Immanuel Wallerstein การวิเคราะห์ระบบโลกและวิสัยทัศน์ของผู้คนในชาติ

170

เพิ่งทราบจากเพื่อนๆ ที่เคยเรียนหนังสือด้วยกันว่า อิมมานูเอล วอลเลอร์สเตน (Immanuel Wallerstein) ล่วงลับไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่สื่อบ้านเรานั้นไม่ได้ให้ความสำคัญใดๆ จึงทำให้ไม่ได้เห็นเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวของเขา


ถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมาก หากไม่ทบทวนผลงานของเขาที่สามารถเตือนความจำเกี่ยวกับ การเป็นผู้นำและผู้ที่สนใจด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิวัฒนธรรม โดยเขาได้เขียนหนังสือ The Modern World-System 5 เล่ม เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบโลก ซึ่งเป็นคู่มือให้แก่นักปกครองและนักรบ ทั้งการทหาร การค้า การทูต ใช้เป็นแนวทางศึกษา กำหนดตำแหน่งและบทบาทของประเทศตนเองในระบบโลก

วิสัยทัศน์ของผู้คนในชาติ

อย่างที่ อีเลียนอร์ รูสเวลล์ (Eleanor Roosevelt) เคยพูดว่า

“ผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดมากมักถกเถียงเรื่องแนวคิด
ส่วนผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดน้อยมักถกเถียงเรื่องของผู้คน”

น่าจะเป็นความจริง เพราะวอลเลอร์สเตนได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า

ทำไมประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือประเทศต่างๆ กลายเป็นผู้นำของระบบโลกแค่ครั้งเดียว?

คำถามต่อไป

ประเทศที่เคยเป็นผู้นำหรือมหาอำนาจควรทำเช่นไร เพื่อที่จะไปต่อ หรือไม่ อย่างไร?

หากพิจารณา “ศตวรรษ 16 ที่ยาวนาน” คำตอบของวอลเลอร์สเตนคือ การประดิษฐ์หลักของลัทธิทุนนิยม ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของสงครามครูเสด คือ การควบคุมพื้นที่โดยวิธีทางอ้อมซึ่งเป็นวิธีการทางเศรษฐกิจเป็นหลัก และในปัจจุบันก็นำมาใช้อย่างกว้างขวางในฐานะเครื่องมือทางการทูตด้านเศรษฐกิจ

ตัวอย่าง ชาวเวเนเชียน (เมืองเวนิส) ไม่ต้องการครอบครองดินแดนขนาดใหญ่แบบอาณาจักรโรมัน หากสามารถที่จะจัดการการเงินก็สามารถครอบครองทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ และมันก็เพียงพอที่จะจัดการครองความเป็นเจ้าของจุดซื้อขายหลัก (ภาษาปัจจุบันคือ ฮับทางการค้า)

ชาวอิตาเลียน ยังคิดวิธีการใช้หนี้ภาครัฐเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยพวกเขาได้พัฒนาธนาคารแรก เป็นระบบบัญชีที่ใช้ตัวเลข “อารบิก” นี่ก็เป็นผลงานของชาวอิตาเลียนที่กลายเป็นมาตรฐานทางการเงินในยุโรปและตะวันออกกลางมานานแล้ว

ชาวดัตช์ แม้มีพื้นที่ขนาดเล็กแต่เอาชนะสเปนที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมที่มีขนาดใหญ่ และในบางครั้งก็ได้ตำแหน่งเป็นมหาอำนาจในระบบทุนนิยมของศตวรรษที่ 17 โดยใช้กลยุทธ์เดียวกัน กล่าวคือ ชาวดัตซ์นำเอาระบบการสำรองเงินมาใช้ในกองทัพ และไม่แปลกที่อังกฤษนำความคิดนี้มาใช้อย่างกว้างขวางในระดับประเทศ จึงไม่มีเหตุบังเอิญที่เงินปอนด์ของอังกฤษยังคงเป็นสกุลเงินหลักของโลกจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2

ส่วน สหรัฐอเมริกา สามารถปลดระบบการเงินออกจากมาตรฐานทองคำ พร้อมกับการรับรองอธิปไตยให้ประเทศต่างๆ ทำให้ดอลลาร์ยังคงมีบทบาทในสกุลเงินโลก

เงินดอลลาร์ในตอนนี้ มีบทบาทสำคัญที่สุดในการชำระเงินระหว่างประเทศและยังเป็นสกุลของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในโลก

แม้อเมริกาเห็นความเปลี่ยนแปลงในด้านการเป็นผู้นำของประเทศต่างๆ ในโลก จากนวัตกรรมที่ประเทศเหล่านั้นนำมาใช้ก่อน และสร้างการแข่งขันแบบผูกขาดกันในรูปแบบใหม่


ข้อสรุปสำหรับบางชาติในเอเชียและประเทศไทย

เราไม่ได้เป็นรัฐอย่างมหาอำนาจในกลุ่มข้างต้น และในระดับภูมิภาคนั้น ผู้นำทางเศรษฐกิจคือ สิงคโปร์ ซึ่งคิดนวัตกรรม เป็นชาติการค้า และครอบครองความเป็นเจ้าหลายทศวรรษ

ในขณะที่ เวียดนาม หลังยุคโลกาภิวัตน์ก็เข้าสู่ช่วงสงครามการค้า พยายามเร่งตนเองให้เป็นชาติการค้าแข่งกับสิงคโปร์ แต่เป็นแค่ระยะเวลาชั่วคราวคือ ผุดโรงงาน โกดัง ท่าเรือเพื่อการส่งออก

ส่วน อินเดีย พยายามที่เป็นชาติการค้าและมหาอำนาจในภูมิภาค โดยสร้างเส้นทางการค้าใหม่ขึ้นแทนจีนและสหรัฐ

หากผู้คนในชาติถกเถียงกันเรื่องการแข่งขันการประดิษฐ์ความคิดไปสู่การค้นพบนวัตกรรม ซึ่งในระดับประเทศยังเกิดขึ้นน้อย อย่างการสร้างระบบการเงินที่เป็นอิสระจากเงินดอลลาร์ในช่วงสงครามการค้า หรือวิธีเพิ่มรายได้จากงบประมาณที่มี จะช่วยทำให้ระบบหนี้สาธารณะมีเสถียรภาพทั้งหมด นั่นคือโจทย์ของรัฐไทยในปัจจุบัน

มรดกทางความคิดของนักสังคมวิทยาชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ วอลเลอร์สเตน ผู้ล่วงลับไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมนั้น เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของ ระบบทุนนิยมโลก กับ ความเป็นมหาอำนาจของชาติ ซึ่งเป็นงานหลักของเขาในยุคสุดท้าย และหากยังอยู่จะได้เห็นระบบโลกใหม่ของทุนนิยมที่กลายเป็น ทุนนิยมอธิปไตย ของชาติในปัจจุบัน…ซึ่งแตกต่างจากโลกใหม่แบบสังคมนิยมที่เขาเคยเห็น


 

 

เรื่อง : รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย