กุญแจ 3 ดอก ปลดล็อค ‘อุตสาหกรรมอากาศยานไทย’ ทะยานสู่ฐานการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินของโลก

1198

ด้วยเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันได้รับการขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้า ให้พร้อมแข่งขันในตลาดสากล จึงเป็นความหวังในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถก้าวไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) ตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลกำหนดได้เร็วขึ้น โดยหนึ่งในนั้น คือ ‘อุตสาหกรรมอากาศยานไทย’ ที่ประเทศไทยเอง ก็มีความพร้อม เพราะมีห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน สามารถต่อยอดสู่เป้าหมายในการเป็นฮับการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานของโลกได้ไม่ยาก

บทความนี้ จึงขอพาไปสำรวจความเป็นไปได้ ความพร้อมของภาคเอกชน ตลอดจนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรวิทยา สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ว่าการก้าวไปสู่เป้าหมายที่กล่าวมาของ ‘อุตสาหกรรมอากาศยานไทย’ ควรเดินหน้าไปในทิศทางไหนจึงจะถูกทางที่สุด


รู้หรือยัง… ศักยภาพของภาคเอกชนใน ‘อุตสาหกรรมอากาศยานไทยไม่แพ้ชาติใดในเอเชียแปซิฟิก

เชื่อว่า หลายท่านยังไม่ทราบกันว่า ภาคธุรกิจเอกชนซึ่งมีบทบาทหลัก ‘อุตสาหกรรมอากาศยานไทย’ สร้างห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น มีศักยภาพที่จะพัฒนาให้ภาคอุตสาหกรรมนี้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ นายเปรม เพทซ ผู้จัดการฝ่ายขายแผนก PCMM บริษัท เฮกซากอนเมโทรโลจี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะตัวแทนของภาคการผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยานไทยว่า

นายเปรม เพทซ

“อุตสาหกรรมอากาศยาน เป็นอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะโตเร็วที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะในด้านการผลิตและซ่อมบำรุง ที่คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.4 ขณะที่ด้านการขนส่งทางอากาศคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2.8 การผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน จึงเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากเครื่องบินถือเป็นระบบขนส่งที่จำเป็นต้องมีความปลอดภัยสูงสุด ต้องการความแม่นยำในการผลิตที่สูงในทุกกระบวนการ และผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานระดับโลก” 

“ดังนั้น การผลิตเครื่องบิน เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ที่ใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการผลิตเครื่องบินทุกลำ และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานอย่างละเอียด การลงทุนในด้านเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการที่มีความกล้าและพร้อมจะก้าวเข้ามาคว้าโอกาสจากอุตสาหกรรมมาแรงนี้”

เครื่องตรวจวัดท่อ (Tube Inspect P8) นวัตกรรมล่าสุดจากเฮกซากอน
งานท่อในการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน

ล่าสุดทาง เฮกซากอน ซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีการตรวจวัดคุณภาพมาตรฐานการผลิต เตรียมส่งนวัตกรรมเครื่องตรวจวัดคุณภาพของชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อขานรับยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมอากาศยานให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มาแรง โดยได้ส่งเครื่องตรวจวัดท่อ (Tube Inspect P8) ซึ่งท่อถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่อยู่ในเครื่องบินหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ไอพ่น ท่อไอเสียเครื่องบิน ระบบท่อแอร์ ท่อน้ำภายในเครื่องบิน เป็นต้น

ระบบท่อเหล่านี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจวัดคุณภาพของท่อ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน โดย Tube Inspect P8 สามารถช่วยผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานของชิ้นส่วนได้ตั้งแต่กระบวนการออกแบบและผลิต ตลอดจนกระบวนการซ่อมบำรุง ด้วยเทคโนโลยีการสแกนเพื่ออ่านค่ามาตรฐานออกมาในรูปแบบ 3D ทำให้ผู้ผลิตสามารถนำเครื่องตรวจวัดนี้ไปสแกนที่ชิ้นส่วนที่ต้องการตรวจสอบได้ทันที โดยใช้เวลาไม่ถึง 2 วินาที และสามารถนำค่าที่อ่านได้ไปตรวจสอบและพัฒนาต่อได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาถอดชิ้นส่วน เพื่อส่งไปตรวจสอบที่โรงงาน

และต่อไป คุณเปรม ยังอัปเดตว่า เฮกซากอนยังได้เตรียมเร่งเครื่องพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสอบมาตรฐานชิ้นส่วนเครื่องบินที่ครอบคลุมในทุกส่วนประกอบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอากาศยานแบบครบวงจรด้วย


แนะกุญแจ 3 ดอก นำอุตสาหกรรมอากาศยานไทยทะยานไปไกลกว่าที่คิด

ด้าน นายลทธพล จารุวัฒนวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรวิทยา สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวในมุมของข้อควรปฏิบัติ ว่าการที่ภาคอุตสาหกรรมไทยจะเข้าสู่การแข่งขันในตลาดทั่วโลกได้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือ “มาตรฐานทางคุณภาพ” ที่ต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด

นายลทธพล จารุวัฒนวงศ์

“เพราะมาตรฐานการผลิตเป็นตัวกำกับว่าสินค้าจากบริษัทนั้นๆ สามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดระดับใดได้บ้าง ยิ่งสินค้าผ่านเกณฑ์ในมาตรฐานระดับสากล ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่สินค้านั้นๆ จะเข้าไปตีตลาดที่กว้างยิ่งขึ้น ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการมุ่งยกระดับเทคโนโลยีการผลิตเพื่อหวังแข่งขันในตลาดที่ใหญ่ขึ้น จำเป็นต้องอ้างอิงมาตรฐานสากลเป็นหลัก ในทุกการลงทุนซื้อ หรืออัปเกรดเครื่องมือเครื่องจักร”

“โดยในปัจจุบัน กว่าร้อยละ 50 ของโรงงานผลิตไทย ยังใช้มาตรฐานการผลิตในโลกยุคเก่า หรือมาตรฐานที่ต่ำกว่า ISO 2010 ซึ่งถือเป็นระดับมาตรฐานที่สามารถใช้อ้างอิงได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสามารถด้านการแข่งขันของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ที่ยังคงย่ำอยู่ในตลาดเดิมๆ อีกทั้งเผชิญกับคู่แข่งในระดับมาตรฐานเดียวกันจำนวนมาก”

ด้วยสถานการณ์ที่กล่าวมานี้ คุณลทธพล จึงแนะนำแนวทางสำหรับผู้ประกอบการที่เล็งเห็นโอกาสอันท้าทายมากขึ้นในอุตสาหกรรมอากาศยาน พร้อมก้าวเข้าสู่การแข่งขันในตลาดที่มีมูลค่าสูงกว่า โดยมีข้อแนะนำ 3 ข้อ ดังนี้

  • หมั่นอัปเกรดและรักษามาตรฐานการผลิต

ปัจจุบันมาตรฐานการผลิตแห่งชาติและสากลในวงการการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินมีอยู่หลายระบบ อาทิ ISO/IEC DAkks NATA ด้วยเหตุนี้ ทุกโรงงานการผลิตจึงต้องอ้างอิงระบบมาตรฐานอย่างน้อยหนึ่งระบบ โดยการสอบเทียบเพื่อให้ได้ใบรับรองคุณภาพการผลิต และสามารถนำสินค้าเข้าแข่งขันในตลาดได้ นอกจากการได้มาซึ่งมาตรฐานการผลิตแล้ว ผู้ผลิตยังต้องรักษาและควบคุมมาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามเกณฑ์อยู่เสมอ เพื่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์

  • ปรับตัวสู่ระบบการผลิตแบบยืดหยุ่น (flexible manufacturing system)

ต้องยอมรับว่ารูปแบบการผลิตของโรงงานไทยส่วนใหญ่ ยังคงติดกับดักการรับจ้างผลิตในราคาถูกเพื่อตอบสนองออร์เดอร์จำนวนมาก ขณะที่ความต้องการของตลาดปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป สินค้าบางชนิดมีการสั่งผลิตที่น้อยลง แต่มีมูลค่าสูงมาก เช่น หุ่นยนต์เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ชิ้นส่วนโดรนที่มีคุณสมบัติพิเศษ ตลอดจนการผลิตในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผู้ผลิตไทยจึงจำเป็นต้องเข้าสู่การผลิตแบบยืดหยุ่น หรือการผลิตเพื่อรองรับออร์เดอร์จำนวนน้อยในหลากหลายรูปแบบ เพื่อคว้าโอกาสในการรับออร์เดอร์งานจากการผลิตในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

  • เดินหน้าสร้างแบรนด์สู้ตลาดโลก

นอกจากคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐาน และความสามารถในการปรับตัวไปสู่การผลิตแบบยืดหยุ่น ผู้ประกอบการไทยยังต้องเร่งสร้างการรับรู้และชื่อเสียงของแบรนด์ไปพร้อมกัน อาทิ การพบปะกลุ่มลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่น่าสนใจในการยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม การนำเสนอสินค้า บริการที่น่าสนใจ ตามโอกาสในงานประชุม สัมมนา งานจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมที่น่าสนใจ เพื่อให้ภาคการผลิตไทยก้าวทันคู่แข่งต่างชาติ ทั้งในแง่คุณภาพ และการเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก


อย่างไรก็ตาม แนวทางการยกระดับภาคการผลิตที่เหมาะสมกับประเทศไทย คุณลทธพล ย้ำว่า เป็นการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตจากต่างชาติ เพื่อนำมาเรียนรู้และปรับใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบการผลิต (Copy & Research) จากนั้นจึงทำวิจัย และพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีต่างๆ ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ของประเทศเองในที่สุด


ตามติดภารกิจขับเคลื่อน อุตสาหกรรมเป้าหมายไทย ให้ไปได้ไกลกว่าเดิม 

Digital Disruption ยุคที่ทำให้ ‘นิคมอุตสาหกรรม’ หันมาพัฒนาระบบ Cloud เพื่ออยู่ได้ด้วยตัวเอง

ชี้ชะตา ‘อุตสาหกรรมยางไทย’ จะไปต่อหรือหยุดนิ่ง นวัตกรรมและเทคโนโลยี คือ คำตอบ

‘อุตสาหกรรมอวกาศ’ 1 ใน 10 S curve อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต้มต่อดันไทยสู่ Aerospace Hub แห่งอาเซียน