‘ฮิวเลตต์ แพคการ์ด’ ไอทีระดับโลกสู่การปั้นขุมกำลัง AI ในอีอีซี

223

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด (Hewlett-Packard) เจ้าของแบรนด์ HP ถือเป็นผู้นำวงการคอมพิวเตอร์ ก่อตั้งโดย บิล ฮิวเลตต์ และ เดวิด แพคการ์ด ว่ากันว่า ฮิวเลตต์ แพคการ์ด คือผู้คิดค้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นรายแรกของโลกในชื่อ Hewlett-Packard 9100A แต่เรียกผลิตภัณฑ์ของตนในยุคนั้นว่า เครื่องคิดเลขตั้งโต๊ะ (desktop calculator)

Hewlett-Packard 9100A

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เริ่มก่อตั้งในปี 1939 โดยมีเงินทุนเริ่มต้นธุรกิจเพียง 500 ดอลลาร์ หรือประมาณแค่ 15,000 บาทเท่านั้น แต่สามารถเติบโตและกลายเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านไอทีที่มูลค่าแตะหลักพันล้านสำเร็จ ก่อนที่บิล เกตส์ และสตีฟ จ็อบส์ จะประสบความสำเร็จหลายสิบปี และถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของซิลิคอน วัลเลย์ ด้วยเช่นกัน

นอกจากธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้ว HP ยังผลิตเครื่องพิมพ์ เลเซอร์พริ้นเตอร์ พริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท สแกนเนอร์และบริการด้านไอทีต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงการเข้าซื้อกิจการของคอมแพค ในปี .. 2002 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแพโล แอลโต (Palo Alto) รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา


จาก HP สู่ HPE รับยุคทรานสฟอร์ม

ปลายปี 2015 ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ปรับองค์กรครั้งใหญ่ โดยแยกการทำงานออกเป็น 2 บริษัท คือ HP Inc. และ Hewlett Packard Enterprise หรือ HPE ที่แยกตัวออกมารับผิดชอบธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีระดับองค์กรโดยเฉพาะ เช่น Server, Storage, Network, Converged System, Software ตลอดจนพัฒนาแพลตฟอร์มไอทีด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

ชื่อชั้นของ HPE ในวันนี้ หรือ HP ในอดีต จึงอยู่ในแถวหน้าของวงการเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงประเทศไทยที่ HP เข้ามาทำธุรกิจนานกว่าทศวรรษในชื่อ ‘บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย)’ องค์กรที่มีการทรานสฟอร์มธุรกิจเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอยู่ตลอดเวลา

และเมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ HPE ในการสร้างขุมกำลังปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ด้วยการผนึกกำลังกับสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) สร้างบุคลากรด้าน AI ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (Eastern Economic Corridor : EEC)

เราให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนางานวิจัย เพื่อการต่อยอดในอนาคตอยู่เสมอ”  พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) กล่าวภายหลังเกิดความร่วมมือระหว่าง HPE Thailand และ FIBO

เรามองความร่วมมือนี้เป็นการคืนกำไรกลับสู่สังคม ด้วยการใช้ความเชี่ยวชาญของเราทำประโยชน์ให้กับประเทศ โดยหวังว่าการพัฒนาร่วมกันในครั้งนี้จะสร้างกรณีศึกษาที่สำคัญให้ประเทศ เพื่อนำไปต่อยอดสู่แผนแม่บทในการพัฒนา THAILAND 4.0 ได้อย่างเป็นรูปธรรม” 

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา

ขณะที่ รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งสถาบันฟีโบ้ และผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากรและเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษตะวันออก (อีอีซี) กล่าวว่า โครงการอีอีซีตั้งเป้าที่จะผลิตบุคลากรในการรองรับงานในสาขาต่างๆ ประมาณ 479,000 คน ใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดย 38,000 คนจะรองรับงานเกี่ยวกับหุ่นยนต์ 120,000 คน รองรับตลาดงานด้านการพัฒนาดิจิทัล และ 15,000 คนประกอบอาชีพ Data Scientist ซึ่ง HPE Thailand จะเข้ามาช่วยอบรม Data Scientist ในลักษณะ Train the Trainer เพื่อการพัฒนา AI ร่วมกับ 24 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย

ความร่วมมือกับ HPE Thailand จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถด้าน AI และ Big Data เพื่อพัฒนาประเทศของเราต่อไป


ผนึก มทร.ตะวันออก ปั้นบุคลากรดิจิทัล

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ได้มีการลงนามความร่วมมือการพัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านในกลุ่มดิจิทัล ไอที และการพัฒนาไปสู่โซนอุตสาหกรรม 4.0 ระหว่าง พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) กับ รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก โดยมี ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) เป็นสักขีพยาน

ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การสร้างบุคลากรกลุ่ม Technology Transformation ในส่วนของ AI, IoT, Big Data, Cloud Computing ฯลฯ เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 และสร้างบิสิเนสโมเดลร่วมกับ มทร.ตะวันออก ในกรอบของการทำงานเชิงวิชาการบูรณาการสู่งานบริการเพื่อร่วมเปลี่ยนแปลงการพัฒนายุค 4.0 ในพื้นที่อีอีซี

โดยก่อนจะมีการลงนามดังกล่าวได้ดำเนินการจัดทำความเข้าใจร่วมกันมานานกว่าครึ่งปี เพื่อให้การพัฒนาบุคลากรเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาหลักสูตรปกติ การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น การพัฒนาทักษะให้บุคลากรกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ในรูปแบบ Drive Agenda ตอบสนองการศึกษาระบบใหม่ตามความต้องการจริงแบบ EEC Model Type A เข้าสู่การผลิตใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งการพัฒนาข้อมูลให้เชื่อมโยงกับสำนักงานการศึกษาเขตพื้นที่ 8 ที่ดูแลระบบการศึกษาครอบคลุมพื้นที่อีอีซีอีกด้วย

นี่คือหนึ่งในก้าวสำคัญของวงการดิจิทัลเมืองไทย!