สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้ ถ้าอยากดัน อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ให้เฉิดฉายบนพรมแดงจีน

293

ไมค์ พิรัชต์, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก, พิช วงออกัส, ออม สุชาร์, มาริโอ้ เมาเร่อ และ บี้ KPN ดาราไทยที่เอ่ยชื่อมานี้ นอกจากจะมีชื่อเสียงในบ้านเราแล้ว ยังติดโผดาราไทยที่มีแฟนคลับชาวจีนติดตามใน Weibo (facebook เวอร์ชั่นจีน) มากกว่า 1 ล้านคน และไม่ใช่แค่ตัวดาราเท่านั้น แต่ในปี 2561 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ยังทำรายได้สูงใน box office จีน ครองแชมป์อันดับ 1 ยาวนานหลายสัปดาห์ ฉะนั้น แค่ข้อมูลทางสถิติที่กล่าวมานี้ ก็การันตีได้แล้วว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ได้รับการยอมรับในหมู่ชาวจีนและมีแววสดใสมากทีเดียว

จากบทความเรื่อง ลู่ทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในตลาดจีน : โอกาสที่เป็นจริง ซึ่งเขียนโดย ดร.เจษฎาพัญ ทองศรีนุช นักพัฒนาระบบราชการปฏิบัติการ และศูนย์ BIC/นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (thaibizchina.com) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตอกย้ำถึงความสำเร็จของ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ในจีนเพิ่มเติมอีกว่า

“มีหลายปัจจัยที่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปว่า โอกาสการขยายตลาดภาพยนตร์ไทยในจีน ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สถานที่ถ่ายทำ โรงถ่ายทำ การใช้ทีมสตั๊นท์ มีอนาคตที่สดใส ปัจจัยดังกล่าว อาทิ อัตราการเติบโตของตลาดภาพยนตร์ที่ขยายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี การเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีมากขึ้น และที่สำคัญคือกระแสความนิยมภาพยนตร์ไทย ละครไทย และดาราไทย เพิ่มมากขึ้นอย่างเด่นชัด” 

ด้วยเหตุนี้ ตลาดอุตสาหกรรมบันเทิงในจีน จึงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ไม่ว่าจะเป็น บริษัทผลิตภาพยนตร์ ละคร ไปจนถึงตัวดาราไทยเอง ควรค่าแก่การศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาลู่ทางและโอกาสไปขยายธุรกิจ หรือไปโกอินเตอร์ที่นั่นได้แบบไม่ยากนัก

ทว่า ในโอกาสที่เปิดอยู่นี้ ก็มีข้อมูลให้ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ก่อนที่จะตัดสินใจไปลงทุนเช่นกัน ซึ่งบทความของ ดร.เจษฎาพัญ ก็ได้นำเสนอในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ


รู้ก่อนได้เปรียบ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในจีน น่าสนใจในแง่มุมใดบ้าง?

ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ เริ่มปูพื้นให้ผู้ประกอบการบันเทิงไทยได้ทราบก่อนว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในจีนน่าสนใจอย่างไร

“อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของจีน ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ การบริโภคภาพยนตร์ การลงทุนในโรงภาพยนตร์และการสร้างภาพยนตร์ รวมทั้งการส่งออกภาพยนตร์ ตลาดภาพยนตร์ของจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ในปี 2018 มูลค่า box office อยู่ที่ 60.97 พันล้านหยวน หรือ 9.09 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 9.06” 

“ในขณะที่ทำยอดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 62.2 จากปี 2017 ทั้งนี้ข้อมูลในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 มูลค่า box office ของจีนมีมากกว่า 10 พันล้านหยวน หรือ 1.49 พันล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าภายในปี 2020 จีนจะกลายเป็นตลาดบันเทิงที่มีมูลค่าการตลาดสูงที่สุดในโลก”

สำหรับลู่ทางและโอกาสการลงทุนที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงของไทย จะสามารถเข้าไปบุกเบิกได้ในจีนนั้น เกิดขึ้นเมื่อจีนเริ่มเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมบันเทิงมากขึ้นตั้งแต่เข้าเป็นสมาชิก WTO ทำให้ขนาดตลาดของอุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตและมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก

ยกตัวอย่างในปัจจุบัน จีนมีโรงภาพยนตร์มากกว่าสหรัฐอเมริกา จากข้อมูลในเดือนมีนาคม 2562 จีนมีจำนวนโรงภาพยนตร์กว่า 44,400 แห่ง โดยเป็นโรงภาพยนตร์แบบ 3 มิติ 38,300 แห่ง ในขณะที่สหรัฐ มีจำนวนโรงหนังทั้งหมดเพียง 40,837 แห่ง

การเติบโตและตลาดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีขนาดใหญ่นี้เอง ที่สามารถดึงดูดบริษัทใหญ่ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุน เช่น DreamWorks และ IMAX ของสหรัฐ รวมทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba และ Tencent ก็เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตในตลาดด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม 5 บริษัทใหญ่ที่อยู่ใน box office ของจีน ยังคงเป็นบริษัทจีนทั้งสิ้น ได้แก่ Operation Red Sea, Detective Chinatown, Dying to Survive, Hello Mr. Billionaire และ Hollywood’s solitary top-five contender Avengers: Infinity War


สำรวจลู่ทางน่าลงทุนของ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย 

อย่างไรก็ตาม ดร.เจษฎาพัญ ผู้เขียนบทความย้ำชัดเจนว่า หากจะเข้ามาทำตลาดในอุตสาหกรรมบันเทิงของจีน ผู้ประกอบการควรจะมีความรู้เกี่ยวกับลักษณะ รสนิยม กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้รู้แจ้งก่อน

เพราะจีนมีเงื่อนไขและกฎระเบียบในด้านนี้ไม่น้อยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบจำกัดโควต้าการนำภาพยนตร์จากต่างประเทศเข้าไปฉายได้เพียงปีละ 34 เรื่อง สำหรับภาพยนตร์ต่างชาติที่นำเข้ามาฉายแบบแบ่งรายได้ (profit sharing)
  • มีหน่วยงานตรวจสอบภาพยนตร์ที่ชื่อว่า The State Administration of Radio, Film and Television, SARFT) ซึ่งจะตรวจสอบภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์ รวมถึง co-production ดังนั้น ทุกคอนเทนต์บันเทิงที่กล่าวมาจะต้องผ่านการคัดกรองและได้รับอนุญาตก่อนจะนำมาฉายในโรงภาพยนตร์จีนและทางโทรทัศน์ได้
  • สำหรับเนื้อหาต้องห้าม เช่น เนื้อหาที่อาจทำลายความเป็นปึกแผ่นของประเทศ ทำให้คนหลงเชื่อและงมงายในทางที่ผิด ทำลายศีลธรรมทางสังคมและวัฒนธรรมอันดีงามของคนในชาติ จะไม่สามารถนำมาฉายได้ เช่น บิดเบือนประวัติศาสตร์จีนและประเทศอื่น ทำลายภาพลักษณ์ของผู้นำ

และเพื่อการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน บทความนี้ยังกล่าวถึง ความนิยมของผู้บริโภคภาพยนตร์จีนไว้ด้วยว่าถ้าแบ่งตามอายุ จะพบว่าผู้ชมภาพยนตร์จีนส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงอายุระหว่าง 19 – 30 ปี ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 และหากแบ่งตามระดับการศึกษาจะพบว่าผู้ชมส่วนใหญ่อยู่ในระดับปริญญาตรีและเฉพาะสาขาวิชา จะมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 80

ในขณะที่ประเภทของภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงจะเป็นแนว Action แนว Sci-Fi และแนว Romantic แต่จากการสำรวจพฤติกรรมการเลือกรับชมคอนเทนต์บันเทิงของชาวจีน พบว่า “ประเทศผู้ผลิตภาพยนตร์” ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจเลือกชมคอนเทนต์นั้นของผู้ชมชาวจีน เพราะผู้ชมส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเนื้อหามากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งถ้าโฟกัสไปที่ภาพยนตร์ไทยที่กลุ่มผู้ชมชาวจีนให้ความสนใจ ในบทความรายงานว่า

“สำหรับภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมในตลาดจีนส่วนใหญ่จะเป็นแนวสยองขวัญ วัยรุ่น ตลก action โดยมีความเด่นอยู่ที่เนื้อหาที่สื่อถึงความเป็นไทย การสอดแทรกวัฒนธรรมไทยลงไป นอกจากนี้ ความโดดเด่นที่ทำให้นักลงทุนในธุรกิจบันเทิงจีนสนใจคอนเทนต์ที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทย คือ เราเป็นที่ยอมรับของจีน เพราะผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการผลิตคอนเทนต์ดีๆ ได้ในราคาที่ไม่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน production หรือ post production ตัวนักแสดงที่แสดงดีมีความน่าสนใจจึงได้รับความนิยมได้ไม่ยาก มีความหลากหลายของเนื้อหา ไปจนถึงการมีสถานที่ที่สวยงามและมีการอำนวยความสะดวกในการถ่ายทำที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นต้น” 


ชี้ความท้าทาย ที่ผู้ประกอบการไทย ต้องก้าวข้าม เพื่อเฉิดฉายบนพรมแดงจีน

หากพูดถึงในประเด็นเรื่อง ความท้าทาย อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ดร.เจษฎาพัญ เขียนถึงไว้ในบทความเดียวกันนี้ว่า ก็ยังคงมีบางเรื่องที่ควรต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น เช่น การขาดการสนับสนุนทางด้านเทคนิค เงินทุน และบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ซึ่งมีส่วนทำให้ภาพยนตร์บางส่วนไม่สมจริง นอกจากนี้ หากบุคลากรของไทยทำความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมการทำงานของชาวจีน และฝึกฝนพูดภาษาจีน ก็จะทำให้การทำธุรกิจด้านนี้ราบรื่นขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไทยที่เกี่ยวข้องทั้ง pre-production, post-production, co-production หรือนำเข้าหนังมาฉายนั้น ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ การเปลี่ยนแปลงของกระแสทางการตลาดที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับชมภาพยนตร์ของผู้ชมชาวจีนที่เริ่มให้ความสนใจในการดูภาพยนตร์ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์สูงขึ้น เช่น Youku, Iqiyi, Tudou, TV Sohu

เพราะปัจจัยที่กล่าวมานี้ มีผลทำให้รูปแบบของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนเปลี่ยนไปได้เช่นกัน อย่างการนำเสนอภาพยนตร์ในรูปแบบ on-demand (เหมือนกับ Netflix) การนำอินเทอร์เน็ตและ big data มาใช้ในการผลิต การทำตลาดและโฆษณา การจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาล้วนเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย ที่ต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันในรูปแบบใหม่ ในขณะเดียวกันถ้ามองเป็นโอกาส ก็ถือว่าเป็นลู่ทางที่เปิดให้ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดธุรกิจสู่การขายสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ นอกเหนือจากการเผยแพร่ทางโรงภาพยนตร์และโทรทัศน์ได้อีกทางหนึ่ง


คอนเฟิร์ม โอกาสที่มีอยู่จริง ส่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้โดดเด่นในแดนมังกรได้ไม่ยาก

ในบทสรุปของบทความ ผู้เขียนชี้ว่า

“โอกาสสำหรับอุตสาหกรรมหนังไทยในตลาดจีนยังสดใส เช่น การนำภาพยนตร์มาฉายผ่านช่องทางใหม่ๆ เช่น ตลาดคอนเทนต์ออนไลน์ของจีนไม่มีระบบกำหนดสัดส่วนคอนเทนต์ (Quota) จากต่างประเทศ ที่มาลงในช่องทางออนไลน์ (OTT – Over the Top)”

“นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐของไทยโดย คณะกรรมการภาพยนตร์และวิดิทัศน์แห่งชาติก็มี “แผนปฏิบัติการส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์และวิดิทัศน์ไทยในสาธารณรัฐประชาชนจีน” ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานการผลิต การตลาดและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชนในการร่วมสร้างภาพยนตร์ระหว่างผู้ประกอบการของไทยและจีน ซึ่งจะได้รับการอนุญาตให้จัดฉายภายในจีนได้โดยไม่ต้องผ่านระบบโควต้าภาพยนตร์ต่างประเทศ” 

“ยังมีการจัดโครงการเดือนแห่งภาพยนตร์ไทยในตลาดจีนทั่วประเทศ และการสนับสนุนให้มีการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ไทย – จีน ในเมืองต่างๆ ของจีน อาทิ นครเซี่ยงไฮ้ กวางโจว คุณหมิง เฉิงตู หนานหนิง ซีอาน เซี่ยเหมิน ฮ่องกง ชิงต่าว ก็นับเป็นแรงขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสามารถไปบุกเบิกตลาดจีนได้ง่ายขึ้น”

“โดยที่ผ่านมา งาน Shanghai Film Festival 2019 ซึ่งจัดขึ้นด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมมือกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการส่งเสริมและช่องทางที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยได้อาศัยเวทีนี้แนะนำภาพยนตร์ของตนเองและเจรจาธุรกิจการค้ากับจีน”

“ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน 9 ราย และสร้างรายได้จากการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนกว่า 2 พันล้านบาท (ข้อมูลจากการสอบถามกระทรวงวัฒนธรรมภายในงาน) ล่าสุดบริษัทไทย T&B Media Global กับบริษัทจีน คือ SMG Pictures & Wingsmedia ได้ร่วมมือสร้าง (co-production) ภาพยนตร์เรื่อง Start It Up แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่สดใสของผู้ประกอบการไทย”

อย่างไรก็ตาม คาถาที่จะนำความสำเร็จมาให้ผู้ประกอบการบันเทิงไทย กับการไปบุกตลาดบันเทิงในประเทศจีน ดร.เจษฎาพัญ ย้ำว่า

“ถึงแม้ตลาดภาพยนตร์จีนจะมีขนาดใหญ่ ดึงดูดทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศเข้ามาแข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด ทว่า การเข้ามาในตลาดจีนก็มีความท้าทายให้ผู้ประกอบการไทยต้องศึกษา ปรับตัว และพัฒนาอยู่ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวของเทคโนโลยีที่มีส่วนให้รูปแบบของการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป”

“โดยผู้ประกอบการไทยสามารถนำจุดแข็งที่สำคัญคือการมีนักแสดงเป็นที่ชื่นชอบ คุณภาพการผลิตเป็นที่ยอมรับในราคาที่เหมาะสม การมีเนื้อหาภาพยนตร์ที่หลากหลายมาใช้ เนื่องจากผู้ชมชาวจีนให้ความสำคัญกับเนื้อหาของภาพยนตร์เป็นหลัก ดังนั้น การตีโจทย์ตลาดที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการให้แตก (market demand driven) จะทำให้ผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จในตลาดจีนได้ไม่ยากเลย”


ที่มา : บทความเรื่อง “ลู่ทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในตลาดจีน : โอกาสที่เป็นจริง” เขียนโดย ดร.เจษฎาพัญ ทองศรีนุช นักพัฒนาระบบราชการปฏิบัติการ และศูนย์ BIC/นครเซี่ยงไฮ้ (5 สิงหาคม 2562)


ไม่ตกทุกเทรนด์ อุตสาหกรรมไทย-จีน อ่านเพิ่มเติมในเรื่องต่อไปเลย

ดู ‘จีน’ ยกระดับสร้างความเจริญก้าวหน้า แล้วย้อนดู ‘ไทย’ กับสิ่งที่ต้องร่วมกันเคลื่อนฝ่าไป!

ชี้ช่องนักธุรกิจไทย บุกวงการ ‘อีคอมเมิร์ซจีน’ ด้วยกลยุทธ์ Digital Marketing 4.0 ฉบับอัปเดต

เขตเศรษฐกิจพิเศษ ‘ติละวา-เจ้าผิวก์’ เมียนมา..ไม่เหมือนเดิม! โอกาสของไทยในการเชื่อมสู่จีนและอินเดีย