ปฏิปักษ์ทางการเมือง กับ ระบบราชการที่อ่อนล้า สองส่วนที่ฉุดรั้ง “ความก้าวหน้าใหม่”

213

วันนี้…หากได้พิจารณาสภาพความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ที่พยายามยกระดับประเทศสู่ความก้าวหน้าใหม่ในด้านสังคม – เศรษฐกิจโดยรวม จะพบสภาพน่ากังวลหลายประการ


นอกเหนือจากผลกระทบที่เป็นปัญหาสั่งสมมา ทำให้ประเทศตีบตันไร้ความก้าวหน้ามานับทศวรรษ สภาพที่ประเทศกำลังเผชิญกับสงครามการค้ายุคใหม่ของ จีน-อเมริกา และความตกต่ำของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนการปรับเปลี่ยนของเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพล (มากด้วยการทำลายล้างและโอกาสใหม่ในขณะเดียวกัน) ดูเหมือนว่า มีเพียงการรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการปรับตัวอย่างรวดเร็วเท่านั้น ที่จะช่วยให้เข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ได้

นอกนั้นก็เป็นได้แค่กลุ่มเศรษฐกิจที่ถูกความเปลี่ยนแปลงไล่ล่าไปเรื่อยๆ จนต้องล้มหายตายจากอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนได้อีก!

หากพิจารณาถึงบ้านเมืองไทยวันนี้ จะพบความพยายามที่จะใช้กลไกทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีหมุดหมายเป็นความก้าวหน้าใหม่ซึ่งกำลังเร่งสร้างกันอยู่ เรียกว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เดินหน้าเต็มสูบ เพราะเป็นหลักหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ซึ่งจะดึงประเทศให้หลุดพ้นจากความล้าหลังตีบตันในกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้ แต่ความเคลื่อนไหวของโครงการ EEC กำลังเผชิญปัญหากับอุปสรรคจาก 2 กลุ่มด้วยกันคือ “การเมืองที่เป็นปฏิปักษ์กับความก้าวหน้าของประเทศ” กับ “การตอบสนองของระบบราชการที่อ่อนด้อยล้าหลัง” ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง!

โยโกฮาม่า อีอีซี ประเทศไทย ระบบราชการ

ถ้าย้อนทบทวนพิจารณาให้กระจ่างชัด ถึงนัยสำคัญของโครงการ EEC จะพบว่า ความเคลื่อนไหวของ EEC นั้นเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่มุ่งสร้างความก้าวหน้าใหม่ให้กับประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี การพัฒนาคน และการศึกษายุคใหม่ ให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในทุกวัน (ยังไม่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงข้างหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างทรงพลังในยุคที่ AI กำลังจะผงาดขึ้นครองโลกในอนาคตอันใกล้นี้!) และหากพิจารณาด้านลึกจะพบว่า

การปรับสร้างประเทศจากการพัฒนา EEC ไม่ใช่แค่การปรับฐานเศรษฐกิจของประเทศโดดๆ แต่ EEC มีนัยสำคัญในการปรับตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศ จากจุดตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เยี่ยมยอดในการเชื่อมโลก ในการเป็นประเทศศูนย์กลางของอาเซียน และการที่มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเปิดกว้าง – ไม่เป็นศัตรูกับใคร รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับมิตรประเทศเป็นกลุ่ม CLMVT ในฐานะกลุ่มซึ่งใกล้ชิดกันในมิติทางวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และวิถีชีวิตโดยรวม การปรับตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมต่อทางการค้า เศรษฐกิจ – สังคม เทคโนโลยี และการลงทุนกับโลกได้อย่างมีพลัง โดยมี EEC เป็นกลไกสำคัญในยุคการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้!

ขณะเดียวกัน EEC ก็เป็นกลไกการปรับภูมิเศรษฐกิจให้สอดรับกับเทคโนโลยี การค้า – การลงทุน ความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลกยุคศตวรรษที่ 21 ภายใต้ความร่วมมือในการค้า – การลงทุนกับญี่ปุ่น จีน โลกตะวันตก และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน

การปรับตัวเชื่อมโลกแวดล้อมยุคใหม่นี้ ช่วยสร้างการลงทุนชุดใหม่ที่ยกระดับเศรษฐกิจซึ่งมาพร้อมกับฐานความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความเคลื่อนไหวของภูมิเศรษฐกิจที่ผลักดันให้เราเข้าถึงความก้าวหน้ายุคใหม่ เชื่อมโยงถึงโอกาสใหม่ๆ ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าใหม่ในระบบโลก ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ต่อเนื่อง รวมทั้งยังช่วยปรับฐานทรัพยากรมนุษย์และการศึกษา ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไปพร้อมกันด้วย!

EEC Project

โดยนัยนี้ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จึงเป็นหัวใจสำคัญที่มีภารกิจในการ “ยกระดับประเทศ” ซึ่งปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ EEC ประสบความสำเร็จ คือ

หนึ่ง การดึงเอาการลงทุนจากต่างประเทศที่มีความก้าวหน้าใหม่ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งผลการดำเนินงาน ณ ตอนนี้ มีการยื่นขอการลงทุนในประเทศไทยในระดับที่คาดหวังผลบวกได้ เพราะมีการยื่นขอการลงทุนเข้ามาถึงกว่า 7 แสนล้านแล้ว!

สอง สิ่งที่เป็นหัวใจของ EEC ซึ่งต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างการลงทุนให้เป็นจริงตามมาคือ การปรับสาธารณูปโภคพื้นฐานตามแผนที่วางไว้ ได้แก่ 1) รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อเชื่อมต่อไปทั่วประเทศ 2) ท่าเรือ 3 ท่าเรือ คือ มาบตาพุด แหลมฉบัง และจุกเสม็ด เพื่อรองรับการเติบโตและสร้างความพอเพียงในระบบโลจิสติกส์ทางทะเล ที่มีความสำคัญในการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งการขนส่งสินค้าในโลกกว่า 70% ต้องใช้ระบบนี้ 3) การปรับสร้างระบบรางคู่เพื่อขนส่งสินค้าในเขตอุตสาหกรรมต่างๆ และการขยายเส้นทางถนน ซึ่งเป็นการปรับสาธารณูปโภคพื้นฐานในท้องถิ่นตามแผนที่วางไว้ และที่สำคัญคือ 4) การพัฒนาบุคลากร ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก

ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้โครงการ EEC ผลิดอกออกผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ผสานให้ประเทศเชื่อมกับโลกด้วยการปรับตัวทั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่อยู่ในกระแสความเปลี่ยนแปลงที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง!

น่าเสียดายที่กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม มองการพัฒนา – ความก้าวหน้าที่สำคัญของประเทศในแบบปฏิปักษ์ และต้องการล้มล้างอย่างไร้เหตุผล! แถมการดำเนินโครงการนี้ยังต้องเผชิญ ความล้าหลังของระบบราชการ ที่มองไม่เห็นความสร้างสรรค์ เห็นแต่ระบบระเบียบที่คร่ำครึอ่อนล้า! ไม่เห็นวิธีการ (solution) ที่เป็นทางออกเพื่อดำเนินงานให้บรรลุสัมฤทธิผลตามเป้าหมาย

อุปสรรคจาก 2 กลุ่มนี้ คือเงื่อนปมหลักที่ทำลายโอกาสความก้าวหน้าของประเทศ และอนาคตที่จำเป็นอย่างยิ่งของคนประเทศ หน้าที่ของทั้งสองกลุ่มนี้ จึงต้องพิจารณาทบทวนความเคลื่อนไหวใหม่ให้ดี…ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!


 

 

เรื่อง : Apichartology