สาลิกาคาบข่าว Vol.263/62

184

บอร์ดบีโอไอไฟเขียว 4 โครงการยักษ์ 2.8 หมื่นล้าน เพิ่มสิทธิประโยชน์พัฒนาบุคลากร

www.thaigov.go.th

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ชุดใหม่ครั้งแรก โดยคณะกรรมการจากทั้งภาครัฐและตัวแทนเอกชนเข้าร่วม อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทีกษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น โดย นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้การส่งเสริมโครงการขนาดใหญ่ 4 โครงการ รวมมูลค่าลงทุน 28,270 ล้านบาท เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงได้แก่ 1. นางสาวณศิภัสร์ จิระโอฬารวิชญ์ กิจการผลิต Polycarbonate Resin เงินลงทุน 18,476 ล้านบาท 2. บริษัท เทคโนโลยี แอสเซ็ทส์ จำกัด กิจการ Data Center เงินลงทุน 4,450 ล้านบาท 3. บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) กิจการผลิตโมโนโซเดียมกลูตาเมตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เงินลงทุน 2,750 ล้านบาท และ 4. Mr. Jiang Yong Ming กิจการผลิตชิ้นส่วนผงโลหะอัดขึ้นรูป เงินลงทุน 2,594 ล้านบาท พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบสนับสนุนให้ผู้ประกอบการพัฒนาทักษะบุคลากร โดยนำค่าใช้จ่ายมาขยายวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงถึง 2 เท่า หรือกรณีการลงทุนตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรจะได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี ซึ่งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นหนึ่งพื้นที่ที่มีการพัฒนาทักษะบุคลากรจำนวนมาก

ซีพีพร้อมเซ็นสัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินภายใน 3 สัปดาห์

เศรษฐกิจระบบราง

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า จากที่คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ เจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (ซีพี) และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ถึงรายละเอียดข้อความร่างสัญญา รวมถึงส่วนแนบท้ายสัญญาโดยมีข้อสรุปเบื้องต้นร่วมกันแล้วและให้ทาง กลุ่ม CPH ได้ส่งหนังสือตอบยืนยันมายังรฟท.ภายใน 7 วัน ซึ่งทางกลุ่ม CPH ได้ส่งหนังสือตอบมาแล้วเมื่อวันที่ 19 .. ทั้งนี้ เอกสารจากกลุ่ม CPH ที่ตอบกลับมามีจำนวนมาก โดยทางกลุ่ม CPH ได้แนบกำหนดวันลงนามสัญญาว่าพร้อมลงนามสัญญากับรฟท.ภายใน 3 สัปดาห์นับจากที่ตกลงกันได้ ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมการรฟท. จะต้องพิจารณารายละเอียดที่ทางกลุ่ม CPH ตอบกลับมาก่อน หากไม่มีปัญหาจะกำหนดวันลงนามสัญญาที่ชัดเจนต่อไป โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯจะนัดประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลของกลุ่ม CPH ภายในสัปดาห์หน้า หากไม่มีประเด็นที่ขัดต่อหลักการของเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (RFP) จะทำหนังสือแจ้งเพื่อนัดลงนามสัญญา แต่หากพิจารณาแล้วมีเงื่อนไขที่เป็นปัญหาคณะกรรมการคัดเลือกฯจะต้องทำตามขั้นตอนของการประมูลที่กำหนดเช่นกัน

สงครามการค้าตะวันออกกลางทุบยอดส่งออก ปั๊มโค้งสุดท้าย 2.1 หมื่นล้านต่อเดือน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนสิงหาคม 2562 การส่งออกมีมูลค่า 21,915 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.0% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 19,862 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.6% เกินดุลการค้า 2,053 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้รวม 8 เดือนแรก 2562 ส่งออกมีมูลค่า 166,091 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.2% การนำเข้ามีมูลค่า 159,984 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.6% และเกินดุลการค้า 6,106 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีปัญหาสำคัญจากสงครามการค้าที่ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมไปถึงความมั่นคงของตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำให้คำสั่งซื้อลดลงต่อเนื่องในหลายประเทศ เช่น เยอรมนีที่พึ่งพาการส่งออกเช่นเดียวกับไทย รวมถึงส่งออกไปตลาดอาเซียนกลุ่มCLMVและเอเชียใต้หดตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตาม  กระทรวงฯจะเร่งขยายตลาดเพื่อการส่งออกให้มากขึ้น ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้หากส่งออกต่อเดือนอยู่ที่ 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐจะทำให้การส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 0%

ดันพลังงานทดแทน 100% ภายใน 10 ปี พลังคนรุ่นใหม่บุกทส.’ หยุดโลกร้อน

พลังงานแสงอาทิตย์

เมื่อเวลา 09.00 . วันที่ 20 ..62 เยาวชนกลุ่ม Climate Strike Thailand และกลุ่ม Bye Bye Plastic Thailand เดินขบวนไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในกิจกรรมรณรงค์เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศโลก Global Climate Strike: Bangkok ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินขบวน 5,225 แห่ง ใน 156 ประเทศ 7 ทวีปทั่วโลก พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งให้พันธสัญญาว่าจะบรรลุเป้าหมายการจำกัดการปลดปล่อยคาร์บอน และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มากไปกว่านี้ เพิ่มส่วนแบ่งพลังงานหมุนเวียน 50% ในปี 2568 และ 100% ในปี 2573 สำหรับการเดินขบวนดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจาก เกรตา ธันเบิร์ก เยาวชนนักเคลื่อนไหวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้รับรางวัล Ambassador of Conscience Award ประจำปี 2562 จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยเยาวชนทั่วโลกจะเดินขบวนระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน รวมทั้งการเดินขบวนที่เชียงใหม่วันที่ 27 กันยายนนี้ด้วย

เตรียมว้าว! 100 เดียวเที่ยวทั่วไทยโรงแรมสายการบินร่วมโครงการ

thai.tourismthailand.org

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยอมรับว่าหนักใจกับตัวเลขของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เห็นตัวเลขอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5-6% ต่อปี และอาจจะไม่เห็นการเติบโตที่ 10% อย่างในอดีต เพราะนอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่า ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยแล้ว ยังมีเรื่องประเทศคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวของไทยในละแวกใกล้เคียงที่พร้อมทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนตัวเลขนักท่องเที่ยว ททท.จึงหันมาให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยการเตรียมผลักดันโครงการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 ..นี้ โดยเสนอให้เลือกวันที่จดจำง่าย อาทิ วันที่ 10 เดือน 10 หรือวันที่ 11 เดือน 11 เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าราคา 100 บาท จำนวน 10,000 รายการต่อเดือน โดยมีสายการบิน ร้านอาหาร โรงแรม และร้านขายของที่ระลึกแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก

มาเลย์อากาศแย่สุดในโลกฮานอยตามติดกรุงเทพฯอันดับ 6

เมื่อวันที่ 20 .. ที่ผ่านมา เว็บไซต์แอร์วิชวล (AirVisual) เผยแพร่การจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศและคุณภาพอากาศย่ำแย่ที่สุดในโลก พบว่า เมืองกูชิงของมาเลเซียอากาศแย่ที่สุดในโลก โดยมีค่าเอคิวไอทะลุ 230 เข้าขั้นไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก อันดับ 2 กรุงกัวลาลัมเปอร์ มีค่าเอคิวไอ 178 ถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพ อันดับ 3 กรุงฮานอยของเวียดนาม (147) อีก 3 ประเทศอาเซียนที่ติดอยู่ในกลุ่มท็อป 10 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร รั้งอันดับ 6 มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศเอคิวไอ อยู่ที่ 106 ซึ่งอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับกลุ่มอ่อนไหว อันดับ 9 สิงคโปร์ (99) และ อันดับ 10 คือเมืองจาการ์ตาอินโดนีเซียที่กำลังได้รับผลกระทบวิกฤติหมอกควันจากไฟป่า

นิสสันปิดโรงงานในอินโดนีเซีย เดินหน้ายานยนต์สมัยใหม่

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประกาศปรับลดขนาดองค์กรทั่วโลกเมื่อเดือน ก.. ที่ผ่านมา โดยจะปรับลดพนักงาน 12,500 ตำแหน่งในช่วง 3 ปีข้างหน้า เริ่มต้นด้วยการปรับลดพนักงาน 6,400 ตำแหน่งภายในเดือน มี.. 2563 ในฐานการผลิต 8 แห่งทั่วโลก ล่าสุด สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัทนิสสัน มอเตอร์ได้ปิดโรงงาน 1 ใน 2 แห่งในอินโดนีเซียในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และได้ยุติการผลิตรถยนต์แบรนด์นิสสันในอินโดนีเซีย สำหรับโรงงานที่เหลืออยู่จะยังคงผลิตรถยนต์ของดัทสัน ซึ่งเป็นยี่ห้อทางเลือกสำหรับตลาดเกิดใหม่ โดยมีการผลิต 2,596 คันในช่วงเดือน ม..-มิ.. ปีนี้ ลดลง 72% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ด้านสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ของอินโดนีเซียระบุว่าไม่มีการผลิตรถยนต์ยี่ห้อนิสสันตั้งแต่เดือน ก.. เมื่อบริษัทโอนการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ให้กับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ อย่างไรก็ตาม นโยบายของบริษัทนิสสันคือการรุกเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นยานยนต์สมัยใหม่