สาลิกาคาบข่าว Vol.262/62

114

เวิลด์แบงก์จ่อขยับอันดับ Doing Business ไทยดีขึ้น 2 ขั้น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการรับทราบผลรายงานการดำเนินงานตามแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยของธนาคารโลก (Doing Business) ว่า ประเทศไทยจะได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น ซึ่งคณะทีมวิจัยของธนาคารโลกได้จัดทำข้อมูลของประเทศไทยช่วงเดือน พ.. 62 โดยรับทราบผลการเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานปรับปรุงการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เช่น ลดระยะเวลาการขอใช้ไฟฟ้าเหลือเพียง 1 วัน และต้นทุนการใช้ขอใช้ไฟฟ้าจากเดิมประมาณ 77,500 บาท ปัจจุบันไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะได้คะแนนสูงขึ้น การยกเลิกระบบสำเนาเอกสารขออนุญาตผ่านการเชื่อมโยงข้อมูล BIGDATA จากเดิมต้องใช้เอกสารกระดาษกว่า 60 ล้านแผ่นต่อปี ขณะนี้ไม่ต้องใช้เอกสารหลายหน่วยงาน รวมทั้งบริการทางภาษีออนไลน์ให้ภาคธุรกิจ ปรับปรุงแบบแสดงรายการเสียภาษีของนิติบุคคล พัฒนาระบบคืนภาษีนิติบุคคลภายใน 90 วัน ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันที่ 30 .. 62 เจ้าหน้าที่จะประกาศผลการจัดอันดับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจรอบใหม่ ทั้งนี้ คาดว่าอันดับใหม่น่าจะดีขึ้นมาอยู่ที่ 25 จากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 27 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูว่าประเทศอื่นๆ จะขยับขึ้นอย่างไรบ้าง

ปรับบัญชีแนบท้าย พรบ.ต่างด้าว รองรับนักลงทุนย้ายฐานผลิต

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายพัฒนากฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้ส่งเสริมและกำกับการลงทุนของคนต่างชาติในประเทศไทยให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและส่งเสริมการค้าการลงทุนของประเทศ รวมถึงตอบสนองนโยบาย Thailand Plus Package ที่เร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิตจากผลกระทบสงครามการค้า ซึ่งมติคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ มอบหมายให้กระทรวงฯดำเนินการด้านความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Easeof Doing Business) โดยเร่งปรับปรุงบัญชีแนบท้ายตามพรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวปี 42  เพื่อลดอุปสรรคการลงทุนในประเทศไทย  โดยปัจจัยหลักในการทบทวนคือให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve และ New S-Curve เช่นอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นต้น

จุดพลุ! ประชาพิจารณ์เอฟทีเอไทยอียู เปิดตลาดแข่งอาเซียน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงการจัดงานสัมมนาระดมความเห็นเรื่องโอกาสและความท้าทายของไทยในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทยสหภาพยุโรปในวันที่ 23 .. 2562 ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ว่า เป็นการเปิดให้ทุกภาคส่วนที่สนใจเข้าร่วม ทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เกษตรกร และภาคประชาสังคม รวมทั้งได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านต่างๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและให้ข้อเสนอแนะเรื่องการฟื้นการเจรจาเอฟทีเอไทยอียู ซึ่งกรมฯจะนำข้อมูลและความเห็นที่ได้จากการสัมมนารวบรวมเสนอระดับนโยบายเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจในเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ การเจรจาเอฟทีเอไทยอียูเพื่อขยายโอกาสและตลาดการค้าให้กับภาคธุรกิจของไทย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนและความไม่แน่นอนทางการค้า และประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยหลายประเทศ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ ต่างมีเอฟทีเอกับอียูแล้ว ส่วนอินโดนีเซียอยู่ระหว่างการเจรจา สำหรับมาเลเซียและฟิลิปปินส์มีแผนจะฟื้นการเจรจา ไทยจึงต้องหาทางสานต่อการเจรจาด้วย

บังคับใช้กฎหมายโรคจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมดึงนายจ้างร่วมรับผิดชอบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ว่า พ...ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.. 2562 มีผลบังคับใช้แล้ววันที่ 19 .. เพื่อคุ้มครองแรงงานทั้งในและนอกระบบโดยนายจ้างต้องมีการจัดสถานประกอบการที่ปลอดภัยในการทำงานมากขึ้นหากมีมลภาวะมีสารพิษอันตรายใดที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพนายจ้างต้องรีบแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และนำลูกจ้างเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็วทั้งนี้กฎหมายยังดูแลครอบคลุมไปถึงประชาชนที่อยู่โดยรอบสถานที่ปฏิบัติงานนั้นๆด้วยโดยให้อำนาจอธิบดีกรมควบคุมโรคในการประกาศเขตอันตรายและนำผู้ได้รับผลกระทบเข้ารับการบำบัดรักษาโดยเร็ว

ไก่ไทยแจ๊กพอตออเดอร์จีนพุ่ง โต 712% ราคาสูงเป็นประวัติการณ์

นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้เลี้ยงไก่เพื่อส่งออกไทย กล่าวถึงปัญหาที่หลายประเทศกำลังเผชิญวิกฤตโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน เวียดนามและมองโกเลียที่ต้องฆ่าหมูหรือมีหมูตายไปแล้วกว่า 10% ของประชากรหมูทั้งหมดของแต่ละประเทศว่า ตอนนี้ประเทศจีนกำลังเผชิญกับสถานการณ์ขาดแคลนเนื้อสุกร ส่งผลให้ราคาเนื้อสุกรแพงมาก และประชาชนชาวจีนหันมาบริโภคเนื้อไก่ทดแทน ทำให้ระดับราคาเนื้อไก่ในประเทศจีนพุ่งสูงขึ้นถึงเท่าตัว ราคาไก่ระดับนี้ไม่เคยปรากฏที่ไหนในโลก เช่น ตีนไก่จากตันละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ปีกกลางไก่ จากตันละ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 5,200 ดอลลาร์สหรัฐ  จึงนับเป็นโอกาสมหาศาลของอุตสาหกรรมไก่ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงงาน 7 แห่งที่ผ่านการรับรองไปแล้วก่อนหน้านี้ สำหรับภาพรวมการส่งออกเนื้อไก่ของไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี  2562  ประเทศจีนนำเข้าเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ไก่จากไทยรวม 33,500 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 712%

ททท. ผุดห้างออนไลน์ขายสินค้าท่องเที่ยวผ่านเว็บ ลงฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงการเปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ภายใต้โครงการ “ห้าง ททท.” หรือ Tourism Department Store เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเสนอขายแพ็คเกจท่องเที่ยวและการประชาสัมพันธ์สินค้าท่องเที่ยวของไทย ผลักดันให้เป็นช่องทางใหม่ในการรวบรวมแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ มีกิจกรรมท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า โดยไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือค่าฟีจากผู้ประกอบการ เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อผลิตแพ็คเกจที่ตอบความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายหลากหลายช่วงวัยและความสนใจ อาทิ กลุ่มเจน Y กลุ่มผู้หญิง กลุ่มครอบครัว และกลุ่มซิลเวอร์เอจหรือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เริ่มต้นทำตลาดนักท่องเที่ยวไทยก่อน จากนั้นขยายไปยังตลาดชาวต่างชาติ เช่น กลุ่ม Expat ในไทย และนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เวียดนามเปิดตัวโซเชียล ‘Lotus’ แชร์ตลาดเฟซบุ๊ก เพิ่มทางเลือกคนท้องถิ่น

www.reuters.com

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 ..ที่ผ่านมา บริษัท VCCorp ได้เปิดตัวเว็บไซต์ให้บริการเครือค่ายสังคมออนไลน์แบบเดียวกับเฟซบุ๊ค ชื่อว่า ‘Lotus’ จากการระดมเงิน 700,000 ล้านด่ง หรือประมาณ 30.4 ล้านดอลลาร์ และวางแผนที่จะระดมทุนเพิ่มอีก 500,000 ล้านด่ง เพื่อพัฒนาเว็บไซต์โลตัสต่อไป โดยบริษัทคาดว่าจะมีผู้ใช้ 4 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 20 ล้านคนในอนาคต นายเหวียน เท่ เติ่น ผู้อำนวยการบริษัทกล่าวว่าเนื้อหาที่นำเสนอในโลตัสคือทางเลือกใหม่ของคนเวียดนาม อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อแข่งกับเฟซบุ๊คที่ปัจจุบันมีชาวเวียดนามใช้งานมากถึง 58 ล้านบัญชีด้านนายเหวียนแม็งหุ่งรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารของเวียดนามยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมเนื้อหาในเฟซบุ๊คจึงหวังว่าชาวเวียดนามจำนวนมากจะหันมาใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ท้องถิ่นมากเท่ากับที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ