2020 ปีทองของ IoT

666

หากพิจารณา ตารางรายชื่อประเทศตามผลการสำรวจของ OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) หรือ “องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ” ที่ระบุถึงจำนวนการใช้ IoT ต่อประชากร 100 คน เราจะพบว่า “เกาหลีใต้” มีปริมาณประชาชนที่ติดตั้ง IoT และอยู่ในระบบออนไลน์ตลอดเวลามากที่สุด คือราว 38 คนต่อประชากรในประเทศ 100 คน


2020 IoT

ขณะที่ 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นชาติในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก สวิส ฮอลแลนด์ เยอรมนี สวีเดน สเปน ฝรั่งเศส และโปรตุเกส โดยมีสหรัฐอเมริกา อยู่ในอันดับที่ 4

ชี้ให้เห็นแนวโน้มสำคัญในการใช้ IoT ของโลก หรือพูดง่ายๆ ว่า นับจากนี้ โดยเฉพาะในช่วงใกล้ปีใหม่ที่เราจะเข้าสู่ปี ค.ศ. 2020 กันในอีกไม่ช้าไม่นาน Trend การนำ IoT มาใช้ในภาคส่วนต่างๆ จะทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ

IoT (Internet of Things) หมายถึง การนำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Chips เข้าไปฝังเอาไว้ในวัสดุหรืออุปกรณ์ต่างๆ ไล่ตั้งแต่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในครัวเรือน ยวดยานพาหนะ ไปจนกระทั่งถึงสิ่งปลูกสร้างสาธารณะทั้งของรัฐและเอกชน รวมทั้งสิ่งของอื่นๆ ที่เราต้องการให้เกิดการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั่นเองครับ

จากแผนภาพ เราจะพบ “การทำงาน 5 ระดับ” ของ IoT เริ่มตั้งแต่

1) IoT แบบ Basic ที่เราคุ้นเคยทั่วไป เช่น Smart TV

2) การส่งผ่านข้อมูลระหว่าง IoT ด้วยกัน

3) การหลอมรวมตัวเองของอุปกรณ์ IoT บนระบบอินเทอร์เน็ต

4) การเข้าสู่ยุค Smart IoT และ

5) IoT สามารถซ่อมแซมตัวเองได้

โดยนอกจากวงจรอิเล็กทรอนิกส์แล้ว IoT ยังประกอบด้วยซอฟต์แวร์เฉพาะทางและเซ็นเซอร์ เพื่อสร้างให้วัตถุเหล่านั้นสามารถเก็บบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ “ออนไลน์” ได้ ส่งผลให้ของสรรพสิ่งทำให้วัสดุต่างๆ สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม และได้รับควบคุมระยะไกล โดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์มือถือสั่งการได้อย่างสะดวกง่ายดาย

ดังที่นิตยสาร The Economist เล่มใหม่ ใส่ปกว่า Chips with Everything ที่เป็นการเล่นคำกับความหมายของคำว่า Chips ที่แปลว่า มันฝรั่งทอด กับ Microcomputer Chips พร้อมตั้งคำถามว่า How the world will change as computers spread into everyday objects ซึ่งหมายถึง ต่อไปนี้ สรรพสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ จะสามารถทำงานได้เหมือนคอมพิวเตอร์นั่นเองครับ

The Economist บอกว่า The “Internet of Things” will fundamentally change the relationship between consumers and producers แปลเร็วๆ ได้ว่า การมาถึงของ IoT กำลังจะเข้าไปเปลี่ยนฐานรากของเศรษฐกิจโลก

“…เมื่อโทรศัพท์มือถือของคุณสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องชงกาแฟได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กไปในทันทีที่คุณมี IoT…” The Economist กล่าว และว่า

“…ทุกวันนี้ พวกเราคุ้นเคยกับ Smart TV ที่โรงงานได้ใส่ Chips เข้าไปมาเกือบ 20 ปีแล้ว ในอีกไม่นานนี้ เมื่อยุค 5G มาถึงพวกเราก็จะคุ้นเคยกับการติดตั้ง Chips ในรถยนต์ ไปจนถึงเครื่องเป่าผม และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ก็คือ เสื้อผ้าอาภรณ์”…”

The Economist บอกว่า IoT จะเริ่มทำหน้าที่ประจำวัน ตั้งแต่การเป็นนาฬิกาปลุก ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่รั้วบ้านจนถึงห้องครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไปจนถึงการสัมผัสกับเตียง IoT ก่อนที่คุณจะหลับฝันดีในคืนนั้น  

“…เราเชื่อว่า นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นไป หลายสิบล้านครัวเรือนบนโลกใบนี้ จะสามารถสั่งเปิดแอร์ห้องนอนหรือเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำไว้ล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือขณะที่เรากำลังขับรถกลับบ้าน ไปจนถึงการใส่หมายกำหนดการให้ช่วยเตือนเวลากินยา หาหมอ ตารางนัดต่างๆ…”  The Economist กระชุ่น

“…ธุรกิจเสมือนจริง (Virtual Business) จะกลายเป็นจริงในโลกทางกายภาพ เหมือนกับเกม Sim City หรือ Second Life ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาไมโครเวฟ แม้กระทั่งเครื่องออกกำลังกาย จะกลายเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีความซับซ้อน อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว…” The Economist กล่าวปิดท้าย


IoT ที่น่ารู้ ในบทความอื่นๆ 

Thailand IoT Industry Whitepaper : เผยการเติบโตและเบื้องลึกของ IoT ที่คนไทยควรรู้

ทุเรียน IoT ผลผลิตเกษตรกรยุค 4.0

IoT ช่วยดูแลผู้สูงวัยใน “เมืองแสนสุข” ด้วยอุปกรณ์สวมใส่ “Aider”

‘IoT Smart Meter’ มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ นวัตกรรมที่พัฒนาโดย มจพ. และเอไอเอส