อย่าอ่าน ‘กล้าที่จะถูกเกลียด’ ถ้าคุณกลัวความเปลี่ยนแปลง

705

นักจิตวิทยา Ichiro Kishimi และนักเขียน Fumitake Koga นำเสนอแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านหลายๆ คนว่า ให้คนเราแต่ละคนนั้นเคารพความเป็นตัวเราเอง ในหนังสือ ‘กล้าที่จะถูกเกลียด’ (嫌われる勇気)


กล้าที่จะถูกเกลียด แปลจากหนังสือภาษาญี่ปุ่น Shiawase Ni Naru Yuki นำเสนอปรัชญาของ อัลเฟรด แอดเลอร์ ผู้ที่มีชื่อเสียงด้านการผสานเข้ากับภูมิปัญญาตะวันออกได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยสร้างบทสนทนาที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตและความสุข ด้วยความเข้าใจชนิดที่คาดไม่ถึง

ผู้อ่านจะเข้าใจว่าคนเราสามารถมีความสุขได้โดยไม่ต้องมองย้อนกลับไปที่ความบาดเจ็บจากอดีตและความคาดหวังของผู้อื่น (การทำให้คนอื่นชอบ) และจะได้เรียนรู้วิธีค้นหาหนทางแห่งการยอมรับตนเอง รวมทั้ง การสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและกลมกลืนกับผู้อื่นอย่างแท้จริง

อ่านแล้วก็ยอมรับว่า ความสุขนั้นเป็นทางเลือกของคุณเอง และขอบเขตทั้งหมดอยู่บนเส้นทางที่อยู่ในหัวของคุณเท่านั้น

และเมื่อค้นพบความกล้าหาญ (ก้าวออกจากความกลัวได้) คุณก็สามารถทำสิ่งที่คุณฝันไว้!


ต่อไปนี้คือรูปแบบและประเด็นที่นำเสนอในหนังสือ

คล้ายกับบทสนทนาของเพลโตคือ การอภิปรายประเด็นหัวข้อที่น่าสนใจและเป็นกันเองระหว่างนักศึกษาและนักปรัชญา หนังสือเล่มนี้บางครั้งกระตุ้นความคิดเห็นและการอภิปรายที่หลากหลาย
ต่างกับแบบแผนทั้งหมดที่เราเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการเจาะจงว่า “ปัญหาทั้งหมดมาจากวัยเด็ก”

ในหนังสือจะทำลายแนวคิดนี้ราวกับเป็นโรงถลุงเหล็ก น่าสนใจตรงที่การนำเสนอความคิดเห็นจะเดินเรื่องไปพร้อมกับความคิดเห็นที่เราอาจจะยอม (ไม่ยอม) รับได้นี้ แต่คุ้มค่าที่จะสำรวจ เพราะยิ่งเราอ่านมากขึ้นเท่าไหร่ ความคิดที่เป็นตรรกะก็ยิ่งมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

บทสนทนาจากนักศึกษาต่างคาดหวังว่า อาจารย์จะโน้มน้าวตนเอง เพราะเขาอ้างว่าโลกเรียบง่ายและมีความสุขได้ง่าย แต่จริงๆ แล้ว คนเรานั้นมักจะคิดว่าปัญหาทั้งหมดมาจากวัยเด็กซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนคำสอนของนักจิตวิทยาชาวออสเตรีย ฟรอยด์ และ จุง ที่บอกว่า ความบาดเจ็บในวัยเด็กของเรานั้นส่งผลต่อตัวเรา ซึ่งความเชื่อดังกล่าวทำให้ผู้คนตกอยู่ในภาวะซึมเศร้ามากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันจึงทำได้ยาก แต่สำหรับแอดเลอร์ เขากลับมองในทางตรงกันข้ามว่า ชีวิตมีความซับซ้อนและหลากหลายมากกว่าแค่สโลแกน “คุณทำได้”

แอดเลอร์นั้นมีพื้นฐานมาจากความจริงที่ว่า อดีตไม่ได้เป็นตัวกำหนดปัจจุบัน และเราสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้หากเราต้องการ แต่ที่เราไม่พยายามเพราะเราไม่ต้องการเปลี่ยน เรากลัวความล้มเหลว เช่นที่เราคุ้นเคยกับความจริงที่ว่า พฤติกรรมของเราเป็นผลมาจากสาเหตุบางประการจากชีวิตที่ผ่านมา

แอดเลอร์อ้างว่า อดีตไม่สำคัญ พฤติกรรมของเรานั้นถูกกำหนดโดยเป้าหมายของเรา และเสนอให้ละทิ้งเหตุผลทั่วไปในด้านความนิยมโปรดปรานตามหลักเทววิทยา


ความประทับใจในหนังสือ

เป็นวรรณกรรมที่คล้ายกับของ เลียฟ ตอลสตอย มาก เรื่อง “คำสารภาพ : A Confession” แต่มีความต่างกันที่เล่มคำสารภาพนั้น ตอลสตอยเล่าประวัติตนเองและคุณค่าที่ไร้สาระยึดเหนี่ยวอย่างยาวนาน

แต่ในหนังสือ “กล้าที่จะถูกเกลียด” นำเสนอรูปแบบที่มีชีวิตชีวา เพราะมันเป็นบทสนทนากับอาจารย์ และเมื่อพวกเขาสนทนากันก็สามารถจับต้องได้ว่าให้เรานั้น “จงเป็นตัวของตัวเอง” และคนเรานั้นควรจะอยู่กับสิ่งที่ตนเองเขียน ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ถกเถียงได้อย่างกล้าหาญ ทำให้ประทับใจอย่างมาก

ตัวอย่าง เมื่อเราเป็นตัวของตัวเอง เมื่อนั้นเราจะไม่ต้องการเป็นผู้แพ้ เพราะเราไม่ได้เป็นเสี่ยวเอ้อในโรงน้ำชา

คำสอนของอาจารย์นั้นอธิบายโดยปรัชญาแอดเลอร์ ซึ่งไม่ได้ทำให้นักศึกษาเชื่อในข้อความทั้งหมด
เราจึงมีโอกาสที่จะเห็นข้อโต้แย้งและการโต้เถียงทั้งหมดของทฤษฎีเหล่านั้น ในขณะที่หนังสือเกือบทั้งหมดให้ความสนใจที่จะเปิดประเด็นการ “ช่วยตัวเอง” เป็นพื้นฐาน

และเนื่องจากอาจารย์ของเขาใจดีมาก เห็นอกเห็นใจและพยายามอย่างจริงใจที่จะช่วยเหลือและลดข้อขัดแย้งที่นักศึกษาได้รับผลกระทบทางจิต ลักษณะการสื่อสารจึงเหมือนกับเป็นพ่อแม่ที่คอยห่วงใย ซึ่งช่วยให้เราค้นหาคำตอบของคำถามในชีวิตได้

หลังจากอ่านแล้วก็ก่อให้เกิดความสงสัยทุกอย่าง ภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาตนเอง” และ “จิตวิทยาบุคลิกภาพ” ซึ่งหากอ่านอย่างเจาะลึกในส่วนนี้เป็นเวลานาน คืออ่านคำวิจารณ์และคำอธิบายแล้ว น่าจะเข้าใจถูกต้องตามโมเดลของแอดเลอร์ที่กล่าวว่า  ผู้ที่ไม่คุ้นเคย เพียงแค่ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งหรือจุดยืน คุณก็จะสามารถเพิ่มพูนความรู้ได้เมื่อต้องการ

ความคิดมากมายที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ น่าจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับผู้ที่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อรับใช้ผู้อื่น  แต่ในหนังสือให้ความสำคัญกับการรับรู้ข้อผิดพลาดและการยอมรับความไม่พอใจ ขณะที่หลายๆ คนคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันซึ่งจะเคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง แต่เมื่ออ่านอย่างช้าๆ หลายๆ ครั้ง เชื่อว่าสามารถพลิกชีวิตแบบกลับหัวได้


กลุ่มผู้อ่านที่เจาะจงในหนังสือเล่มนี้

กลุ่มคนที่ขาดความสุข ผู้กระทำผิด กลุ่มคนที่เป็นโรคภาวะซึมเศร้า แปลกแยกหงอยเหงาในชีวิต ไม่เห็นอนาคตของตนเอง รวมถึงกลุ่มคนที่หลงทาง สับสนในคุณค่าชีวิตของตนเองกับสังคม แนะนำให้อ่านคำแนะนำนี้….

หากใครกลัวความเปลี่ยนแปลง ห้ามอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะมันจะเปลี่ยนชีวิตของเรา! แต่ถ้าใช้โอกาสและอ่าน ก็จะรู้ว่าไม่มีอะไรผิดแปลก หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำให้เราตกใจ ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด มีประโยชน์ และไม่ได้มีเวทมนตร์ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเราตั้งแต่หน้าแรก นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังบอกเราด้วยว่า จะเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิตได้อย่างไร และยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในพงหญ้า ซึ่งเราเรียกว่า ชีวิต อีกด้วย

เราชอบ กล้าที่จะถูกเกลียด เพราะหนังสือแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้ชีวิตที่อยู่ในมือของเราเอง และทำให้เข้าใจว่า คนคนเดียวที่สามารถทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุข คือตัวเรา

สำหรับเล่มนี้ เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม แนะนำให้อ่านครับ!


 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย