นับถอยหลังสู่ เวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย ยกระดับการพัฒนาบุคลากร ป้อนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายไปอีกขั้น

221

ทันทีที่ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เกิดขึ้น นอกเหนือจากการเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ววันแล้ว ภารกิจสำคัญลำดับต้นๆ อีกด้านหนึ่ง คือ การผลิตและพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้ง 10+2 ด้าน ที่จะเกิดขึ้นในเขตอีอีซี เวิร์คชอป ไทย-ออสเตรีย

ด้วยความจำเป็นเร่งด่วนนี้เอง ที่เกิดการจัดตั้ง คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางประสานกับทั้งสถาบันการศึกษาทุกระดับ สถานประกอบการ และหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมกันพิชิตภารกิจการผลิตกำลังคนในครั้งนี้

โดยความร่วมมือนั้น ก็มีทั้งความร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐและเอกชนในประเทศ และ ความร่วมมือในระดับนานาชาติ กับสถานประกอบการ บริษัท สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง เพื่อมาร่วมกันพัฒนาบุคลากรคนไทยให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำงานในเขตอีอีซีทั้งในเรื่องของปริมาณและคุณภาพ

และในวันนี้ ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนภายใต้คณะทำงาน EEC HDC ก็จะได้ขยายสู่ความร่วมมือในระดับนานาชาติอีกครั้งอย่างเป็นรูปธรรม กับการเดินหน้าจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในการพัฒนากำลังคนในพื้นที่อีอีซี หรือ เวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย ขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือในด้านการพัฒนากำลังคนระหว่างประเทศไทย และ สาธารณรัฐออสเตรีย ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการจัดประชุมเพื่อเตรียมการจัดเวิร์คช็อป ซึ่งมีผู้แทนของคณะทำงาน EEC HDC เข้าร่วมประชุม และได้มีการพูดคุยอัปเดตภารกิจที่ผ่านมาของ EEC HDC รวมถึงประเด็นเรื่องการเตรียมจัดเวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย กันด้วย โดยมี ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC HDC เป็นประธานในที่ประชุม และมี ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี และผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี มาอัปเดตและให้รายละเอียดกับที่ประชุมเกี่ยวกับการจัดเวิร์คช็อป ความร่วมมือของสองประเทศ ในครั้งนี้


Demand Driven

ย้ำชัด ภารกิจ EEC HDC สร้างความร่วมมือกันภายใต้หลักการผลิตกำลังคน Demand Driven

ในช่วงต้น ดร.ชิต ได้กล่าวอัปเดตถึงการทำงานของ EEC HDC ที่ผ่านมา ว่า

“เราเริ่มภารกิจการผลิตบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของโครงการเขตพัฒนาพิเศษ จากการมี Demand หรือ ความต้องการด้านกำลังคนเกิดขึ้นจริง ไม่ได้ทำงานเพื่อไปเสริม (Fortify) สร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นเพื่อไปสร้างดีมานด์ใหม่ สร้างโปรแกรมหรือหลักสูตรใหม่ที่ไม่ตอบโจทย์การผลิตกำลังคน ซึ่งแนวทางนี้ไม่ใช่แนวทางการพัฒนาบุคลากรที่เรายึดถือ หรือ Demand driven เลย”

“เพราะที่ผ่านมา การทำงานของ EEC HDC เริ่มจากเราเห็น ดีมานด์ จากภาคอุตสาหกรรมที่เป็น Private sector จริงๆ และตั้งโจทย์ขึ้นมาชัดเจนว่า บริษัทไหนต้องการกำลังคน ต้องมาร่วมมือกัน ลงทุนสร้างบุคลากรร่วมกับทางสถาบันการศึกษา ภายใต้โครงการ EEC HDC และทางสถานประกอบการ บริษัทนั้นๆ ต้องทำสัญญากับทางสถาบันการศึกษาว่าถ้าทางสถาบันฯ ส่งนักศึกษามา ทางบริษัทต้อง train คน และให้ความมั่นใจแน่นอนว่า เมื่อฝึกงานเสร็จ พวกเขาต้องได้งานทำ”

“การทำงานของ EEC HDC จึงชัดเจน ไม่อนุมัติหลักสูตรแบบปูพรม เราจะอนุมัติการพัฒนาหลักสูตรทีละ 10 หลักสูตร เริ่มจาก priority แรก มุ่งไปพัฒนาหลักสูตรที่ทำความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้เราได้ผลลัพธ์การดำเนินงานที่เชื่อมั่น น่าเชื่อถือว่าการดำเนินการในรูปแบบนี้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพจริงๆ”

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา (สูทน้ำตาล), ดร.อภิชาต ทองอยู่ (สูทเทา)

“ทว่า ในตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่ามีแต่หลักสูตรที่เกิดความร่วมมือขึ้นมาชัดเจนทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝั่งผู้ผลิตและฝั่งผู้ใช้กำลังคนในแบบที่จับต้องได้เท่านั้น เพราะบางครั้งมันยังไม่ได้เกิดการตกลงกันชัดเจน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นในรูปแบบของทางภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะเข้ามาลงทุนและมีความต้องการกำลังคนชัดเจน เราก็สามารถเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการที่เกิดขึ้นได้”

“นอกจากนั้น เราเปิดกว้างให้หลักสูตรที่จะพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เกิดขึ้นในแบบที่ทางภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการกำลังคน แต่ทางภาคสถาบันการศึกษาอาจยังส่งบุคลากรให้ไม่ได้ตามจำนวนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ หรือในอีกทางหนึ่ง ทางภาคอุตสาหกรรมด้านนั้นอาจยังไม่มีแผนมาลงทุนในพื้นที่ ทว่า ทางสถาบันการศึกษามีความตั้งใจที่จะผลิตกำลังคนด้านนั้น กอปรกับมีข้อเท็จจริงหรือมีเทรนด์เกิดขึ้นว่าภาคอุตสาหกรรมด้านนั้นมีดีมานด์ความต้องการกำลังคนอยู่ กรณีนี้ก็เกิดโปรเจกต์การพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาได้”

“สรุปแล้ว หลักสูตรที่ทาง EEC HDC จะให้การสนับสนุน ต้องเป็นไปตามคอนเซ็ปต์ว่า ต้องมี Demand driven ขึ้นมาก่อน ไม่ใช่เป็นการผลิตกำลังคนแบบเดิม ตามอำเภอใจของภาคการศึกษา โดยไม่สนใจเรื่องเทรนด์ความต้องการกำลังคน ถ้าเป็นอย่างนั้น มันสูญเปล่า”


หลักการ Demand Driven

อัปเดตความร่วมมือนานาชาติ เวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย ยกระดับการพัฒนาบุคลากรป้อนอีอีซี

ต่อมา ดร.ชิตให้ข้อมูลถึงความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาบุคลากรระหว่างไทย-ออสเตรีย ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า

“ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดที่อยาก Reconnected ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนกับทางออสเตรีย ที่เคยร่วมมือครั้งเมื่อครั้งมี สัตหีบโมเดล (ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นอีอีซีโมเดลแล้ว) โดยจะขยายให้เป็นความร่วมมือกับทาง EEC HDC ในการพัฒนากำลังคนร่วมกัน ซึ่งจากการที่ผมเดินทางไปเจรจาโปรเจกต์นี้ที่ออสเตรีย ก็ได้รับการอัปเดตว่า ในตอนนี้บริษัทออสเตรีย รวมถึงบริษัทที่เป็น ยูโรเปี้ยนคอมพานี มาลงทุนที่ไทยแล้วเกือบ 40 ราย และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีก”

“จากนั้นผมจึงเสนอแนวคิดว่า จะจัด เวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย หรือการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างสองประเทศขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อให้ทางออสเตรียนำ Potential Investor มา และทาง EEC จะเป็นผู้ประสานงานนำนักลงทุนสัญชาติออสเตรียและยูโรเปี้ยนที่มาลงทุนในไทย ให้ได้มาพบปะพูดคุยกัน ระดมสมองกัน ในเรื่องของการ Reconnecting ความร่วมมือระหว่างสองประเทศด้านการพัฒนากำลังคนขึ้นมา”

“โดยหัวข้อที่จะมาพูดคุยเรื่องความร่วมมือในเวิร์คช็อปครั้งนี้ จะเกี่ยวกับ Dual Vocational Education ซึ่งระบบนี้ของประเทศ มีความร่วมมือกันระหว่างสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการที่เข้มแข็งมาก โดยทางคณะทำงาน EEC HDC ก็สามารถพูดคุยเพื่อปรึกษาหารือในประเด็นเรื่องการทำ Short course รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรตามแนวทาง Dual Vocational Education คือ เรียนที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาครึ่งหนึ่ง และส่งไปเรียนรู้ ฝึกงานในสถานประกอบการ โดยมีอาจารย์ไปประจำเรียนรู้ร่วมกับเด็กในสถานประกอบการด้วยเลย และต้องมีการตกลงกันชัดเจนว่า เมื่อส่งบุคลากรเข้าร่วมโปรแกรมนี้แล้ว เมื่อเรียนจบบุคลากรนั้นจะได้งานทำแน่นอน”

การศึกษาอาชีวะ

ประเด็นต่อมา ในเวิร์คช็อปครั้งนี้เราจะสร้างความร่วมมือกันรายสาขา โดยมุ่งไปที่ 5 สาขา ได้แก่

  1. ยานยนต์อัจฉริยะ (Automotive)
  2. อุตสาหกรรมการบิน (Aviation)
  3. หุ่นยนต์ เอไอ และระบบแมคคาทรอนิกส์ (Robotics AI & Mechatronics)
  4. ระบบราง (Railway)
  5. เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (Environmental Technology)

“โดยเฉพาะในด้าน Environmental Technology ได้รับการยืนยันจาก ท่านทรงศัก สายเชื้อ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ว่าทางประเทศออสเตรียมีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้าน Environmental Technology อย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการบำบัดน้ำเสีย หรือ Water Treatment และเรื่องของ Air Pollution การลดมลพิษสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ และจุดนี้นี่เองที่เราควรเชื่อมต่อเข้ากับการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนากำลังคนด้านนี้ของประเทศไทย”

“และด้วยการกำหนดความร่วมมือรายสาขาชัดเจนนี้ ผมมองว่ายิ่งทำให้คณะทำงานของ EEC HDC ของเรา ซึ่งได้มีการแบ่งงานและมอบหมายกันชัดเจนแล้วว่า สถาบันการศึกษาไหนจะเป็นหลักในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านใด ทำงานกันง่ายขึ้น  อย่างทางวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ได้รับมอบหมายในเรื่องการผลิตกำลังคนตอบสนองอุตสาหกรรมระบบราง ก็สามารถที่จะ Reconnected ตามแนวทางที่เคยร่วมมือกันเมื่อครั้งเป็นสัตหีบโมเดลเลยว่า ถ้าจะพัฒนากำลังคนระบบรางร่วมกัน สามารถเอาแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบ Dual Vocational Education มาเชื่อมต่อกับภารกิจการผลิตกำลังคนระบบรางของเราได้หรือไม่ อย่างไร”

“โดยประเด็นความร่วมมือก็จะเป็นการร่วมกันพัฒนาหลักสูตร จัดทำมาตรฐานหลักสูตร การพัฒนาเทคโนโลยีการเรียนการสอน การจัด Training ร่วมกัน การสร้างความร่วมมือในรูปแบบของ College-to-College cooperation การทำงานววิจัยร่วมกันในสาขานั้นๆ การร่วมมือกันในรูปแบบของ College-company partnership การพัฒนาสถาบันที่จะเป็นศูนย์ในด้านต่างๆ โดยในเบื้องต้นเราจะโฟกัสไปที่ภารกิจในการร่วมกันพัฒนาหลักสูตร จัดทำมาตรฐานหลักสูตรเพื่อพัฒนาคนก่อน”

เรียนอาชีวะ

“นอกจากนั้น ในการเวิร์คช็อปร่วมกันครั้งนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความร่วมมือกับสถาบัน WIFI ด้านการฝึกอบรมนอกระบบโรงเรียน นอกระบบวิทยาลัย และการ Reskill Upskill Newskill ด้วยการจัดเวิร์คช็อปหรืออบรมเฉพาะเรื่อง เฉพาะสาขา การเชิญเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการอบรมและการพัฒนาสถาบันที่ปรึกษาของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพและมีบทบาทยิ่งขึ้นในการพัฒนากำลังคนด้านนั้นๆ”

“ผมขอยกตัวอย่างการทำงานของ Linz Mechatronic Center ซึ่งเป็นต้นแบบของศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ที่ทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะส่งตัวแทนมาร่วมเวิร์คช็อปครั้งนี้ด้วย ที่นี่มีประสบการณ์โดดเด่นในด้านการผลิต Prototype เป็นผลิตภัณฑ์ จึงช่วยยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรและงานวิจัย ตลอดจนนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์ไปได้อีกขั้น ตรงนี้ผมมองว่า ทางมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยจะมีโอกาสและความได้เปรียบที่จะสร้างความร่วมมือและประยุกต์เอารูปแบบการพัฒนาที่กล่าวมานี้มาใช้ได้มากกว่ามหาวิทยาลัยภาครัฐ ที่อาจติดขัดในเรื่องเงื่อนไข กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบางเรื่อง”

“อย่างไรก็ดี ผมคาดหวังว่า การเวิร์คช็อปของสองประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาคนครั้งนี้จะไม่ใช่แค่เป็นการมาทำความรู้จัก จับมือ แล้วแลกนามบัตรกันเท่านั้น แต่อยากให้คณาจารย์ ผู้บริหารสถาบันการศึกษาทางฝั่งไทยที่อยู่ในคณะทำงานของ EEC HDC ทุกคน ให้ความสำคัญ ทำการบ้านก่อนที่จะเกิดเวิร์คช็อปในครั้งนี้ว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ มีความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกันกับทางฝั่งออสเตรียที่เดินทางมาร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้บ้าง”

“และ ณ วันที่มีการเวิร์คช็อปก็จะได้มีการเคาะประเด็นเพื่อเริ่มโปรเจกต์ความร่วมมือกันได้เลย ถ้าทำเช่นนั้นได้ การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์คช็อปในครั้งนี้ก็สัมฤทธิผล และเป็นการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศให้เกิดขึ้นได้จริง”


โดยในโอกาสนี้ที่ประชุมเตรียมการจัดเวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย ได้เผยรายชื่อของสถาบัน องค์กร สถาบันการศึกษาของทางฝั่งออสเตรียที่จะเดินทางเข้ามาร่วมเวิร์คช็อปในครั้งนี้ เช่น University of Natural Resources and Life Science (BOKU) และ ACIB, ASEA. UNINET (ASEAN-European University Network), Ministry of Digital and Economic Affairs (Department of Vocational Education and Department of Trade and Economics) หอการค้าออสเตรีย (The Federation of Econoomic Chamber)

อย่างไรก็ตาม คาดว่า การจัดเวิร์คช็อปความร่วมมือระหว่างไทย-ออสเตรีย ในการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน จะเกิดขึ้นประมาณกลางเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งวันและเวลาที่แน่นอน ทางเว็บไซต์สาลิกาจะนำข่าวมาแจ้งให้ทราบ


อัปเดต ภารกิจการผลิตกำลังคนตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในเขตอีอีซี กันต่อ

EEC HDC ยกระดับ ภารกิจพัฒนาบุคลากร 10 S-curve ขยายความร่วมมือ 3 หน่วยงานหลัก พัฒนาทักษะวิชาชีพ ครบทุกมิติ

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ‘อีอีซี’ กับการปรับตัวรับแรงเหวี่ยงของเทคโนโลยี

‘มทร.ตะวันออก’ พลิกขั้วบัณฑิตพันธุ์ใหม่ รับ ‘อีอีซีโมเดล’ โรงงานจองตัวก่อนจบ สตาร์ท 2 หมื่นอัพ