” หรือ Hologram ในวาระการประชุม “สภาเจได” ที่เราเห็นในหนังเรื่อง Star Wars

NLO หรือ Nonlinear Optical Materials ซึ่งเป็น “อุปกรณ์ควบคุมทิศทางแสง” รวมถึง Nanotube หรือ “ท่อนาโนมหัศจรรย์” และ Soft Molecule Electronics หรือ “โมเลกุลผสมระหว่างสารอินทรีย์ และโลหะ”

นอกจาก Technology Orgasm จะเป็นการยกระดับความกินดีอยู่ดีที่เกิดขึ้นกับวงการแพทย์แล้ว การผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยีแบบ “ของดี-ราคาถูก” ก็กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดตามมาติดๆ นั่นเองครับ


นาโนเทคโนโลยีที่กล่าวถึงในบทความ อยู่ในสามบทความด้านล่างนี้

ใครช่างคิด ประดิษฐ์ “นาโน” (ตอนแรก)

ใครช่างคิด ประดิษฐ์ “นาโน” (ตอนที่ 2)

ใครช่างคิด ประดิษฐ์ “นาโน” (ตอนจบ)