สาลิกาคาบข่าว Vol.260/62

183
ข่าววันนี้

ดันการออมสู่วาระแห่งชาติ ผุด 13,000 เคาน์เตอร์บริการเยาวชน พ่อค้า แม่ค้า วินมอไซค์

..รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมโดยให้ยกเรื่องการสนับสนุนให้เยาวชน ผู้ประกอบการอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า วินรถจักรยานยนต์ มีวินัยการเงินโดยออมผ่านกองทุนการออมแห่งชาติหรือกอช.เป็นวาระแห่งชาติ และให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งร่วมมือกันประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน และผู้ประกอบอาชีพอิสระให้ความสำคัญกับการออมเงินผ่านกอช. เพื่อจะได้มีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณต่อไป โดยสามารถออมเงินได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วไปที่มีอยู่กว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมที่ต้องดำเนินการผ่านธนาคารของรัฐเท่านั้น นอกจากนี้ที่ประชุมครม.ยังได้รับทราบการดำเนินงานของกอช. ประจำปี 61 โดยมีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 610,683 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 64,671 คน ขณะที่เป้าหมายของกอช.กำหนดจำนวนสมาชิกไว้ที่ 7 แสนคน

ดึงโมเดลจีนแก้ความยากจนฐานราก รับฟังปัญหาตอบโจทย์ชุมชน

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมรวมพลังขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารออมสิน กรมธนารักษ์ กองทุนหมู่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำแผนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นรูปธรรม และจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการใหญ่ในวันที่ 21 ..นี้ ที่เมืองทองธานี สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ของรัฐบาลที่เข้ามาฟื้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเร่งด่วน โดยใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแบบจีน เริ่มจากเข้าไปรับฟังปัญหาและความต้องการของชุมชนในท้องที่จากนั้นให้หน่วยงานรัฐทุกแห่ง ร่วมมือกันเข้าไปช่วยกันแก้ปัญหาโดยใช้ความต้องการชุมชนเป็นโจทย์ ไม่ทำแบบตัวใครตัวมันเหมือนก่อน เช่น หากขาดแคลนเงินแบงก์รัฐจะไปช่วย ขาดที่ดินให้กรมธนารักษ์จัดที่ราชพัสดุให้เช่า ขาดความรู้เรื่องการเงินให้ส่งเจ้าหน้าที่คลังให้ความรู้ หรือหากเป็นชุมชนที่มีปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ ก็ให้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมนำนวัตกรรมมาช่วยพัฒนาการผลิต ให้สินค้าน่าสนใจ เพื่อส่งออกขายทั่วประเทศ หรือส่งออกไปต่างประเทศ ขณะเดียวกันจะให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาช่วยโปรโมตพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนด้วย ซึ่งโครงการนี้จะทำแบบระยะยาวเพื่อพลิกให้คนไทยพ้นจน

EEC HDC เดินหน้าจัดเวิร์คชอปไทยออสเตรีย ยกระดับการพัฒนาบุคลากรป้อนอีอีซี

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ สถาบันการศึกษา ซึ่งอยู่ในคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ได้จัดประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือพัฒนากำลังคนในพื้นที่อีอีซี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสาธาณรัฐออสเตรียไทย ซึ่งจะนำสู่การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วม 2 ประเทศเร็วๆนี้ ในการประชุมขั้นเตรียมการจัดเวิร์คชอปครั้งนี้ ดร.อภิชาติ ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC HDC ได้บรรยายสรุป พร้อมอัปเดตภารกิจการพัฒนาบุคลากรในเขตอีอีซีที่ผ่านมาว่าได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่สร้างสรรค์และหวังผลได้ในด้านการพัฒนาและผลิตกำลังคนตอบสนองความต้องการของ 10+2 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี ด้าน ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาเลขาธิการอีอีซีและผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี ได้ให้ข้อมูลกับที่ประชุมถึงความร่วมมือในครั้งนี้โดยสังเขปว่าการจัดเวิร์คชอปเชิงปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ จะโฟกัสใน 2 หัวข้อ ได้แก่ หนึ่ง การหารือกันในประเด็นการพัฒนาระบบการเรียนการสอน Dual Vocational Education หรือการพัฒนาหลักสูตรและการอบรมระยะสั้น (Short course) เพื่อพัฒนากำลังคนวิชาชีพ และ สอง การสร้างความร่วมมือพัฒนาบุคลากรรายสาขา ได้แก่ ยานยนต์อัจฉริยะ (Automotive) อุตสาหกรรมการบิน (Aviation) หุ่นยนต์ เอไอ และระบบแมคคาทรอนิกส์ (Robotics AI & Mechatronic) ระบบราง (Railway) เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (Environmental Technology) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสาขาวิชาที่ทางออสเตรียมีความชำนาญและมีชื่อเสียง ส่วนทางไทยก็มีความต้องการที่จะพัฒนาบุคลากรในด้านที่กล่าวมานี้อย่างเป็นรูปธรรม

พาณิชย์ออกมาตรการช่วยชาวบ้านร้านโชห่วยน้ำท่วม ขยายเวลาชำระค่าสินค้า 90 วัน

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล // www.moc.go.th

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งประสานหน่วยงานพันธมิตรภาคเอกชน ทั้งสมาคมค้าส่งปลีกไทย สมาคมไทยรับสร้างบ้าน และห้างค้าส่งรายใหญ่ กำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ครอบคลุมทั้งภาคประชาชน ร้านโชห่วยและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมหนัก เช่น อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ เพื่อให้สามารถฟื้นฟูและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด สำหรับมาตรการช่วยเหลือร้านโชห่วยจะร่วมมือกับสมาคมค้าส่งปลีกไทย บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานพันธมิตร จัดทีมงานลงพื้นที่ช่วยเหลือในการจัดร้านค้าและปรับปรุงร้านโชห่วยที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และร่วมมือกับสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ลงพื้นที่ซ่อมแซมในราคาพิเศษหรือไม่คิดค่าแรง พร้อมเจรจาให้ซัพพลายเออร์ ขยายเวลาชำระหนี้ค่าสินค้าจากปกติ 30-45 วัน เป็น 75-90 วัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ และรับเก็บคืนสินค้าที่เสียหายจากน้ำท่วม

แบงก์ชาติเตือนเปลี่ยนด่วน! บัตรเอทีเอ็มแบบเก่า 20 ล้านใบ 15 .. 63 หมดสิทธิ์ใช้

..สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ได้ให้สถาบันการเงินต่างๆ ประชาสัมพันธ์และเร่งติดตามลูกค้าที่ยังไม่ได้เปลี่ยนบัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็กเป็นบัตรแบบชิปการ์ดให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะหลังจากวันที่ 15 ..63 บัตรแถบแม่เหล็กจะไม่สามารถใช้งานกับเครื่องเอทีเอ็ม 67,000 ตู้ทั่วประเทศหรือเครื่องรูดบัตรที่ร้านค้าได้ แม้ตามหน้าบัตรจะยังไม่หมดอายุก็ตาม โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนบัตรได้ครบถ้วนภายในสิ้นปี 62 ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีผู้เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดไปแล้ว 47 ล้านใบ และยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือ 20 ล้านใบทั่วประเทศ ในจำนวนบัตรที่ยังไม่ได้เปลี่ยน 20 ล้านใบ ไม่มีการเคลื่อนไหว 6 ล้านใบ แบ่งเป็น 30% อยู่ในกรุงเทพฯ และอีก 70% อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งส่วนมากจะอาศัยที่ภาคอีสาน จึงให้ธนาคารแต่ละแห่งเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

Gartner ชี้ 7 อาชีพดาวรุ่งปี 2020 จำนวน 2.3 ล้านตำแหน่งที่ AI ต้องยอมหลีกทางให้

อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ robot

แม้ว่าในปี 2020 ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะลดการจ้างงานไป 1.8 ล้านตำแหน่ง แต่ก็จะสร้างงานใหม่ได้ 2.3 ล้านตำแหน่ง โดย Peter Sondergaard หัวหน้านักวิจัยของ Gartner ได้คาดการณ์ว่า 7 อาชีพที่จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้จะมีการนำ AI มาใช้ ได้แก่

  • 1. ตำรวจไซเบอร์หรือนักรบไซเบอร์ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และคอยอุดช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝีมือของเหล่าแฮกเกอร์ที่จะเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับระบบขององค์กร
  • 2. วิศวกรพัฒนายานยนต์ผลิตยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน
  • 3. นักเทคโนโลยีชีวภาพ พัฒนาวัสดุทางการเกษตรเป็นพลังงานทดแทน
  • 4. นักวิจัยอาหารที่มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อาหาร
  • 5. นักวิจัย Big Data
  • 6. ผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์
  • 7. วิศวกร Machine Learning Engineers หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์

สิงคโปร์เตรียมยกเลิกระบบแบ่งเกรดนักเรียน เปิดโอกาสแบบเท่าเทียม

หนังสือพิมพ์ The Straits Times ของสิงคโปร์ รายงานว่าในปี 2567 ประเทศสิงคโปร์จะยุติการแบ่งสายเด็กนักเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนในสายที่ตนสนใจ จากเดิมจะมีการคัดเด็กเก่งกับเด็กไม่เก่งออกจากกัน คือเมื่อเริ่มเรียนระดับมัธยมศึกษานักเรียนจะถูกแบ่งเป็นสายปกติ (เทคนิค) สายปกติ (วิชาการ) และสายพิเศษ โดยเด็กเก่งจะมีโอกาสทำงานในสายวิชาการ สายบริหาร ในขณะที่เด็กไม่เก่งจำเป็นต้องเรียนในสายที่ไม่ต้องอาศัยทักษะความสามารถในเชิงวิชาการ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์จะยกเลิกระบบนี้กับโรงเรียน25แห่งในปีหน้า และจะค่อย ๆ บังคับใช้กับโรงเรียนมัธยมจนครบทุกแห่งภายในสิ้นปี 2567 ซึ่งระบบใหม่เด็กทุกคนจะได้เรียนเหมือนกันหมด เช่นการเรียนวิชาคณิตศาสตร์จะแบ่งการเรียนการสอนเป็น 3 ระดับ คือ Generic-1 หรือ G-1 เทียบเท่ากับสายปกติ (เทคนิค), G-2 เทียบเท่ากับสายปกติ (วิชาการ) และ G-3 เทียบเท่ากับสายพิเศษ ถ้าทำ G-1 ได้ดีสามารถเลือกเรียน G-2 ซึ่งเป็นระดับที่สูงขึ้นหรือถ้าสนใจไปต่อระดับ G-3 ก็ได้ แต่หากไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์จะเรียนแค่ G-1 แล้วไปเรียนวิชาอื่นที่ตนเองสนใจต่อไปก็ได้ แต่จะไม่จำกัดสิทธิการเลือกเรียนในระดับมัธยม ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยลดความกดดันในการสอบเข้ามัธยมของเด็กประถมได้ในระดับหนึ่ง