ขึ้นชื่อว่า “องค์กร” ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชน ย่อมหนีไม่พ้น “การบริหารทรัพยากรมนุษย์”
เพราะ “คน” ที่มาทำงานร่วมกัน “ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป” นั้น ย่อมต่างจาก “การทำงานคนเดียว” เช่น คน Generation Z กับการขายของออนไลน์โดยลำพังอย่างแน่นอน
เพราะ “คน” ที่มาทำงานร่วมกัน “ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป” เชื่อได้ว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ความคิดเห็นอาจมีที่ไม่ลงรอยหรือไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของอีกฝ่าย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำงานร่วมกันของคนจำนวนมาก อย่างหน่วยงานภาครัฐ หรือบริษัทเอกชน
ซึ่งย่อมหนีไม่พ้น “การจัดการทรัพยากรมนุษย์” นั่นเอง
โดยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน “การบริหารทรัพยากรมนุษย์” หรือ “การบริหารงานบุคคล” นั้น ได้รับการพัฒนาเทคนิคอยู่ตลอดเวลา
นับจากยุคเกษตรกรรมที่ยังไม่มีทฤษฎี และหลักวิชาการในศาสตร์ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ มาจนกระทั่งถึงยุคอุตสาหกรรมที่ถือได้ว่าเป็นยุคที่รูปแบบการบริหารงานบุคคลได้มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด มีทฤษฎี มีกรณีศึกษา และมีองค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเกิดขึ้นอย่างมากมายในยุคอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติอุตสาหกรรมในปี ค.ศ. 1760 อันเป็นช่วงที่เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมขึ้นในยุโรปและญี่ปุ่น โดยนับจากที่อังกฤษได้เริ่มปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา
หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กินเวลายาวนานมาจนถึงทศวรรษที่ 1950 โลกของเราได้เข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เริ่มนับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่มีการเกิดขึ้นของเครื่องคอมพิวเตอร์

โดยหากเปรียบยุคเกษตรกรรม ยุคอุตสาหกรรม และยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับคลื่นในทะเล ก็คงเทียบยุคเกษตรกรรมได้กับคลื่นลูกที่หนึ่งหรือโลกยุค 1.0 ยุคอุตสาหกรรมคือคลื่นลูกที่สองหรือโลกยุค 2.0 และยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็จะเป็นคลื่นลูกที่สามหรือโลกยุค 3.0
จากผลกระทบของคลื่นทั้งสามลูก (Toffler, 1980) ทำให้กลยุทธ์การบริหารงานบุคคลได้ปรับตัวไปตามยุคสมัยทั้งสามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จากการไม่มีหรือมีการบริหารงานบุคคลที่น้อยมากในยุคเกษตรกรรม มาสู่ยุคอุตสาหกรรมที่เน้นการบริหารงานบุคคลในรูปแบบการจัดการโรงงาน การบริหารงานบุคคลในยุคนี้ได้มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด
ต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่การบริหารงานบุคคลได้เปลี่ยนโฉมหน้าอีกครั้งไปสู่การจัดการทรัพยากรมนุษย์ฉบับออนไลน์
ในปัจจุบัน โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุค 5.0 ซึ่งเป็น “ยุคหลังนวัตกรรม” ที่ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์” และ “การบริหารงานบุคคล” จำเป็นต้องมีการกำหนดกลยุทธ์ใหม่เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ก่อให้เกิดการกำหนดกลยุทธ์การบริหารงานบุคคลรูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21 ขึ้นหลากหลายองค์ความรู้ นำไปสู่แนวคิด และทฤษฎี ของสำนักวิชาการต่างๆ มากมายด้วยกัน

แนวคิดหนึ่งคือ การนำไปสู่การเป็น Digital HR อันประกอบไปด้วย
- HR Design Thinking ด้วยกระบวนการ Lean Methodology ประกอบด้วย สรรค์สร้าง-วัดผล-เรียนรู้ หรือ Build-Measure-Learn
- Growth Mindset หรือ ความคิดล้ำหน้าแบบก้าวกระโดด โดยเชื่อว่าสิ่งต่างๆ เป็นไปได้ กล้าลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น
- Future Skill in 2020 หรือ ทักษะ 2020 ซึ่งก็คือ ทักษะที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือ Problem Solving Skill นั่นเอง
เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะมาแทนที่แรงงานคนอย่าง A.I. (Artificial Intelligent) หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” การเตรียมความพร้อมตั้งแต่การวางแผนธุรกิจ โดยเฉพาะกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HRM: Human Resource Management)
เรียงไล่ไปตั้งแต่ การวางแผนกำลังคน การวางแผนเครื่องจักร และการวางแผนกำลังการผลิต รวมถึงบริการหลังการขาย
นำไปสู่การวางรากฐานและจัดโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ HRM เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของธุรกิจ

ดังนั้น องค์กรไม่เพียงต้องวางรากฐานและจัดโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อตอบสนองในด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต้องเปลี่ยนพฤติกรรมขององค์กรโดยรวมด้วย โดยเฉพาะการค้นหาวิธีการสร้างสมดุลภายในองค์กร ด้วยรูปแบบของ “การจัดการทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่” นั่นเอง
เนื่องจากในปัจจุบัน แนวโน้มการ Disruption ที่เกิดจาก A.I. มีทิศทางและความเป็นไปได้ที่สูงมาก ในแง่ที่ว่า องค์กรคู่ค้าหรือคู่แข่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้า ที่อาจเปลี่ยนไปใช้ A.I. ได้ทุกเมื่อ
โดยหากองค์กรใดไม่มีแผนการรองรับที่ดีพอ การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างคู่ค่าที่ใช้ A.I. จะต่อไม่ติดกับธุรกิจที่ยังใช้กำลังคน
อีกทั้งคู่แข่งก็จะหนีห่างเราไปเรื่อยๆ เพราะทั้งคู่แข่ง คู่ค้า และลูกค้า อาจหันไปใช้ A.I. จนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันได้ในอนาคต ทำให้มีแนวโน้มที่หลายองค์กรจะประสบกับความล้มเหลวได้
เหตุผลหลักก็คือ A.I. มีความฉลาดล้ำหน้ากว่าแรงงานมนุษย์นั่นเอง
ใส่ใจเรื่องการทำงาน, การบริหารทรัพยากรมนุษย์ สนใจเรื่อง A.I. มีให้อ่านเพิ่มในบทความด้านล่างนี้
ผลวิจัยไมโครซอฟท์ ย้ำ ความคิดสร้างสรรค์ คือทักษะสำคัญที่สุด ในโลกอนาคตที่ AI เป็นใหญ่
เจาะลึก 3 ประเด็น ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ เปลี่ยนโฉมวงการ HR สู่ยุค Digital HR










