ดันภารกิจ เร่งปั๊มบุคลากรไมซ์มืออาชีพ ขานรับ ธุรกิจไมซ์ MICE ภาคตะวันออก บูม

294

จากสถิติล่าสุด ธุรกิจไมซ์ MICE หรือธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยในแต่ละปีกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้เข้าประเทศในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเภทนี้ได้กระจายครอบคลุมไปยังแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั้งหลายของไทย หนึ่งในนั้น คือ จังหวัดในภาคตะวันออก ที่มีจุดเด่นหลายด้าน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ภูเขา ทะเล น้ำตก งดงาม และยังมีชัยภูมิไม่ไกลจากกรุงเทพฯและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้ผู้มาเยือนทุกคนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สามารถเดินทางร่วมงานประชุม นิทรศการ หรืออีเวนต์ที่จัดขึ้นได้ไม่ยากเลย

ทว่า ภารกิจเร่งด่วน เพื่อรองรับการเติบโตของ ธุรกิจไมซ์ MICE โดยเฉพาะในภาคตะวันออกที่ต่อไปจะกลายเป็น ฮับ Hub หรือ ศูนย์กลาง ของธุรกิจด้านนี้ คือ การพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานธุรกิจไมซ์ไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตบัณฑิตไมซ์ สร้างคนไมซ์รุ่นใหม่ก้าวสู่ธุรกิจตลอดจนพัฒนายกระดับศักยภาพบุคลากรไมซ์ไทยสู่มืออาชีพระดับสากล รองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจและความต้องการของผู้ประกอบการไมซ์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่กล่าวมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับ 8 สถาบันการศึกษาชั้นนำภาคตะวันออก คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HDC) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี และมหาวิทยาลัยบูรพา จัดตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ (Eastern MICE Academic Cluster) และโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เร่งสร้างบุคลากรไมซ์คุณภาพ รองรับการขยายตัวธุรกิจไมซ์ในพื้นที่อีอีซี

พร้อมกันนี้ยังได้มีการลงนามความร่วมมือ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในโอกาสนี้ด้วย

(คนที่สองจากซ้าย) นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, (คนกลาง) ดร.อภิชาต ทองอยู่, (คนที่สองจากขวา) รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก

เปิดเส้นทางการพัฒนา บุคลากรไมซ์มืออาชีพ ในภาคการศึกษาไทย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้อัปเดตถึงภารกิจด้านการพัฒนาหลักสูตรเพื่อผลิตกำลังคน MICE คุณภาพที่ทางทีเส็บได้มีบทบาทว่า

“ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ นำหลักสูตรไมซ์มาบรรจุในการเรียนการสอนจำนวนทั้งสิ้นถึง 121  แห่ง และเปิดสาขาวิชาไมซ์แล้วกว่า 22 สถาบันทั่วประเทศ โดยสามารถผลิตนักศึกษาไมซ์จากสถาบันการศึกษาทั้งในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาทั่วประเทศแล้วเฉลี่ยปีละกว่า 20,000 คน”

“ด้วยเหตุนี้ การลงนามความร่วมมือโครงการจัดตั้ง ‘ศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ในภาคตะวันออก (Eastern MICE Academic Cluster)’ ระหว่างทีเส็บกับสถาบันการศึกษาทั้ง 8 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา (มก. ศรีราชา)  มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (มรร.) มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (มรพ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี (มจพ. ปราจีนบุรี) วิทยาลัยดุสิตธานี ศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา (วดธพ.) วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา (วอศ.) และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ (วทส.)”

ทั้งนี้ คุณจิรุตถ์ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการก่อตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ภูมิภาคที่ 5 จากที่ทำมาแล้ว 4 แห่ง คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ดวยวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การร่วมกันพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรไมซ์ โดยร่วมมือกับภาคการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออกรองรับการขยายตัวของธุรกิจไมซ์ในภูมิภาคทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพมาตรฐาน

และความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะทำกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ตะวันออกแล้ว ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวต่อไปว่านี่เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญในการพัฒนาบุคลากรไมซ์ในภาคตะวันออก ภายใต้โครงการ “พัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างทีเส็บกับ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HDC) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และมหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางคณะทำงานด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกแบบครบวงจร

ตั้งแต่การริเริ่มวางแผนงาน เตรียมความพร้อมวางรากฐานการสร้างบุคลากรไมซ์ การพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ การกระจายองค์ความรู้และรายได้ รวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรม สร้างงาน สร้างมาตรฐาน และสร้างรายได้ เพื่อตอบสนองการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

โดย คุณจิรุตถ์ ได้ยกตัวอย่างโครงการและกิจกรรมจากการลงนามความร่วมมือใน “การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ในภาคตะวันออก (Eastern MICE Academic Cluster)” และ “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” ว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบของ โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ โครงการยกระดับชุมชน พัฒนาสินค้า และเชื่อมผลผลิตสู่ตลาดไมซ์คุณภาพ โครงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเจาะลึกการดึงงาน (Bidding Workshop) โครงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการจัดงานแสดงสินค้า (Exhibition Management Program)

รวมถึง ยังจะมีการจัดโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไมซ์ยุคใหม่สู่สมรรถนะทางปัญญาล้ำหน้าในวงการจัดประชุมให้กับผู้ประกอบการกลุ่ม SME และนิทรรศการ โครงการเพิ่มบุคลากรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอาชีพไมซ์ (Certified) ทั้งระดับนานาชาติและระดับชาติ และโครงการจัดตั้งศูนย์สอบเทียบมาตรฐานวิชาชีพไมซ์ในภูมิภาคตะวันออก เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางความเป็นมืออาชีพคนไมซ์ของประเทศไทยด้วย


ธุรกิจไมซ์ MICE ภาคตะวันออก แหล่งทำเงินของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยังต้องการบุคลากรจำนวนมาก

ด้าน ดร.อภิชาต ทองอยู่ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC-HDC ยืนยันว่า

“ประมาณการความต้องการบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปี 2562-2566 มีความต้องการแรงงานในพื้นที่รวมทั้งสิ้นถึง 475,668 อัตรา โดยความต้องการบุคลากรด้านการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและไมซ์มีจำนวนถึง 16,920 อัตรา หรือคิดเป็น 4% ของความต้องการแรงงานในพื้นที่ทั้งหมด” 

“ดังนั้น การลงนามบันทึกความร่วมมือ โครงการจัดตั้งศูนย์เครือข่ายด้านการศึกษาไมซ์ในภาคตะวันออก และโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไมซ์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จึงนับว่าตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนด้านนี้อย่างตรงเป้า”

มาถึงประเด็นน่าสนใจ ที่ รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ได้กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยบูรพาในด้านการผลิตกำลังคนตอบสนองความต้องการของธุรกิจไมซ์ MICE ว่า

“เนื่องจาก มหาวิทยาลัยบูรพา มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางของ อีอีซี ทำให้ได้รับมอบหมายให้เป็นเหมือนศูนย์กลางด้านการศึกษาในอีอีซี โดยที่ผ่านมาเราดำเนินบทบาทในด้านนี้ ด้วยการเป็นผู้ประสานงาน เพื่อขยายความร่วมมือไปยังสถาบันการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อีอีซี ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ไปจนถึง วิทยาลัยอาชีวะต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อพัฒนาและยกระดับการผลิตกำลังคน โดยเฉพาะเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรายได้ดี ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่อีอีซีด้วย” 

“โดยในตอนนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินทางเพื่อมาท่องเที่ยว ประชุม สัมมนา หรือร่วมอีเวนต์เท่านั้น แต่ตอนนี้ ทางมหาวิทยาลัยบูรพาก็กำลังขยายความร่วมมือพัฒนาด้าน Wellness Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการเดินทางมาเพื่อใช้บริการการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพด้านนี้ด้วย”

ต่อมา ดร.อภิชาต ได้ให้ข้อมูลเรื่อง การปฏิวัติระบบการศึกษาไทย เพื่อผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ของ EEC HDC ในโอกาสนี้ด้วยว่า

“วันนี้ เราได้นำเสนอระบบการศึกษาใหม่ขึ้นมาในการพัฒนาบุคลากร ที่เรียกว่า EEC Model Type A เพื่อหนีจากความล้มเหลวในการจัดการศึกษาที่ผ่านมา โดยให้สถาบันการศึกษาจับคู่กับภาคอุตสาหกรรม สถานประกอบการ และพัฒนาระบบการศึกษาไปด้วย โดยทางภาคอุตสาหกรรมมีหน้าที่ในการให้ทุนหรือจ่ายเงินเพื่อพัฒนาบุคลากรด้วย แล้วนำค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปหักลดหย่อน หรือเคลมภาษีได้ในอัตราที่กำหนด ซึ่งเราคาดหวังว่า ด้วยการปรับเปลี่ยนเป็นระบบการศึกษาในแบบ EEC Model Type A จะให้ผลลัพธ์ คือ ไม่มีเด็กตกงานเลย เพราะเมื่อเด็กเข้าระบบการศึกษานี้แล้ว ทางสถานประกอบการที่เด็กไปฝึกงานหรือเรียนรู้จะต้องสัญญาว่าจะรับเด็กเข้าทำงานทันทีที่เรียนจบ”

EEC HDC

“และในภาคธุรกิจไมซ์ เราก็คาดหวังให้มีการผลิตกำลังคนในรูปแบบนี้ เพื่อให้ได้บุคลากรคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไมซ์อย่างแท้จริง ซึ่งการร่วมมือกันกับทีเส็บในครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นการเติบเต็มมาตรฐาน คุณภาพ ในการจัดทำหลักสูตรด้านธุรกิจไมซ์ได้อย่างตรงจุดเพราะ ทีเส็บ เป็นหน่วยงานที่มี know-how ในด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ เพราะเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรใน 10 S curve หลัก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความกว้างและลึกที่สุดในแง่ของการดึงเอาเศรษฐกิจชุมชนขึ้นมาในระดับสูงให้ได้ ซึ่งนี่เป็นความท้าทายของการดำเนินอุตสาหกรรมด้านนี้อย่างมาก”


พิชิตภารกิจเร่งด่วนในการพัฒนาบุคลากร ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี กันต่อ

จาก ‘STEM สู่ STEAM’ เจาะแผนปั้นมัธยมศึกษาต้นแบบ ความหวังใหม่สร้างเยาวชนคุณภาพป้อนภาคอุตสาหกรรมไทย

‘หลักสูตร Reskill & Upskill’ ความจำเป็นระดับชาติ ตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรคุณภาพภาคอุตสาหกรรม แบบตรงเป้า

นับถอยหลังสู่ เวิร์คช็อป ไทย-ออสเตรีย ยกระดับการพัฒนาบุคลากร ป้อนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายไปอีกขั้น