ศรีลังกา ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย กับลู่ทางสดใส เปิดกว้างรอนักธุรกิจไทยไปลงทุน

39

นอกจากจะเป็นเมืองพุทธ เหมือนประเทศไทยแล้ว ศรีลังกา ยังมีศักยภาพอันโดดเด่น ที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ซึ่งเป็นที่มาของการได้รับการขนานนามให้เป็น ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย ที่เต็มไปด้วยโอกาสการลงทุน ทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพในการเป็นเมืองท่าสำคัญอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย


ชี้ ศักยภาพและลู่ทางการลงทุนที่สดใส รอนักลงทุนไทย อยู่ที่ ศรีลังกา

จากบทความในคอลัมน์แตกประเด็นของ อรมน ทรัพย์ทวีธรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ ชี้ชัดถึงศักยภาพในฐานะ ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย ของประเทศศรีลังกา ไว้ชัดเจนในหลายประเด็น ดังนี้

Colombo Port City Ariel view
  • ชัยภูมิที่ตั้งที่อยู่บนเส้นทางเดินเรือหลักของโลก

ประเทศศรีลังกา มีท่าเรือสำคัญ คือ ท่าเรือโคลัมโบ ซึ่งจากการจัดอันดับของสภาการขนส่งทางเรือโลก (World Shipping Council) ในปี 2561 พบว่ามีปริมาณการขนส่งมากที่สุดเป็นอันดับ 24 ของโลก และกำลังได้รับการยกระดับให้เป็นเมืองท่าที่ทันสมัย รองรับการทำธุรกรรมและขนส่งจากทั่วโลก ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ จากนโยบายสายแถบและเส้นทางของจีน (Belt and Road Initiative) ด้วย

Sigiriya Rock, Sri Lanka
blue sapphire
  • แหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติอันอุดม

ศรีลังกาเป็นแหล่งพลอยสีน้ำเงิน หรือ blue sapphire ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อีกทั้งยังมีวัตถุดิบการเกษตรที่สำคัญ อาทิ มะพร้าว ชา มีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการประมงและการท่องเที่ยว โดยมีเมืองชายทะเลที่สำคัญ อาทิ กอลล์ ฮิกคาดูวา และบัตติคาโลอา

The Kandy Esala procession In Kandy, Sri Lanka. This historical procession is held annually to pay homage to the Sacred Tooth Relic of Lord Buddha
  • ร่ำรวยมรดกทางวัฒนธรรม

ศรีลังกาได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยมรดกโลก อาทิ ราชธานีแห่งแรกและแห่งที่สองอย่าง อนุราธปุระ และโปโลนนารุวะ (ยุคทองแห่งศิลปะลังกา) รวมทั้งวัดถ้ำดัมบุลลา ซึ่งสะท้อนอารยรธรรมโบราณ ตั้งแต่ยุคพุทธศักราชที่ 1 มีมรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา คือ พระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ และต้นศรีมหาโพธิ์ กรุงโคลัมโบ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดียนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศทั่วโลกให้มายลความงามทางประวัติศาสตร์ที่นี่ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่นี่มีลู่ทางและอนาคตที่สดใสไม่น้อย

Panoramic view of the ship yard and dock of the Port Of Colombo, Sri Lanka.
  • นโยบาย กฎระเบียบ และสิทธิประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนที่น่าสนใจ

ศรีลังกาได้ประกาศ “วิสัยทัศน์ 2568 (Vision 2025)” มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก รวมถึงเพิ่มมูลค่าการส่งออกเป็น 2 เท่า หรือ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากเดิม 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560) เพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเป็น 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (จากเดิม 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560) และให้สิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน อาทิ การยกเว้นภาษี 3-15 ปี การยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ และการจัดตั้ง single window สำหรับนักลงทุน ด้วย

Aerial view of Colombo, Sri Lanka modern buildings with coastal promenade area.
  • เปิดกว้างให้ทุกความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา ประเทศศรีลังกาเปิดกว้างสำหรับการหารือความร่วมมือต่างๆ อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร ประมง อัญมณีและเครื่องประดับ การท่องเที่ยว วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม การเงิน อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น โดยล่าสุด ศรีลังกาประกาศว่าจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเจรจา FTA รอบที่ 3 โดยในเบื้องต้น 2 ฝ่าย ได้ตั้งเป้าจะหาข้อสรุปการเจรจาภายในปี 2563


อัปเดต ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและลู่ทางการลงทุน ไทย-ศรีลังกา

ล่าสุด ศรีลังกาได้พัฒนาจุดแข็ง เพื่อดึงดูดการลงทุนทุกระดับจากต่างประเทศ เช่น การได้รับสิทธิพิเศษด้านการนำเข้า-ส่งออก ประเภท GSP Plus จากสหภาพยุโรปด้วย

จากศักยภาพของศรีลังกา ทำให้หลายประเทศสนใจจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับศรีลังกาแล้ว เช่น อินเดีย และสิงคโปร์ และบางประเทศอยู่ระหว่างเจรจา FTA กับศรีลังกา เช่น จีน ไทย เป็นต้น

ในส่วนของไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้ร่วมกับประธานาธิบดีศรีลังกา ประกาศเปิดการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ศรีลังกา (SLTFTA) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นการจัดทำ FTA ที่ครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมามีการประชุมเจรจา FTA ไปแล้ว 2 รอบ โดยสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ อาทิ

  • การค้าสินค้า เน้นเจรจาเพื่อลด/ยกเลิกภาษีสินค้าส่วนใหญ่ระหว่างกัน
  • การค้าและการบริการ เจรจาเปิดตลาดการค้าบริการในสาขาต่าง ๆ ระหว่างกัน
  • การลงทุน เจรจาเรื่องการเปิดเสรี การส่งเสริม การอำนวยความสะดวก และการคุ้มครองการลงทุน

ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม-กรกฎาคม) ของปี 2562 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับศรีลังกาอยู่ที่ 244.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปศรีลังกา 198.76 เหรียญสหรัฐ ในสินค้า เช่น ผ้าผืน ปลาแห้ง น้ำตาลทราย ชิ้นส่วนยานยนต์ และยางพารา เป็นต้น และเป็นการนำเข้าจากศรีลังกามาไทย 45.87 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสินค้า เช่น อัญมณี เสื้อผ้าสำเร็จรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรไฟฟ้า และสัตว์น้ำแช่เย็นและแช่แข็ง เป็นต้น

ดังนั้น ต่อจากนี้ไป คาดว่าการจัดทำ FTA ไทย-ศรีลังกา จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศขยายตัว โดยสินค้าไทยที่มีโอกาสสดใสในการไปทำตลาดและส่งออกไปยังศรีลังกา เช่น ยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า โลหะ น้ำตาล และพลาสติก เป็นต้น

ขณะที่อุตสาหกรรมที่ไทยอาจพิจารณาเข้าไปลงทุนในศรีลังกา เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหาร สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ การก่อสร้าง การประมง และการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง (โรงแรม ร้านอาหาร สปา) เป็นต้น

ได้ทราบข้อมูลอัปเดตแบบนี้แล้ว น่าจะทำให้ทุกคนมอง ศรีลังกา ในมุมมองที่เปลี่ยนไป อย่างน้อยก็ดูน่าจะเป็นมิตรกับนักลงทุนไทย ที่จะไปแสวงหาโอกาสและลู่ทางลงทุนยัง ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย แห่งนี้


ที่มา : รายงานข่าว เรื่อง “ศรีลังกา “ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย” โอกาสทางการค้า FTA ไทย-ศรีลังกา จากคอลัมน์แตกประเด็นโดย อรมน ทรัพย์ทวีธรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 September 2019


ศึกษา เรียนรู้ โอกาสการลงทุน และ Success case จากประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

เจาะอาณาจักร Gojek จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 20 คน สู่ Decacorn ธุรกิจแสนล้านบาท!

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้ ถ้าอยากดัน อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ให้เฉิดฉายบนพรมแดงจีน

ทำอย่างไร? ถ้าไทยสูญเสียความสามารถด้านการแข่งขันให้เวียดนาม