Unicorn รุ่นแรก “สง่า มะยุระ” ต้นแบบ Start-Up ไทย

556

แม้จะมีหลายเสียง ที่บ่นถึงองค์ประกอบวัสดุพู่กันของ “สง่า มะยุระ” แต่สิ่งหนึ่งซึ่งต้องยอมรับก็คือ ความเป็นสินค้าราคาย่อมเยาสำหรับนักเรียนนิสิตนักศึกษาบ้านเรา ที่พ่อแม่จำนวนมากไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง และเด็กไทยก็ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองกันทุกคน


ผมเชื่อว่าคนรุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา หลายคนต้องรู้จัก “ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ” ที่เขาใช้ “ภ.สำเภา” สะกด และสลักไว้บนด้ามพู่กันทุกชิ้นที่นำออกวางจำหน่าย จากด้ามไม้ในยุคแรก มาสู่ด้ามพลาสติกในยุคถัดมา ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบันที่สืบทอดต่อมาสง่า มะยุระ

แม้ตามประวัติเขาจะไม่ได้ร่ำเรียนเขียนอ่านในหลักสูตรศิลปกรรมจากสถาบันการศึกษา ทว่า ด้วยใจรักในงานวาดรูป ทำให้ “สง่า มะยุระ” ขอปวารณาตนเป็นศิษย์วาดเขียนกับ “ครู” หลายท่าน อาทิ ครูอู๋ ครูง้วน ครูสอิ้ง มุ่งมั่นตั้งใจฝึกฝนเคี่ยวกรำฝีไม้ลายมือจนอยู่ตัว

จนกระทั่งได้มีโอกาสพบกับ “หลวงเจนจิตรยง” ซึ่งถือเป็นผู้ชักนำและเปิดเส้นทางในวิชาชีพช่างศิลป์ให้ “สง่า มะยุระ” นำไปสู่การได้เข้าร่วมทีมเขียนภาพรามเกียรติ์ที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมี “พระเทวาภินิมิต” หรือ “ฉาย เทียมศิลป์ไชย” เป็นหัวหน้า

หลังเสร็จภารกิจระดับชาติ “สง่า มะยุระ” ยังเดินหน้าสั่งสมประสบการณ์และฝีมือทางศิลปะอย่างไม่หยุดยั้งในวิชาชีพช่างเขียน ไม่ว่าจะเป็นที่ร้านคณะช่าง หรือโรงพิมพ์บุญครอง จนวันหนึ่ง ประสบการณ์และความใฝ่ฝันครั้งอดีต ได้ผลักดันให้เขาคิดริเริ่มทำพู่กันออกขาย

ราวปี พ.ศ. 2480 ด้วยความที่ “สง่า มะยุระ” คลุกคลีอยู่กับเครื่องไม้เครื่องมือของช่างศิลป์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการได้หยิบจับและใช้งานพู่กันมาอย่างต่อเนื่อง เขาจึงอยากทำพู่กันของตนเอง โดยได้ศึกษาพู่กันที่มีอยู่ และดัดแปลงแก้ไขจนได้มาตรฐานในระดับหนึ่ง

“สง่า มะยุระ” จึงเปิดไลน์การผลิตพู่กันของตัวเองขึ้น และกิจการของเขานี้ ถือว่าเป็นโรงงานทำพู่กันแห่งแรกของเมืองไทย และพัฒนาในเชิงธุรกิจ โดยมีปรัชญาขายพู่กันราคาไม่แพง สำหรับนักเรียนนิสิตนักศึกษายากจนที่มีจำนวนมาก และทุกวันนี้พู่กันของเขายังมีขายอยู่

เรียกได้ว่าเด็กไทยแทบทุกคนนับจากยุคนั้นตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต้องเคยผ่านมือ “ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ” มาแล้วไม่มากก็น้อย หลายคนพัฒนามาเป็นศิลปินใหญ่ในวันนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้ใช้พู่กันราคาถูกของ “สง่า มะยุระ” ถือเป็นความภาคภูมิใจของสังคมไทย

แม้จะมีพู่กันยี่ห้ออื่นวางจำหน่ายเคียงกันในร้านเครื่องเขียน ทั้งแบรนด์ไทยและยี่ห้อดังจากต่างประเทศ แต่คงต้องยอมรับว่าพู่กันของ “สง่า มะยุระ” เป็นสินค้ามวลชนที่ทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่องมานับชั่วอายุคนแล้ว และหากเอ่ยถึงคุณภาพก็ถือได้ว่าสมราคาอยู่พอสมควร

เมื่อกิจการ “ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ” ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนอย่างหนึ่ง จึงอาจกล่าวได้ว่าโรงงานของเขาเป็น Unicorn รุ่นแรก และสามารถใช้เป็นต้นแบบให้กับ Start-Up ไทยรุ่นหลัง

Unicorn หมายถึง บริษัทที่เติบโตจนมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท) ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบค่าเงินโดยย้อนกลับไปที่ พ.ศ. 2480

โดยเฉพาะในบั้นปลายของชีวิต “สง่า มะยุระ” ถือเป็นแบบอย่างบุคคลผู้อุทิศตนให้กับสาธารณะคนหนึ่ง จากการลงแรงไปช่วยซ่อมภาพวาดในวัดวาอารามต่างๆ หลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่สำคัญก็คือ เขาปฏิเสธที่จะรับเงินค่าจ้างในการบูรณปฏิสังขรณ์

“สง่า มะยุระ” ถึงแก่กรรมวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2521 สิริรวมอายุ 69 ปี (เกิด 20 สิงหาคม พ.ศ. 2452) นับเป็นจิตรกรมือฉมังผู้ยึดมั่นในวิชาชีพ และตั้งตัวได้ด้วยความพากเพียร เป็นแรงบันดาลใจ จุดประกายความใฝ่ฝัน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไปครับ