ดู ‘จีน’ ยกระดับสร้างความเจริญก้าวหน้า แล้วย้อนดู ‘ไทย’ กับสิ่งที่ต้องร่วมกันเคลื่อนฝ่าไป!

354

หลังจากความก้าวหน้าเติบโตของ “จีน” ปรากฏชัดต่อชาวโลก จากผลของการปฏิรูปประเทศมากว่า 4 ทศวรรษ ทำลาย “วาทกรรม” และ “ความเชื่อ” ที่เคยครอบงำความคิดโลกว่า การสร้างความก้าวหน้าเติบโตทางเศรษฐกิจต้องพึ่งพา “ประชาธิปไตยและการเมือง – การปกครองแบบโลกตะวันตก” ลงอย่างสิ้นเชิง! ด้วยว่า…ประเทศสังคมนิยมอย่างจีนได้สร้างความก้าวหน้าอย่างโดดเด่นและภาคภูมิยิ่ง


ปฏิบัติการพัฒนา “จีนใหม่” ดำเนินไปภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน ในการมุ่งปรับสร้างประเทศนับจากช่วงปี 1990 ที่เริ่มเปิด – ปฏิรูปประเทศ แก้ไขปัญหาความยากจนล้าหลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตสู่การกินดีอยู่ดีพอควรจากการดำเนินงานตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2001 และมุ่งบรรลุผลในช่วงปี ค.ศ. 2020 เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศทันสมัยและเป็นผู้นำของโลกต่อไป

ตามแผนการที่ว่า ปี ค.ศ. 2050 จีนจะพัฒนาประเทศให้เป็น ประเทศสังคมนิยมมหาอำนาจสมัยใหม่ ที่ร่ำรวย เป็นเลิศทางวัฒนธรรม ประชาชนเป็นใหญ่ สมานฉันท์ และสวยงาม

นี่คือการขับเคลื่อน “จีน” ที่สัมผัสจับต้องได้ ให้โลกประจักษ์ว่า การเมืองการปกครองแบบสังคมนิยมนั้นมีพลังยิ่งใหญ่ต่อกระบวนการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะปรับตัวสู่ความก้าวหน้า ทันสมัย อยู่ดีกินดี หลุดพ้นจากความยากจน สามารถผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก ด้วยปฏิบัติการแบบจีน ที่ทำงานกับผู้คนมากกว่า 1,400 ล้านคนมาอย่างต่อเนื่อง!

บทเรียนของจีนสร้างการเรียนรู้ถึง “ความเป็นไปได้ ที่ไร้ขีดจำกัด” ในการสร้างความเจริญก้าวหน้าใหม่ขึ้น ซึ่งเป็นบทเรียนมีคุณค่าและน่าจะช่วยให้กลุ่มคนที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง หรือกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์กับการพัฒนาแบบลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ได้เรียนรู้บ้าง!

กรณีการพัฒนาประเทศของจีนข้างต้นนี้ ถ้าพิจารณาย้อนเทียบดูกับสภาพประเทศไทย หลังจากที่สังคมไทยตกอยู่ภายใต้ความแตกแยก ตกต่ำ ชะงักงันทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และการพัฒนาที่หยุดนิ่งจนเกือบดิ่งเหว ปรับตัวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงทุกมิติ ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจการค้า การปรับตัวที่สอดรับกับศตวรรษที่ 21 การจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ต้องเชื่อมกับทิศทางการเติบโตใหม่ของสังคมโลก และความรวดเร็วของจีนในกระแสความเคลื่อนไหวของเส้นทางสายไหมใหม่ (BRI) จนถึงความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม 4.0 ที่เชี่ยวกรากอยู่ในคลื่นการปฏิวัติไอที การสื่อสาร และเทคโนโลยีชีวภาพในยุคดิจิทัล ที่มีพลังและอิทธิพลต่อการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างมีนัยสำคัญ!

ประสบการณ์ความเลวร้ายที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยพยายามสร้างยุทธศาสตร์เพื่อปรับตัวจากความล้าหลัง ตกต่ำ ด้วยนโยบายประเทศไทย 4.0 และยกระดับพื้นที่ EEC ขึ้นเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อดึงการลงทุนระดับโลกให้เข้ามาพร้อมความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ที่จะช่วยย่นเวลาและต่อยอดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด พร้อมกับสร้างตัวตนในกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงรวดเร็วของยุค 4.0 ซึ่งภายใต้ความเคลื่อนไหวนี้ EEC เป็นพื้นที่ที่จะปรับสร้างเศรษฐกิจใหม่โดยมีการรื้อสร้างกฎหมาย ระบบ ระเบียบ และพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ทันความเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ รวมทั้งพัฒนาบุคลากร การศึกษา และจัดการพื้นที่ใหม่ ที่ตอบโจทย์อนาคตและความเจริญก้าวหน้าใหม่เพื่อสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ในขณะเดียวกัน

การสร้างความเจริญในพื้นที่ EEC นี้ มีบทเรียนจากจีนบ่งชี้ว่า การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องเผชิญกับเครือข่ายผลประโยชน์ที่ฝังรากลึกของกลุ่มเดิมเป็นสำคัญ

ซึ่งในกรณีของ EEC ก็หนีไม่พ้นธรรมชาติดังกล่าว จึงต้องเผชิญกับเครือข่ายผลประโยชน์ที่หยั่งรากลึกในบางพื้นที่ ซึ่งสร้างกระแสความเคลื่อนไหว คัดค้าน-ต่อต้าน ปิดรับความเปลี่ยนแปลงโดยแสดงปฏิกิริยาต่อต้านทั้งแบบเผชิญหน้าโดยตรงและผ่านสื่อออนไลน์ (ซึ่งข้อมูลมากกว่าร้อยละ 80 มีการมโนปั้นแต่งขึ้นเอง) การเผชิญปัญหานี้ คณะทำงานของ EEC จึงต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่คนส่วนใหญ่ และสร้างงานที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงตามเป้าหมายที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมท้องถิ่น ผู้คน ร่วมกับการใช้นวัตกรรมนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทน

หากพิจารณากลุ่มความคิดปฏิปักษ์ต่อต้านความเจริญก้าวหน้า-ความเปลี่ยนแปลง จะพบว่าคนกลุ่มนี้มีแรงขับเคลื่อนอยู่หลายแบบ บางคน-บางกลุ่มต้องการสร้างพื้นที่แห่งตัวตนให้ตัวเองเพราะ กลัวสูญเสียตัวตนไป บางกลุ่มก็จะเป็นพวกที่มีมุมมองความคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ โดยมักหยิบเอาเหตุเล็กๆ น้อยๆ มาสร้างความเคลื่อนไหวเพื่อปฏิเสธความเจริญก้าวหน้ายุคใหม่ อีกกลุ่มก็จะเป็นกลุ่มอาชีพที่ต่อต้านความเจริญและการพัฒนา ซึ่งมักเข้ากันได้กับเครือข่ายผลประโยชน์เดิมที่ฝังรากลึกมานาน

การมุ่งพัฒนา-สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ถูกปิดกั้นขัดขวางเรื่อยมา คือสภาพที่ประเทศกำลังเผชิญ!

การพาประเทศก้าวไปข้างหน้า ต้องทำให้ผู้คนเข้าใจภูมิทัศน์ใหม่ของสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ที่เชื่อมโยงสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตใหม่ ซึ่งการพัฒนา EEC ได้กำหนดทิศทางการลงทุนไว้อย่างชัดเจนใน 12 อุตสาหกรรมยุค 4.0 โดยมีกิจกรรมหลากหลายที่ร่วมมือกับท้องถิ่นแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมานาน เช่น ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ระยอง ชลบุรี การสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม มีการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อ – ขยาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการจัดสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่สำหรับขนส่ง สร้างท่าเรือ 3 ท่า สร้างมหานครการบิน ตลอดจนดึงเม็ดเงินลงทุนเกือบ 2 ล้านล้านบาท มายกระดับเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเชื่อมต่อกับโลกโดยรวม เพื่อปรับฐานเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างการศึกษาใหม่ สร้างความกินดีอยู่ดี ที่จะมีผลรวมเป็นลมหายใจหล่อเลี้ยงประเทศชาติในความเคลื่อนไหวของศตวรรษที่ 21 ที่มีความหมายยิ่งตอไป 

นี่คือหนทางข้างหน้าที่ทุกคนต้องเดินไปด้วยกัน….


 

 

เรื่อง : Apichartology