สาลิกาคาบข่าว Vol.269/62

177

กัลฟ์ปตท.’ แจ้ง ตลท.พร้อมลงทุนท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กัลฟ์เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 มีมติเห็นชอบต่อผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมทุนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตศรษฐกิจพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเสนอมาโดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกคือ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม บมจ.ปตท. ร่วมทุนกันในสัดส่วนร้อยละ 70 และ 30 ตามลำดับ ขั้นตอนต่อไปจะมีการลงนามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน (PPP) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำหรับโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่  โดย กนอ. จะชำระเงินร่วมลงทุนของรัฐ 1,010 ล้านบาทต่อปี และได้รับค่าให้สิทธิการร่วมลงทุนจากเอกชนกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์และพีทีทีแทงค์จำนวน 300 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นค่าร่วมลงทุนที่จ่ายให้กับเอกชน 710 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 30 ปี

ปลดล็อก 4 ธุรกิจจากบัญชีกฎหมายต่างด้าว ลดภาระนักลงทุน เพิ่มศักยภาพจีดีพี

จีดีพี

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาทบทวนประเภทธุรกิจ ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.. 2542 ว่า ที่ประชุมฯ เตรียมเสนอคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ปลดล็อค 4 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้ายพรบ.ต่างด้าว ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 (ไม่มีโครงข่าย) 2. ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน (Treasury Center) 3. ธุรกิจบริการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ได้รับใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทสอง สำหรับบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และประเภทสามสำหรับบำรุงรักษาบริภัณฑ์และชิ้นส่วนของอากาศยานตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ 4. ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อช่วยให้นักลงทุนต่างชาติลดภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลา ลดความยุ่งยากซ้ำซ้อนในการขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ ก่อให้เกิดความรวดเร็วและความคล่องตัวด้านการประกอบธุรกิจในประเทศไทย สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการประกอบธุรกิจช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุน และผู้มีความสามารถจากต่างประเทศให้สนใจเข้ามาลงทุนส่งเสริมการพัฒนาประเทศมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คนไทย ส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระดับสากล

เสริมสวยชาวเขาเข้าวินคว้าใบรับรองมาตรฐานอาชีพสคช.’

facebook.com/สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ-องค์การมหาชน

นางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ สคช. เป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพธุรกิจเสริมสวย อาชีพช่างทำผมบุรุษและช่างทำผมสตรี จังหวัดเชียงราย ให้กับผู้ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานการประกอบวิชาชีพจำนวน 100 ราย โดยบุคคลที่ได้รับประกาศนียบัตรทั้ง 100 ราย ได้รับการฝึกอบรมจากสมาคมโรงเรียนเสริมสวยและตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีเครือข่ายที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ กับ สคช. และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการประเมินช่างทำผมนอกสถานที่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพที่อยู่ห่างไกลได้รับการฝึกอบรมและทดสอบมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรเนื่องจากมีกลุ่มชาติพันธุ์สัญชาติไทย ที่มีทั้งชาวเขาเผ่าอาข่า ไทใหญ่และม้งเข้าร่วมและผ่านการทดสอบสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพในครั้งนี้กว่า 10 ราย นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับใบประกาศนียบัตร ยังได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนจาก SME Bank และธนาคารออมสิน ในรูปแบบสินเชื่อเพื่อเปิดกิจการหรือขยายกิจการ เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพ มีความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจ และใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานดังกล่าวยังสามารถใช้เป็นใบรับรองได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เชียร์รัฐปัดฝุ่นฟรีวีซ่าจีนอินเดียลดผลกระทบโทมัส คุกล้มละลาย

นายกมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมการบริหารโรงแรมไทย กล่าวถึงกรณี บริษัท โทมัส คุก ผู้ประกอบการสายการบินและการท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 178 ปี ประสบปัญหาวิกฤติการท่องเที่ยวถูกเทคโนโลยีดิสรัปต์และปัญหาภายในด้านอื่นจนต้องประกาศล้มละลาย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษราว 150,000 คนตกค้างในต่างประเทศ ขณะเดียวกันพนักงานราว 22,000 ตำแหน่ง รวมถึง 9,000 ตำแหน่งในสหราชอาณาจักรจำต้องออกจากงาน โดยยอมรับว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากอังกฤษจะหายไปจำนวนมาก จึงอยากให้รัฐพิจารณาปล่อยฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่จะเข้ามาสร้างรายได้ให้กับประเทศ สำหรับกรณีฟรีวีซ่าดังกล่าว  มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 มีมติไม่เห็นชอบกับข้อเสนอปล่อยฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย ภายหลังใช้เวลาหารือกันยาวนานโดยมีผู้แสดงความห่วงใยในมิติความมั่นคง หากนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมากอาจทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นไม่ควรดูที่ปริมาณแต่ควรดูคุณภาพมากกว่า

เอกชนไทยคิดค้นระบบ FIoT ควบคุมการผลิตอาหารในโรงงาน รายงานผลแบบเรียลไทม์

Food Innopolis

ดร.พุฑฒิพงษ์ มหาสุคนธ์ ทีมวิจัย Food Factory Internet of Things Platfrom(FIoT)-Intelligent Platform for Leveraging  Productivity and Maker Performance ซึ่งเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาระบบดูแลอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่มีผลต่อกระบวนการผลิตอาหารในโรงงานอุตสาหกรรม เล่าว่า ทางทีมวิจัยทำการค้นคว้าอยู่ประมาณ 2-3 ปี เนื่องจากได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเข้าไปดูแลระบบการทำงานของอุตสาหกรรมอาหาร เพราะในประเทศไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ ขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจชุมชนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่อุตสาหกรรมอาหารยังขาด Iot maker หรือผู้ที่มีความถนัดเฉพาะด้านอิเล็กทรอนิกส์และความสามารถด้านซอฟต์แวร์ ส่งผลให้ไม่สามารถวินิฉัยหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตได้ รวมทั้งไม่สามารถลดงานเอกสารเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ปัญหาดังกล่าวจึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการทำวิจัยชิ้นนี้ โดยงานจัย FIoT จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในขบวนการควบคุมต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อระบบการผลิตอาหารในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากระบบเซนเซอร์จะมีการติดตามตลอดเวลาและรายงานผลแบบออนไลน์ตลอด 24 ชม. ส่งผลให้กระบวนการผลิตสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียค่าใช้จ่าย ลดความเสียหายของผลิตภัณฑ์หรือสินค้า และยังสามารถลดการใช้แรงงานคนจัดการคลังสินค้า  ทั้งนี้ระบบดังกล่าวยังช่วยลดต้นทุนการสูญเสีย และเพิ่มจำนวนการผลิตได้มากกว่าที่ผ่านมา

2040 ตั้งเป้ารถยนต์เมืองไทยปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ 100%

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าเมื่อปี 2558 รัฐบาลได้ประกาศนโยบายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนและได้ดำเนินการด้านต่างๆ มาตลอดจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมด้านการส่งเสริมและพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ของไทยอย่างเป็นรูปธรรมและมีเป้าหมายชัดเจน สอวช. ในฐานะหน่วยงานนโยบายที่มีภารกิจในการผลักดันให้เกิดการวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ จึงได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เสนอให้มีการตั้งเป้าหมายของประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาด้านมลพิษทางอากาศในอีก 20 ปี โดยการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายยานยนต์ที่ปล่อยไอเสียต่ำ และมุ่งไปสู่ยานยนต์ที่ปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle : ZEV) ได้แก่ Battery Electric Vehicles, และ Hydrogen Fuel Cell Vehicles โดยในปี 2040 สัดส่วนการจำหน่ายยานยนต์ใหม่ควรเป็น ZEV 100% ของจำนวนรถที่มีการจำหน่ายในประเทศ และควรมีหัวจ่ายไฟฟ้าสาธารณะที่เข้าถึงได้จำนวน 40,000 แห่งทั่วประเทศ

จีนผุดฮ่องกง 2’ เขตการค้าเสรีแห่งใหม่ในเซี่ยงไฮ้

รัฐบาลจีนประกาศแผนพัฒนาหลินกั่งซึ่งเป็นเขตพัฒนาใหม่ในเซี่ยงไฮ้ที่เกิดขึ้นจากการถมทะเลให้เป็นตลาดเสรีเช่นเดียวกับฮ่องกงใน 20 ปีข้างหน้า หลินกั่งมีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงเขตบริหารพิเศษแห่งฮ่องกง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงงาน Gigafactory 3 ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์รุ่น 3 ของเทสลา ถือเป็นแหล่งผลิตรถยนต์เทสลาที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐฯแห่งแรก และเป็นบริษัทผลิตรถยนต์แห่งแรกในจีนที่ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาพิเศษมูลค่า 100,000 ล้านหยวน เพื่อดึงดูดบุคคลากรที่มีความสามารถในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมายังหลินกั่งในช่วง 5 ปีนับจากนี้ รวมถึงยังมีนโยบายให้สิทธิพิเศษภาษีเงินได้นิติบุคคลครอบคลุมสินค้าจากต่างประเทศ ธุรกรรมสินค้าและบริการระหว่างกลุ่มบริษัทในบริเวณดังกล่าว แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการขยายเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้อย่างกว้างขวางรองรับการลงทุนยุคใหม่