‘หลักสูตร Reskill & Upskill’ ความจำเป็นระดับชาติ ตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรคุณภาพภาคอุตสาหกรรม แบบตรงเป้า

1645

บ่อยครั้งที่เว็บไซต์สาลิกา ได้แนะนำถึงหลักการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมด้วยการ Reskill & Upskill โดยภาคส่วนที่จะมาทำภารกิจตรงนี้ คือ ภาคการศึกษา ที่จะต้องออกแบบหลักสูตร Reskill & Upskill ที่ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งภาคอุตสาหกรรมและคนทำงานให้ได้ ซึ่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) มีความตั้งใจที่จะสานต่อภารกิจการออกแบบหลักสูตรนี้ จึงได้จัดตั้ง สำนักเคเอกซ์ มจธ. หรือ Knowledge XCHANGE for Innovation เป็นศูนย์กลางในการอำนวยการเรียนการสอนด้านนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ


โดย ศ.ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักเคเอกซ์ มจธ. (Knowledge XCHANGE for Innovation) และผู้ดูแลหลักสูตรพัฒนา SI ด้วยหลักการลีนและระบบอัตโนมัติ ได้กล่าวถึงภารกิจด้านการออกแบบ หลักสูตร Reskill & Upskill ของ มจธ. ว่า

ศ.ดร.บุญเจริญ ศิริเนาวกุล // www.dent.chula.ac.th

“ต้องบอกว่า ตอนนี้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมเกิดขึ้นและเข้ามาในประเทศไทยแบบพายุฝนก็ว่าได้ ซึ่งจากการติดตามเทคโนโลยีในโลกนี้ บอกได้เลยว่า บัณฑิตที่จบการศึกษาในปีนี้ อีกไม่เกิน 5 ปี สิ่งที่เขาเรียนจะใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะทางสายวิศวกรรมศาสตร์” ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ศ.ดร.บุญเจริญ กล่าวต่อว่า

“ภารกิจในการ Reskill & Upskill ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงให้ทัน ยุคที่เรียนจบมาแล้วใช้ความรู้นั้นทำมาหากิน ทำงานต่อไปได้ 30-40 ปี คงไม่มีอีกแล้ว แต่เทรนด์ในตอนนี้ ต้องเปลี่ยนเป็น การเรียนรู้ตลอดชีวิต กันแล้ว ต้องกระตุ้นให้ทั้งภาคสถานประกอบการและคนทำงานเห็นความสำคัญของการ Reskill & Upskill ยกตัวอย่าง ทักษะด้านการทำงานร่วมกับเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยโปรแกรมเอไอ หรือที่เรียกว่า Machine Learning ซึ่งทักษะในรูปแบบที่กล่าวมานี้ คนทำงานที่อยู่ในฟีลการทำงานมานานจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมา Reskill & Upskill”


กุญแจสำคัญ ไขสู่ความสำเร็จด้านพัฒนาบุคลากร ต้องสร้าง หลักสูตร Reskill & Upskill’ เพื่อคนทำงานอย่างจริงจัง

“ในตอนนี้ หลักสูตร Reskill & Upskill กลายเป็นเทรนด์การศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ที่สุดแล้ว โดย Reskill จะเป็นการสร้างทักษะใหม่ที่เป็นประโยชน์กับการทำงานของเขา เช่น ทักษะในการควบคุมหุ่นยนต์ และ Upskill คือ การพัฒนาทักษะเพิ่มเติม หรือ Top up ให้คนทำงาน ทำอย่างไรให้เขารู้เทคโนโลยีใหม่ สร้างสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีใหม่ให้กับงานที่เขาทำได้”

โดยระหว่างทางที่เราจะเป็นผู้นำออกแบบหลักสูตร Reskill & Upskill ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนและภาคอุตสาหกรรม ศ.ดร.บุญเจริญ ได้วางแผนการทำภารกิจเสริมเพื่อออกแบบหลักสูตรเหล่านี้ให้เข้มแข็งรอบด้าน ดังต่อไปนี้

สร้างเครือข่ายนักวิจัย ซึ่งเป็นคณาจารย์ของ มจธ. ให้เป็นผู้คอยติดตามความเป็นไปของเทคโนโลยี เพื่อนำมาศึกษา สร้างสรรค์นวัตกรรม ต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ต่อไปแบบไม่มีสิ้นสุด

ภาคอุตสาหกรรมในบ้านเราตอนนี้ หลายแห่งมีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ ไว้อย่างเพียบพร้อมแล้ว ตรงนี้ ทางศูนย์ฯ ของ มจธ.จะต้องไปเชื่อมต่อกับทางสถานประกอบการเหล่านี้ให้ติด โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยที่ติดตามความเป็นไปของเทคโนโลยีแห่งยุคต่างๆ มาให้คำแนะนำ แล้วนำความรู้ที่ได้จากการทำงานกับสถานประกอบการนั้นมาปรับเข้ากับเนื้อหาที่จะสอนนักศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าไปฝึกงานเพื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน ในสถานประกอบการจริงที่มีเครื่องมือ เครื่องจักรพร้อม โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาคอยดูแลให้คำแนะนำ

ถ้าทำได้ ย่อมเป็นการยกระดับการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการได้มากขึ้น โดยหลักสูตรในรูปแบบที่กล่าวมานี้ เราเรียกว่า Work integrated learning

“โดยทั้ง 2 องค์ประกอบนี้ ต้องย้ำว่าขาดกันไม่ได้ ถ้าขาดความเกาะเกี่ยวกันระหว่าง สถานศึกษา อาจารย์ และสถานประกอบการ อาจารย์จะลอยเคว้ง กลายเป็นทำงานอยู่บนหอคอยงาช้างทันที และจะไม่สามารถทำให้การออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนตอบโจทย์เป้าหมายของการพัฒนาประเทศได้จริง”

นอกจากนั้น ศ.ดร.บุญเจริญ ยังได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาไทย เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยว่า

“อีกแนวคิดหนึ่งซึ่งผมเชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาไทยให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นได้ คือ กระบวนการเรียนการสอนที่ต้องเปลี่ยนใหม่ จากเดิมที่ครูสอนเด็ก เพื่อให้เขารู้ว่าสิ่งที่เรียนคืออะไร แต่ในอนาคต รู้แล้วยังต้องทำเป็นด้วย อย่าง Machine Learning คือ นอกจากเรียนรู้ว่ามันทำอะไรได้แล้ว ยังต้องเรียนจนสามารถนำความรู้ไปต่อยอด สร้างแอปพลิเคชันควบคุมการทำงานของเครื่องจักรอัตโนมัตินั้นได้ด้วย”

“ขณะเดียวกัน เคยคิดกันหรือไม่ว่า วิชาพื้นฐานที่สุดที่เด็กทุกคนต้องได้เรียน อย่างคณิตศาสตร์ มีความจำเป็นมากในโลกยุคนี้ เพราะศาสตร์นี้ถูกนำไปใช้อย่างมาก โดยเฉพาะในการออกแบบโปรแกรมเอไอ เพราะหัวใจสำคัญของเอไอจำเป็นต้องอาศัยหลักคณิตศาสตร์ในการทำความเข้าใจ นี่เป็นความจริงที่คนภาคการศึกษาต้องรู้และนำไปใช้ปรับหลักสูตรการศึกษาให้ตอบสนองเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป”

“ส่วนคนที่อยู่ในวัยทำงาน เขาจะรู้ว่าเขาอยากเรียนรู้ในเรื่องอะไร และจะนำความรู้ที่ได้เรียนเพิ่มเติมมานั้นไปปรับใช้ประโยชน์ในการทำงานอย่างไร สิ่งที่สถาบันการศึกษาจะเข้ามามีบทบาทจึงชัดเจน นั่นคือ เราต้องเป็นผู้สอน ผู้ให้คำแนะนำ ให้เขาได้รู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ และสามารถใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้นให้ถูกต้อง ด้วยการสอนให้ปฏิบัติเลย โดยอาศัยโปรเจกต์เป็นตัวตั้ง ต้องอาศัย Learning outcome base เป็นเครื่องมือ ต้องเปลี่ยนการสอนแบบเดิมที่สอนแค่ทฤษฎีแล้วจบได้แล้ว” 

โดยสิ่งที่ ศ.ดร.บุญเจริญ ให้ความสำคัญ คือ การสร้างหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนซึ่งเป็นคนทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมจริงๆ ซึ่งเมื่อพวกเขาเรียนจบแล้ว จะต้องสามารถนำความรู้นั้นไปปรับใช้ในการทำงาน ด้วยทักษะใหม่ สร้างนวัตกรรมหรือคุณค่าเพิ่มให้กับหน้าที่การงานได้จริง

ส่วนในเรื่องของการพัฒนาบุคลากร ศ.ดร.บุญเจริญ ยังได้ให้มุมมองแบบตรงไปตรงมาว่า

“ในตอนนี้ภาคการศึกษาไทยผลิตบุคลากรได้เพียงพอในแง่ของปริมาณ แต่ที่ขาดน่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่า ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน คือการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งหลักสูตรการเรียนการสอนทั่วไปในระดับปริญญาตรี หลักสูตรอบรมระยะสั้น เพื่อตอบโจทย์การ Reskill & Upskill ให้สามารถสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ ไปเติมเต็มการทำงานในภาคอุตสาหกรรมได้จริง โดยเฉพาะในด้านการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการต่อยอดเทคโนโลยีนั้น เพื่อสร้างมูลค่าให้กับการทำงานในภาคอุตสาหกรรมได้จริง”


จับมือบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำจากญี่ปุ่น เพิ่มประสิทธิภาพหลักสูตร Reskill & Upskill

ดังที่ ศ.ดร.บุญเจริญ ได้เกริ่นมาแต่ต้นแล้วว่า การพัฒนาหลักสูตร Reskill & Upskill จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อให้เป็นสถานที่ฝึกงาน สถานที่เรียนรู้ ในบรรยากาศการทำงานจริง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ทาง มจธ. จับมือกับ NACHI บริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำระดับโลก ตั้งศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขึ้น

“NACHI เป็นบริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำจากญี่ปุ่น ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว และมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจที่ไทย ด้วยการนำเข้าหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ สำหรับโรงงานในภาคอุตสาหกรรมมาจำหน่ายในไทย ส่วนทางฝั่งของ มจธ. ก็เป็นผู้พัฒนาหลักสูตรเพื่อฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ ให้ SME ไทย มานาน กระทั่งมีเครือข่าย SME ในมือจำนวนหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เราจึงมาทำความตกลงสร้างความร่วมมือกันในด้านการพัฒนากำลังคนครั้งนี้ขึ้นมา”

โดยทาง มจธ. ได้มีโอกาสได้พบปะผู้บริหารบริษัท NACHI ที่มาดูแลการนำเข้าหุ่นยนต์มาจำหน่ายในไทย และได้คุยกันในประเด็นว่า การนำหุ่นยนต์มาจำหน่ายแต่เพียงอย่างเดียวในประเทศไทย อาจไม่ใช่ทิศทางการทำธุรกิจที่เหมาะสมนัก”

“เพราะการฝึกทักษะให้กับผู้ใช้เทคโนโลยีหรือหุ่นยนต์ที่คุณนำมาจำหน่ายนี้ก็มีความสำคัญ ผู้ใช้หรือคนทำงานร่วมกับหุ่นยนต์สมควรที่จะรู้ว่า หุ่นยนต์มีประโยชน์อะไร ทำอะไรได้บ้าง และผู้ใช้รวมถึงผู้ลงทุนซื้อเทคโนโลยีนี้ควรต้องตระหนักว่าการนำเสนอหุ่นยนต์มาเสริมประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมได้ก็จริง แต่ใช่ว่า แค่นำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตแล้วจะช่วยเนรมิตหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมได้เหมือนที่คาดหวังไว้ได้เลย”

“ดังนั้น ก่อนจะนำหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติมาติดตั้ง เราควรพัฒนาคน พัฒนาผู้ที่จะมาใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัตินี้ก่อน ซึ่งทาง NACHI ก็เห็นความสำคัญในภารกิจการพัฒนา เพียงแต่เขายังไม่มีพาร์ทเนอร์ที่จะมาร่วมทำภารกิจนี้ด้วยกัน ทาง มจธ. จึงยินดีที่จะร่วมมือกับทาง NACHI เพื่อสร้างความร่วมมือในเรื่องพัฒนากำลังคนด้านนี้ โดยพันธกิจนี้ทางศูนย์บ่มเพาะ SME ของ มจธ. ก็มีความสนใจที่จะทำอยู่แล้ว”

โดยในความร่วมมือครั้งนี้ ทาง NACHI ได้สนับสนุนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวน 3 ชุด เป็นหุ่นยนต์แขนกล หรือ Arm robot มีความสามารถ Pick & press คือหยิบของ ชิ้นส่วน จากที่หนึ่งไปวางอีกที่หนึ่ง ทำได้ทั้งงานเชื่อม หยิบวาง งานประกอบ แล้วแต่ gripper และโปรแกรม AI ที่ใช้สั่งการ ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ หรืองานอย่างการขันน็อต ที่ถ้าใช้คนทำก็เป็นงานที่เหนื่อย เลยใช้ให้หุ่นยนต์ทำแทน

ซึ่งหุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะนี่เองที่ทางบริษัท NACHI ได้มอบไว้ให้ทางศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ที่อาคารเคเอกซ์ และใช้ในการสอนหรืออบรมบุคลากรที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัตินี้ ด้วยวัตถุประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไทยด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

“ผมมองว่าการศึกษาเรียนรู้เรื่องการทำงานของหุ่นยนต์ในระดับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยไม่ได้จะมีปัญหาเท่าไรนัก สิ่งที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นการเพิ่มทักษะให้กับคนทำงานที่ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเหล่านี้มากกว่า เพราะพอทางบริษัทลงทุนเอาหุ่นยนต์เข้าไปในกระบวนการผลิต เขาอาจนึกไม่ออกว่าต้องทำงานประสานงานกับหุ่นยนต์อย่างไร และจะใช้หุ่นยนต์ไปเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอย่างไร”

“จุดนี้เองคือหน้าที่ของเราที่ต้องเปิดสอน อบรม เรื่องการทำงานของหุ่นยนต์ โปรแกรมควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ ในบางส่วนงานที่หุ่นยนต์ทำไม่ได้ คนจะเข้าไปเสริมอย่างไร ที่กล่าวมานี้คือการทำงานในระดับช่างเทคนิค”

“ส่วนการทำงานในระดับของผู้บริหารที่ต้องดูภาพรวมของทั้งกระบวนการผลิต เขาต้องออกแบบว่าจะนำเอาหุ่นยนต์นี้ช่วยเสริมกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร เราจึงต้องสอนวิธีคิดเชิงระบบเกี่ยวกับการรวมระบบ หรือ System Integration ให้เขารู้ว่า หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานร่วมกับระบบการผลิตแบบเดิมอย่างไร จึงจะเป็นไปในทางที่ช่วยขีดความสามารถในการผลิตในภาคอุตสาหกรรมได้”

“ที่ผ่านมา พบว่าเกิดปัญหากับภาค SME ที่พอเห็นว่าเทรนด์การใช้หุ่นยนต์มา ก็ตามเทรนด์ไปลงทุนซื้อหุ่นยนต์มา แต่ก็ตั้งไว้เฉยๆ เพราะไม่รู้จะติดตั้งหรือใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตอย่างไร จึงต้องอาศัยองค์ความรู้ในการมองระบบเป็น มองภาพใหญ่เป็น และทำ System Integration เป็น ว่าไลน์การผลิตไหนควรยกเลิกแล้วนำหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติเข้าไปแทน เปลี่ยนหน้าที่คนจากที่เคยไปหยิบวาง หรือขันน็อต ไปควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์แทน”

“เพราะฉะนั้นคนทำงานต้องมีแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาศักยภาพตนเองให้คิดเป็น มิเช่นนั้น หุ่นยนต์อาจมาทำงานแทนอย่างที่กังวลก็ได้ แต่ถ้าคุณคิดเป็น คนมีคุณค่า มีสมอง มีความชำนาญมากกว่าหุ่นยนต์อยู่แล้ว” 

สำหรับหลักสูตรการอบรมที่วางไว้ ศ.ดร.บุญเจริญ กล่าวว่า หลักสูตรแรกๆ จะเป็นการเปิดอบรมในเรื่องของหลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์ โดยกลุ่มเป้าหมายก็จะเป็น ช่างเทคนิค ที่มีทักษะในด้านการเขียนโปรแกรมอยู่แล้ว มาเรียนรู้เพิ่มเติมด้านทักษะการควบคุมหุ่นยนต์

ทางฝั่งของ NACHI ก็ยินดีกับความร่วมมือในครั้งนี้ เพราะที่สุดแล้วเมื่อทางฝั่งบริษัทหรือคนทำงานในสายการผลิตที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ในการควบคุมหุ่นยนต์ หรือเพิ่มพูนทักษะเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีใหม่ได้ ก็ย่อมส่งผลให้ทางบริษัทเริ่มคิดที่จะลงทุนกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ทำให้ยอดขายของหุ่นยนต์ NACHI เองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“นอกจากนั้น อานิสงส์ของการเริ่มต้นในความร่วมมือครั้งนี้ ยังนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างทางบริษัทและ มจธ. ครั้งต่อไป ซึ่งผมมองว่า เป็นการสร้างความร่วมมือเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาบุคลากรไทยต่อไป”


อัปเดตหลากมุมมองการพัฒนาการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

นับถอยหลังสู่ เวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย ยกระดับการพัฒนาบุคลากร ป้อนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายไปอีกขั้น

‘คุณวุฒิวิชาชีพ’ มาตรฐานที่อาจทำให้คุณลืมใบปริญญาไปเลย

‘ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21’ อะไร ? ที่เยาวชนอาเซียน อยากเรียนรู้มากที่สุด ฟังคำตอบพร้อมต่อยอดสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต