กลไกปกป้องเศรษฐกิจชาติและวิธีต่อสู้กับ ‘ค่าเงิน’ ของพญาอินทรี

444

ในสายตาของนักภูมิรัฐศาสตร์ นักภูมิเศรษฐศาสตร์ เริ่มเห็นปรากฏการณ์ในปัจจุบันที่น่าสนใจอย่างมากชัดขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มถอยห่างออกจากลัทธิการค้าแบบเสรีนิยมใหม่ หันมาสนับสนุนแนวคิดที่เชื่อว่า หากมีการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศแทนการส่งออกการลงทุนไปยังต่างประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจและสังคมของชาติมีอนาคตมากกว่า


ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จากการเฝ้าสังเกตและดูแนวโน้มที่เกิดการปรับเปลี่ยน พบว่าการลงทุนโดยตรงของจีนในประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้วและในสหรัฐอเมริกา ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • จากการรายงานของบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย Baker & McKenzie ร่วมกับบริษัทวิจัย Rhodium Group ตีพิมพ์ผลการศึกษาการลงทุนโดยตรงของจีนในต่างประเทศ ปรากฏว่า การลงทุนโดยตรงของจีนในเศรษฐกิจยุโรปและอเมริกาเหนือปี 2016 อยู่ที่จำนวน 94 พันล้านดอลลาร์ ส่วนในปี 2017 จำนวน 111 พันล้านดอลลาร์ และปี 2018 จำนวน 30 พันล้านดอลลาร์
  • ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการลงทุนโดยตรงของจีนในเศรษฐกิจสหรัฐ ปี 2016 จำนวน 45.6 พันล้านดอลลาร์ ปี 2017 จำนวน 29 พันล้านดอลลาร์ ปี 2018 จำนวน 5 พันล้านดอลลาร์

หากพิจารณาช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2016 – 2018 ลดลงมากกว่า 9 เท่า!

ในด้านส่วนแบ่งการส่งออกของจีนลดลงจาก 36.6% ในปี 2017 และน้อยกว่า 4% ในปี 2018
ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความจริงที่ว่า สหรัฐวางกลไกการยอมรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยตั้งกลไกขึ้นมาเพื่อควบคุมเงินทุนจากต่างประเทศในระบบเศรษฐกิจและควบคุมการเข้าถึงตลาดสหรัฐด้วย 

รัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐผ่านกฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจเพิ่มเติมแก่คณะกรรมการ เพราะมองว่าการลงทุนอาจส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งจีนมองว่าการใช้กฎหมายนี้เป็นการกระทำที่มุ่งต่อต้านจีนโดยเฉพาะ และเห็นได้ชัดว่าสหรัฐแสดงให้เห็นถึงการปกป้องเศรษฐกิจที่เข้มงวดกับการลงทุนของจีนมากขึ้น มากกว่าจะไปเข้มงวดกับสินค้าของจีน

การปกป้องการลงทุนของสหรัฐไม่เพียงแต่ต่อต้านชาวจีนเท่านั้น แต่มันยังเป็นอาวุธสากลที่สามารถนำมาใช้ในด้านความสัมพันธ์กับรัฐต่างๆ ได้ และกลายเป็นโรคติดต่ออย่างหนึ่ง

จากรายงานของ UNCTAD World Investment Report 2019 บอกว่าเมื่อ 16 ปีที่แล้ว มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดนที่ดำเนินการโดยประเทศต่างๆ 100% ของสหรัฐ มีมากถึง 90% ที่ตั้งเป้าหมายเปิดเสรีความเคลื่อนไหวดังกล่าว และมีมาตรการเพียง 10% ที่จำกัดการลงทุนจากต่างประเทศ

แต่ในปี 2018 มาตรการที่เข้มงวดมีสัดส่วนเพิ่มถึง 34% โดยในปีที่แล้ว จำนวนของมาตรการที่เข้มงวดตามหลักของ UNCTAD รวมแล้วมี 31%

หากก่อนหน้านี้สหรัฐให้เหตุผลว่า การคุ้มครองการลงทุนเป็นเพียงเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศเท่านั้น เช่นที่มีข้อเสนอจำกัดเงินทุนไหลเข้า เพื่อป้องกันการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ นั่นคือการเปลี่ยนการคุ้มครองการลงทุนให้เป็น วิธีทำให้สกุลเงินอเมริกันอ่อนค่าลงและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา วุฒิสมาชิกสหรัฐ Joshua David Hawley และ Tammy Suzanne Green Baldwin ออกกฎหมายกำกับอัตราค่าเงินดอลลาร์ โดยเสนอค่าคอมมิชชั่นในการซื้อหุ้นพันธบัตรสหรัฐและสินทรัพย์อื่นๆ จากนักลงทุนต่างชาติ อย่างเช่น ค่าธรรมเนียมสำหรับการเข้าถึงตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐ และควบคุมการเข้าถึงตลาดการเงินสหรัฐของชาวต่างชาติ

Josh Howley ให้ความเห็นเกี่ยวกับความคิดริเริ่มนี้ว่า

“ร่างกฎหมายนี้จะสร้างเครื่องมืออันทรงพลังใหม่เพื่อจัดการกับเครื่องมือจัดการสกุลเงิน ส่งเสริมการลงทุนในตลาดแรงงานสหรัฐ และเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันในตลาดส่งออกของเราทั่วโลก” 

ส่วนเว็บไซต์ของ Tammy Baldwin ให้เหตุผลสำหรับการซื้อหุ้นพันธบัตรสหรัฐและสินทรัพย์อื่นๆ โดยชาวต่างชาติ ว่าจะทำให้เกิดการตีราคาเงินดอลลาร์อเมริกัน ซึ่งส่งผลให้บริษัทและพนักงานเสียเปรียบ เป็นผลให้การขาดดุลทางการค้าของประเทศนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก นำไปสู่การปิดกิจการสถานประกอบการ 90,000 แห่ง ฟาร์มครอบครัวอีกพันแห่งล้มละลายและคนงานนับล้านในอุตสาหกรรมนี้ก็จะสูญเสียงาน

เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่สหรัฐกำลังคิดเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินดอลลาร์ และสิ่งที่จำเป็นจะต้องได้รับการจัดการใหม่ และความจำเป็นในการจัดการเงินทุนเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนนี้น่าจะเป็นเรื่องใหม่ที่ทั่วโลกต้องจับตามองการกำกับค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐ ให้เป็นไปตามหลักการใหม่ของการคุ้มครองการลงทุนเพื่อผลประโยชน์ชาติตนเอง

โลกกำลังเบื่อกับ “ความผันผวนของค่าเงิน” และแนวทางที่วุฒิสภาสามารถต่อสู้ได้คือ การละทิ้งอุดมการณ์ของลัทธิเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงขั้วหนึ่งของโลกเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีโลกการค้าเสรีภายในกลุ่มเศรษฐกิจตนเองอีกหลายส่วน

แต่ปัญหาที่น่าคิดยิ่งกว่าคือ ในอนาคต ประเทศของเราจะกำหนดราคาสินค้าแบบไหน มีกลไกการแข่งขันอย่างไรในแต่ละโซนเศรษฐกิจ?


 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย