HRM 5.0 “บริหารทรัพยากรมนุษย์” ยุค 5G (ตอนแรก)

1755

ขึ้นชื่อว่า “องค์กร” ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชน ย่อมหนีไม่พ้น “การบริหารทรัพยากรมนุษย์”


เพราะ “คน” ที่มาทำงานร่วมกัน “ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป” นั้น ย่อมต่างจาก “การทำงานคนเดียว” เช่น คน Generation Z กับการขายของออนไลน์โดยลำพังอย่างแน่นอน

เพราะ “คน” ที่มาทำงานร่วมกัน “ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป” เชื่อได้ว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ความคิดเห็นอาจมีที่ไม่ลงรอยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอีกฝ่าย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำงานร่วมกันของคนจำนวนมาก อย่างหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชน

ซึ่งย่อมหนีไม่พ้น “การจัดการทรัพยากรมนุษย์” นั่นเอง

โดยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน “การบริหารทรัพยากรมนุษย์” หรือ “การบริหารงานบุคคล” นั้น ได้รับการพัฒนาเทคนิคอยู่ตลอดเวลา

นับจากยุคเกษตรกรรมที่ยังไม่มีทฤษฎี และหลักวิชาการในศาสตร์ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ มาจนกระทั่งถึงยุคอุตสาหกรรมที่ถือได้ว่าเป็นยุคที่รูปแบบการบริหารงานบุคคลได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด มีทฤษฎี มีกรณีศึกษา และมีองค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเกิดขึ้นอย่างมากมายในยุคอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1760 อันเป็นช่วงที่เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมขึ้นในยุโรปและญี่ปุ่น โดยนับจากที่อังกฤษได้เริ่มปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา

หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กินเวลายาวนานมาจนถึงทศวรรษที่ 1950 โลกของเราได้เข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เริ่มนับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่มีการเกิดขึ้นของเครื่องคอมพิวเตอร์

word Unskilled for Skilled human resource management

โดยหากเปรียบยุคเกษตรกรรม ยุคอุตสาหกรรม และยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับคลื่นในทะเล ก็คงเทียบยุคเกษตรกรรมได้กับคลื่นลูกที่หนึ่งหรือโลกยุค 1.0 ยุคอุตสาหกรรมคือคลื่นลูกที่สองหรือโลกยุค 2.0 และยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็จะเป็นคลื่นลูกที่สามหรือโลกยุค 3.0

จากผลกระทบของคลื่นทั้งสามลูก (Toffler, 1980) ทำให้กลยุทธ์การบริหารงานบุคคลได้ปรับตัวไปตามยุคสมัยทั้งสามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จากการไม่มีหรือมีการบริหารงานบุคคลที่น้อยมากในยุคเกษตรกรรม มาสู่ยุคอุตสาหกรรมที่เน้นการบริหารงานบุคคลในรูปแบบการจัดการโรงงาน การบริหารงานบุคคลในยุคนี้ได้มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด

ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่การบริหารงานบุคคลได้เปลี่ยนโฉมหน้าอีกครั้งไปสู่การจัดการทรัพยากรมนุษย์ฉบับออนไลน์

ในปัจจุบัน โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุค 5.0 ซึ่งเป็น “ยุคหลังนวัตกรรม” ที่ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์” และ “การบริหารงานบุคคล” จำเป็นต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ใหม่เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ก่อให้เกิดการกำหนดกลยุทธ์การบริหารงานบุคคลรูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21 ขึ้นหลากหลายองค์ความรู้ นำไปสู่แนวคิด และทฤษฎี ของสำนักวิชาการต่างๆ มากมายด้วยกัน

แนวคิดหนึ่งคือ การนำไปสู่การเป็น Digital HR อันประกอบไปด้วย

  1. HR Design Thinking ด้วยกระบวนการ Lean Methodology ประกอบด้วย สรรค์สร้าง-วัดผล-เรียนรู้ หรือ Build-Measure-Learn
  2. Growth Mindset หรือ ความคิดล้ำหน้าแบบก้าวกระโดด โดยเชื่อว่าสิ่งต่างๆ เป็นไปได้ กล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น
  3. Future Skill in 2020 หรือ ทักษะ 2020 ซึ่งก็คือ ทักษะที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือ Problem Solving Skill นั่นเอง

เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะมาแทนที่แรงงานคนอย่าง A.I. (Artificial Intelligent) หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” การเตรียมความพร้อมตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ โดยเฉพาะกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM: Human Resource Management)

เรียงไล่ไปตั้งแต่ การวางแผนกำลังคน การวางแผนเครื่องจักร และการวางแผนกำลังการผลิต รวมถึงบริการหลังการขาย

นำไปสู่การวางรากฐานและจัดโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ HRM เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของธุรกิจ

ดังนั้น องค์กรไม่เพียงต้องวางรากฐานและจัดโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อตอบสนองในด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต้องเปลี่ยนพฤติกรรมขององค์กรโดยรวมด้วย โดยเฉพาะการค้นหาวิธีการสร้างสมดุลภายในองค์กร ด้วยรูปแบบของ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่” นั่นเอง

เนื่องจากในปัจจุบัน แนวโน้มการ Disruption ที่เกิดจาก A.I. มีทิศทางและความเป็นไปได้ที่สูงมาก ในแง่ที่ว่า องค์กรคู่ค้าหรือคู่แข่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้า ที่อาจเปลี่ยนไปใช้ A.I. ได้ทุกเมื่อ

โดยหากองค์กรใดไม่มีแผนการรองรับที่ดีพอ การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างคู่ค่าที่ใช้ A.I. จะต่อไม่ติดกับธุรกิจที่ยังใช้กำลังคน

อีกทั้งคู่แข่งก็จะหนีห่างเราไปเรื่อยๆ เพราะทั้งคู่แข่ง คู่ค้า และลูกค้า อาจหันไปใช้ A.I. จนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต ทำให้มีแนวโน้มที่หลายองค์กรจะประสบกับความล้มเหลวได้

เหตุผลหลักก็คือ A.I. มีความฉลาดล้ำหน้ากว่าแรงงานมนุษย์นั่นเอง


ใส่ใจเรื่องการทำงาน, การบริหารทรัพยากรมนุษย์ สนใจเรื่อง A.I. มีให้อ่านเพิ่มในบทความด้านล่างนี้

ผลวิจัยไมโครซอฟท์ ย้ำ ความคิดสร้างสรรค์ คือทักษะสำคัญที่สุด ในโลกอนาคตที่ AI เป็นใหญ่

เจาะลึก 3 ประเด็น ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ เปลี่ยนโฉมวงการ HR สู่ยุค Digital HR