10 ปี Vooks ต้นแบบ หนังสือ Hybrid

299

สัญญาณ Disruption วงการสื่อสิ่งพิมพ์ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดแค่ปีสองปีมานี้นะครับ

เพราะเค้าลางหายนะเริ่มปรากฏอย่างน้อยก็เกือบ 15 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อราว 10 ปีก่อน มีความพยายามต่างๆ นานา จากคนในแวดวงสิ่งพิมพ์ระดับโลก ที่จับมือร่วมกันหาทางออกให้กับขาลงของอุตสาหกรรมนี้


ในฐานะที่อยู่ในวงการสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะแวดวงสิ่งพิมพ์มากว่า 20 ปี อยู่ร่วมเหตุการณ์สำคัญในยุคต่างๆ ของธุรกิจสื่อมาโดยตลอด ผมจำได้แม่นเลยว่า Glitz & Glam คือนิตยสารเล่มแรกๆ ที่พยายามหาทางออกให้กับยอดขายที่ลดลงของอุตสาหกรรมนิตยสาร

ตอนนั้น Glitz & Glam ประกาศตัว เป็นนิตยสาร Interactive เล่มแรกของโลก มีความพิเศษที่แตกต่างจากนิตยสารเล่มอื่นตรงที่ Glitz & Glam เสมือนเป็นนิตยสารกับทีวีในสื่อเดียวกัน

นอกจากการตีพิมพ์เนื้อหาและวางแผงจำหน่ายในรูปแบบเดียวกับนิตยสารทั่วไปแล้ว Glitz & Glam ยังอาศัยอุปกรณ์ Hi-tech มาใช้เพื่อช่วยสร้างอรรถรสในการอ่าน นั่นก็คือ CD-Rom และปากกา Glitz นั่นเองครับ

เพียงแค่ใส่แผ่น CD-Rom และเชื่อมต่อปากกา Glitz กับเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยสาย USB เมื่อเราเปิดหน้านิตยสาร หรือคอลัมน์ต่างๆ แล้วเอาปากกา Glitz ลากไปตามสัญลักษณ์ที่ตีพิมพ์แทรกเอาไว้ในแต่ละหน้า

ปากกา Glitz ก็จะสั่งหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เปิดภาพ 3 มิติ หรือภาพเคลื่อนไหว (Video) เช่น เปิดหน้าทำอาหาร ผู้อ่านจะได้รับชม ได้ฟังคำแนะนำ และขั้นตอนวิธีการทำอาหาร โดยสามารถจัดเตรียมวัตถุดิบ (กับข้าว) และประกอบอาหารตามไปได้ ถ้าทำไม่ทันก็สามารถกดปุ่ม Pause เพื่อหยุด Video ได้

รูปแบบของนิตยสาร Glitz & Glam นี้ เรียกว่า Vooks ครับ

Vooks มาจากการผสมพันธุ์กันระหว่างคำว่า Video หรือหนัง กับคำว่า Books หรือหนังสือ

ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2009 โดย Bradley Inman นักธุรกิจสื่อชาวสหรัฐอเมริกา นับถึงวันนี้ก็ 10 ปี พอดีครับ 

ช่วงที่นิตยสาร Glitz & Glam ออกวางจำหน่ายใหม่ๆ ตรงกับช่วงที่ผมเคยทำงานเป็นกองบรรณาธิการนิตยสาร Discazine พอดี

ตอนนั้น นิตยสาร Discazine มีชื่อเสียงพอสมควร โดยเฉพาะในวงการดนตรีบ้านเรา เพราะจะมีการแถมแผ่น CD และแผ่น VCD มิวสิกวิดีโอผลงานเพลงของศิลปิน รวมถึงบทสัมภาษณ์เป็น Video Clip

ทั้ง Glitz & Glam และ Discazine เป็นการทำนิตยสารที่มีต้นทุนสูงมาก เพราะไหนจะต้องใช้เงินผลิตนิตยสารเหมือนกับเจ้าอื่นๆ ในท้องตลาดแล้ว ยังต้องใช้เงินผลิต Video ขึ้นมาอีก โดยเฉพาะ Discazine ยังมีลักษณะเหมือนค่ายเพลง คือมีการทำอัลบั้มแถมให้ผู้อ่านได้ฟังเดือนละ 1 ชุด

ในช่วงไล่ๆ กัน การเกิดขึ้นของนิตยสาร a day, happening, DDT ก็มีการแถมแผ่น CD เพลง และ bioscope ก็มีการแถม DVD หนังสั้น

ทั้งหมด รวมเรียกว่า Vooks ครับ

อย่างที่เกริ่นนำไปข้างต้นนั่นแหละครับ ว่า Vooks คือการผสมคำระหว่าง Video + Books โดยปัจจุบันก็ดำเนินเดินหน้าไปถึงขั้นการประกาศเป็นสื่อกลางในการรวบรวมต้นฉบับงานเขียนหรือซื้อลิขสิทธิ์หนังสือชื่อดัง มาผลิตเป็นสื่อวิดีโอสอดแทรกการอ่านในรูปแบบ Vooks ในยุคที่หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Book (ย่อมาจาก Electronics Book) กำลังเฟื่องฟูอยู่ในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ ดูเหมือน Vookssจะมุ่ง Content ไปยังหนังสือเด็กมากกว่าในยุคแรกเมื่อ 10 ปีก่อนที่มี Content อื่นให้เลือกอ่านมากกว่า อย่างไรก็ดี Model ธุรกิจแบบนี้ก็ยังถือว่าน่าจับตามองสำหรับการดึงดูดใจเด็กๆ Generation ใหม่ ให้หันมาสนใจอ่านหนังสือกันมากขึ้น

เพราะนอกจากจะสามารถอ่าน Text เหมือนหนังสือทั่วๆ ไปได้แล้ว ยังมีลูกล่อลูกชนสุดแสนจะแพรวพราว เช่น สามารถคลิกเข้าไปฟังความในใจระหว่างบรรทัดสนทนาของตัวละครในนวนิยายเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏใน Text หรือตัวอักษรในหนังสือก็ย่อมได้ หรือสามารถคลิกเข้าไปดูเรื่องราวในอดีตของตัวละครว่าผ่านอะไรมาบ้างก็ย่อมได้เช่นกัน

vooks

ปัจจุบัน นอกจากนิทานสำหรับเด็กแล้ว Vooks ยังมีหนังสือสอนทำอาหาร แนะแนวทางการออกกำลังกาย กระทั่ง How to ทางธุรกิจต่างๆ ก็มีให้เลือก

ในส่วนของวรรณกรรม ก็มีวรรณกรรมคลาสสิกของโลกที่ได้รับการแปลงร่างให้มาเป็น Vooks อยู่หลายเล่ม อาทิ The Sherlock Holmes Experience, Promises, Embassy, The 39 Clues, Skeleton Creek, The Amanda Project

สนนราคาสำหรับ Vooks นั้น เรื่องหนึ่งจะอยู่ที่ 3-7 ดอลลาร์เท่านั้นเองนะครับผม


สนใจเกี่ยวกับเทรนด์การอ่าน

อีบุ๊ก (E-Book) โอกาสและความท้าทายที่ยังเปิดกว้างสำหรับ ‘ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไทย’

ทำไม ‘ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์จีน’ ถึงโตไม่หยุด สวนกระแสโลก ค้านความเชื่อ ธุรกิจสิ่งพิมพ์กำลังจะตาย