‘ไฮสปีดเทรน’ ดัน ‘อุดมไซ-หลวงน้ำทา’ สู่ ‘สมาร์ทซิตี้’ กับโอกาสสินค้าไทยใน สปป.ลาว

507

ทุกคนคงรู้จักสปป.ลาวเป็นอย่างดี เพราะนี่คือประเทศเพื่อนบ้านของไทยบนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ซึ่งทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าลาวกำลังเติบโตทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ของผู้คน รวมทั้งเป็นประเทศน้องใหม่ที่ควรค่าแก่การลงทุน

ทั้งด้วยปัจจัยจากอัตราการขยายตัวของ GDP ที่มีกราฟพุ่งอย่างต่อเนื่อง ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนแลนด์มาร์กที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นประตูการค้า หรือ แลนด์ลิงก์ (Land link)” ด้วย เพราะมีพื้นที่ที่ยาวและมีพรมแดนติดต่อกับประเทศที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา จึงเอื้อต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์

ที่สำคัญ โครงการรถไฟความเร็วสูงจีนลาวกำลังจะเปลี่ยนโฉมใหม่ให้กับลาวอย่างสิ้นเชิง!


อุดมไซสมาร์ทซิตี้ศูนย์กลางโลจิสติกส์

Oudomxay Province

เริ่มกันที่แขวงอุดมไซ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับเมืองสิบสองปันนาของประเทศจีน อาชีพหลักของคนในพื้นที่คือทำกสิกรรมและอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันพื้นที่นี้ได้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการลงทุนโดยต่างชาติที่แขวงอุดมไซมีมากถึง 36 โครงการ และการที่มีนักลงทุนเข้าไปในแขวงอุดมไซโดยการสร้างสมาร์ทซิตี้ (Smart city) ถือว่าเป็นการดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปลงทุนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ แขวงอุดมไซยังเป็นเมืองที่รถไฟความเร็วสูงจีนลาว วิ่งผ่าน โดยในอนาคตจะขยายเส้นทางให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าและการดร็อปสินค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมรองรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจีนลาว ที่จะเปิดบริการภายในปี 2564 ดังนั้นการทำธุรกิจด้านโลจิสติกส์จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตในแขวงนี้


หลวงน้ำทา เมืองเด่นเชื่อมไทยลาวจีน

Luang Namtha Province

แขวงหลวงน้ำทา มีพื้นด้านเหนือติดกับจีนบริเวณมณฑลยูนนาน และด้านทิศตะวันตกติดกับเมียนมา ด้วยลักษณะทางกายภาพที่มีเขตติดต่อกับหลายประเทศ รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่รถไฟไทย – จีน ลาว ตัดผ่าน จะส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งมีความรวดเร็วขึ้น ทำให้แขวงหลวงน้ำทากลายเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในด้านการลงทุนสูงมาก

อีกทั้งในอนาคต แขวงหลวงน้ำทาจะกลายเป็นด่านพรมแดนที่สำคัญ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ หลวงน้ำทายังตั้งอยู่บนเส้นทาง R3A ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่เชื่อม ไทย (เชียงราย) – ลาวจีน (คุนหมิง) โดยบริเวณด่านสากลบ่อเต็น ทำให้จุดนี้กลายเป็นจุดขนถ่ายสินค้าเข้าสู่จีน ทั้งทางบกและทางแม่น้ำโขงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง

Thai-Laos friendship bridge

แบรนด์ไทยโดนใจชาวลาว

ถึงแม้ว่าลาวจะมีประชากรเพียงแค่ 7 ล้านคน แต่เชื่อหรือไม่ว่า ะพวกเขามีกำลังซื้อที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ที่เป็นแบรนด์ไทย ซึ่งครองใจผู้บริโภคชาวลาวมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น

พฤติกรรมการเลือกสินค้าของชาวลาวนั้นมักจะเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ เชื่อมั่นกับสินค้ายี่ห้อเดิมที่เคยใช้เป็นประจำ และเชื่อมั่นว่า สินค้าที่ออกสูตรใหม่ต้องดีกว่าสูตรเดิมเสมอ ดังนั้น หากมีการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ จะต้องระบุชัดเจนว่าเป็นสูตรใหม่และด้านคุณภาพของสินค้าก็จะต้องดีกว่าสูตรเดิม โดยต้องรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อตัวสินค้าได้

เนื่องจากชาวลาวส่วนมากมักจะเชื่อคนรอบข้างในลักษณะการพูดบอกกันแบบปากต่อปากมากกว่าเชื่อโฆษณา ดังนั้น หากคนใกล้ชิดบอกว่าดี จะเกิดพฤติกรรมซื้อตาม แต่หากสินค้าไม่ดีจริงย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ชาวลาวยังเชื่อเรื่องความหมายของคำ ฉะนั้นชื่อสินค้าจะต้องเป็นคำที่มีความหมายมงคล เช่นมีทรัพย์” “มีโชคและควรเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาวลาวเชื่อมั่นในสินค้าไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงถือว่าเป็นข้อได้เปรียบที่สินค้าไทยจะมีโอกาสส่งออกและเจาะตลาดลาวได้ ส่วนการทำการตลาดออนไลน์สำหรับผู้ประกอบการ ไม่ควรเน้นการขายสินค้าผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก เพียงช่องทางเดียว เพราะอัตราการใช้เฟซบุ๊กของชาวลาวมีเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

แต่หากต้องการทำโฆษณา ควรเลือกใช้ข้อความจูงใจหรือเลือกติดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในจุดที่มองเห็นได้ชัดเจนและทั่วถึง เช่น ติดตามรถรับจ้างหรือตามข้างทาง แต่วิธีนี้จะต้องระวังเรื่องการใช้ภาษา แม้ว่าภาษาอีสานของไทยจะคล้ายกับภาษาลาว แต่ความหมายของคำบางคำต่างกันอย่างชัดเจน


เชื่อมการค้าด้วยรถไฟความเร็วสูง

นางสาวยานี ศรีมีชัย

นางสาวยานี ศรีมีชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว  กล่าวว่า หากพูดถึง สปป.ลาว คนทั่วไปอาจจะนึกถึงเฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์และเมืองมรดกโลกอย่างหลวงพระบาง เนื่องจากทั้งสองเมืองมีความโดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งหากจะเข้าไปทำธุรกิจ ผู้ประกอบการไทยอาจต้องมองหาทำเลใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโตทั้งระบบการขนส่ง และการขนถ่ายสินค้า โดยเฉพาะพื้นที่ สปป.ลาวตอนเหนือในแขวงอุดมไซ และแขวงหลวงน้ำทา เนื่องจากทั้งสองเมืองเป็นเมืองที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศจีนและกำลังจะมีรถไฟลาว จีน ระยะทาง 421 กิโลเมตร ที่มีบริการทั้งแบบขนสินค้าใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และขนผู้โดยสารใช้ความเร็ว 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งจะเปิดให้บริการภายในปี 2564

โดยรถไฟความเร็วสูงจะมีแนวเส้นทางจากด่านสากลบ่อเต็น ในแขวงหลวงน้ำทา แขวงอุดมไซ มายังสถานีรถไฟท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งสถานีนี้เป็นจุดเชื่อมต่อข้ามแดนมายังไทยบริเวณจ.หนองคาย ฉะนั้นจึงถือว่าเป็นข้อดีที่ผู้ประกอบการไทยจะสามารถเข้าไปลงทุนหรือแม้แต่การย้ายฐานการผลิตเข้าไปตั้งตามแนวรถไฟความเร็วสูง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณแขวงอุดมไซ นอกจากนี้ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมที่จะผลักดันสินค้าไทยให้ต่อยอดออกไปยังประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือเวียดนามด้วย

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

ด้าน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวว่า สถาบันได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการทำธุรกิจในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการไทยในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดโครงการสัมมนา ติวเข้มรู้ลึก รู้จริง รู้ใจลาวเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รู้ทิศทางการทำธุรกิจใน สปป.ลาว เพราะในขณะนี้ถือว่าเป็นประเทศที่น่าจับตามอง เนื่องจากรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดประเทศให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในลาวมากยิ่งขึ้น 


ความน่าสนใจใน สปป.ลาว ยังมีให้อ่านต่อ

สปป.ลาว…เสือเศรษฐกิจใหม่ แค่กะพริบตา…พุ่งฉิว!!