อัปเดตวิธีรับมือ ‘ภัยฝุ่น PM2.5’ คัมแบ็ค วัฏจักรวิกฤตคุณภาพอากาศ ที่คนไทยต้องเจอทุกปี

71

ผ่านมาไม่ถึงปี คนกรุงและอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย ก็ต้องเผชิญกับ ‘ภัยฝุ่น PM2.5’ ที่คัมแบ็คมาอีกแล้ว โดยเมื่อรอบที่แล้วทุกภาคส่วน ทั้งวงการแพทย์และสาธารณสุข ไปจนถึง ภาคการศึกษาวิจัย ต่างพยายามคิดค้นนวัตกรรมหลากหลายเพื่อมาต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 นี้

มาในวันนี้ วงการแพทย์และสาธารณสุข ได้ออกมาอัปเดตข้อเท็จจริงล่าสุดของ ‘ภัยฝุ่น PM2.5’ ครั้งนี้ ที่บ่งชี้ได้ว่าคุณภาพอากาศไม่ดี เป็นวงรอบที่คนไทยจะต้องเจอทุกปี ด้วยเหตุนี้ การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล รวมถึง นวัตกรรมสู้ฝุ่น PM2.5 ย่อมเป็นทางออกสำคัญที่จะพาทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย


แพทย์ชี้วิธีรับมือกับ ‘ภัยฝุ่น PM2.5’ วงรอบวิกฤตคุณภาพอากาศ ที่คนไทยจะต้องเจอทุกปี

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึง ‘ภัยฝุ่น PM2.5’ ที่คัมแบ็คกลับมาอีกครั้งในตอนนี้ โดยอ้างอิงรายงานข่าวที่ว่า ด้วยคุณภาพอากาศประเทศไทยในช่วงนี้ ที่ตรวจพบปริมาณ ฝุ่น PM2.5 ในระดับอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ทำให้ กรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกว่าวิกฤตนี้เกิดจาก

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล

“ด้วยปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันในช่วงนี้ ทำให้ความกดอากาศต่ำ คุณภาพอากาศจึงแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และคาดว่า ภัยจากฝุ่น PM2.5 จะรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ จากข้อมูลดัชนีอากาศย้อนหลัง 3 ปี ที่ผ่านมา พบว่าปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นสอดคล้องกัน และพบว่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงอากาศหนาว และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้จะพุ่งขึ้นสูงสุดช่วงเดือน ก.พ. และต่ำสุดช่วงเดือน มิ.ย.ซึ่งเป็นฤดูฝน”

นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่ามลพิษที่เกิดขึ้นไม่ใช่ควันที่ลอยมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นมลพิษที่เกิดจากกิจวัตรประจำวันของคนเมืองที่สะสมตลอดปี เป็นปริมาณมลพิษในอากาศที่เห็นได้ชัดเมื่อมีมวลอากาศเย็นมากดและจำกัดพื้นที่ที่มลพิษจะลอยอยู่ได้ให้น้อยลง สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถควบคุมแหล่งการผลิตมลพิษเหล่านี้ได้ และประชาชนยังตระหนักเรื่องนี้ไม่มากเท่าที่ควร ยืนยันได้จากการที่ประชาชนยังใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 ไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม การที่ประชาชนต้องอยู่ในสภาพอากาศที่เช่นนี้ทุกปี ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ออกประกาศ ขอให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมมือกันเตรียมรับมือสถานการณ์นี้ ดังนี้

  • ประชาชนควรมีความรู้ถึงพิษภัยของมลพิษในอากาศ ว่ามีผลต่อร่างกายทุกระบบ ที่คุกคามทุกคนโดยเฉพาะเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง
  • ประชาชนควรปรับกิจกรรมประจำวันรู้จักใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้องเหมาะสมตามคุณภาพอากาศ ทั้งหน้ากากอนามัยธรรมดา 2 แผ่นซ้อนกัน หน้ากาก N-95 ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือแผ่นกรองอากาศ
  • ภาครัฐควรใช้กฎหมายเคร่งครัด ทั้งการควบคุมปริมาณและคุณภาพยานพาหนะ การจำกัดกระบวนการก่อสร้าง ลดกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม และควบคุมการ เผาในที่โล่งแจ้ง
  • ท้องถิ่นควรจัดหาสถานที่สาธารณะในแต่ละชุมชนให้เพียงพอ เพื่อเป็นที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มเสี่ยงเมื่อระดับคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตรายหรือวิกฤต โดยต้องมีการติดตั้งระบบปรับและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพในสถานที่นั้นด้วย

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ ในระยะเฉียบพลัน จะพบการระคายเคืองตา ระบบหายใจ แต่ในระยะยาวยังต้องรอข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันอีกครั้ง แต่เบื้องต้นข้อมูลจากจีนและอเมริกา พบระดับ PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น เป็นอัตราเร่งให้ผู้ป่วยที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เป็นเร็วขึ้น แต่ข้อมูลนี้เป็นการเก็บต่อเนื่องมานานถึง 15 ปีและมีการวิจัยในพื้นที่จริง แต่ไทยยังต้องรอข้อมูลทางระบาดวิทยาก่อน


อัปเดต 5 นวัตกรรมช่วยป้องกัน & แก้ไขปัญหาฝุ่น อย่างได้ผล

อีกทางออกหนึ่ง นอกจากการรู้เท่าทันวิธีในการดูแลสุขภาพตนเอง ที่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในระดับ ชุมชน สังคม และประเทศชาติแล้ว ทางฝากฝั่งของการคิดค้นนวัตกรรมช่วยป้องกัน & แก้ไขปัญหาฝุ่น ระดับโลก ก็มีความสำคัญในการมาช่วยนำเสนอวิธีการปัญหาฝุ่นอย่างได้ผล โดย NIA สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ดังนี้

  • AURASSURE INFRA : เครื่องตรวจสอบมลพิษทางอากาศ

นวัตกรรมนี้ทำงานด้วยระบบเซนเซอร์ ที่แม่นยำในการตรวจสอบคุณภาพอากาศ ที่มาพร้อมกับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบาและสามารถติดตั้งได้ทุกที่ทั่วเมือง โดยประสิทธิภาพของมัน ไม่เพียงแค่ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง แต่ยังสามารถตรวจวัดก๊าซต่างๆ และสามารถติดตามผลผ่านแอปพลิเคชันเพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศในแต่ละวันได้อีกด้วย

SMOG FREE TOWER : หอคอยปลอดควัน

เป็นนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตอนนี้ โดยมีขนาดสูง 7 เมตรเทียบได้กับตึกที่เกือบถึงสี่ชั้น ซึ่งจากการทดสอบ พบว่าตัวเครื่องสามารถจับฝุ่นละออง PM10 ได้มากถึงร้อยละ 70 และ PM2.5 ได้ถึงร้อยละ 25

AIR-PURIFYING BILLBOARD : เครื่องฟอกอากาศบนป้ายโฆษณาขนาดยักษ์

ผลงานจากมหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ในเมืองลิมา ประเทศเปรู ที่ได้ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้กับป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ โดยตัวป้ายสามารถฟอกอากาศได้มากถึง 3.5 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือเทียบเท่ากับต้นไม้จำนวนกว่า 1,200 ต้น

AIR TRICORDER : เครื่องวัดค่าฝุ่นผ่านระบบเซนเซอร์ AQI

เครื่องวัดค่าฝุ่นผ่านระบบเซนเซอร์ AQI ที่สามารถวัดค่าฝุ่น PM2.5 ในแบบพกพา สามารถใช้วัดค่าฝุ่นพิษได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก พกพาสะดวก ใช้งานง่าย และยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เพียงแค่เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่สำรองเท่านั้น

PHOTOSYNTHESIS BIKE : จักรยานที่ช่วยลดปริมาณฝุ่น

ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหนถ้าเราได้ออกกำลังกายและยังได้ช่วยลดปริมาณฝุ่นไปพร้อมๆกัน โดยจักรยานอัจฉริยะช่วยลดปริมาณฝุ่นนี้จะเลียนแบบการสังเคราะห์แสงของพืช โดยการกรองคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านอุปกรณ์ระหว่างช่องแฮนด์จักรยาน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ฝังอยู่ในเฟรมจักรยานจะปล่อยออกซิเจนออกมา ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ไอเดีย แต่ถ้าหากกลายเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้ก็คงจะดีไม่น้อยทีเดียว


ที่มา :


อัปเดต นวัตกรรมรับมือหลากปัญหา กันต่อ

ปฏิวัติวงการเวชศาสตร์ป้องกัน เปิดตัว “นวัตกรรมฟาสต์แทร็ก” ลดเวลาพัฒนาวัคซีนไข้มาลาเรียจาก 30 ปี เหลือ 10 ปี

เด็กคนไหนผันวรรณยุกต์เพี้ยน ชวนมา ‘เรียนรู้อักษรสามหมู่’ ผ่าน Mobile App จาก ม.ราชภัฏยะลา

รีวิว 4 นวัตกรรมสำหรับคุณแม่มือใหม่ ตอบโจทย์ ‘ซูเปอร์มัมยุคดิจิทัล’ ฉบับอัปเดต 2019