‘ศรีลังกา’ ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย กับลู่ทางสดใสที่เปิดกว้างรอนักธุรกิจไทยไปลงทุน

182

นอกจากจะเป็นเมืองพุทธ เหมือนประเทศไทยแล้ว ‘ศรีลังก’ ยังมีศักยภาพอันโดดเด่นที่ใครหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ซึ่งเป็นที่มาของการได้รับการขนานนามให้เป็น ‘ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย’ ที่เต็มไปด้วยโอกาสการลงทุน ทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพในการเป็นเมืองท่าสำคัญอันดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย


ชี้ศักยภาพและลู่ทางการลงทุนที่สดใส รอนักลงทุนไทยอยู่ที่ ศรีลังกา

จากบทความในคอลัมน์แตกประเด็นของ อรมน ทรัพย์ทวีธรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ ชี้ชัดถึงศักยภาพในฐานะ ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดียของประเทศศรีลังกา ไว้ชัดเจนในหลายประเด็น ดังนี้

Colombo Port City Ariel view
  • ชัยภูมิที่ตั้งที่อยู่บนเส้นทางเดินเรือหลักของโลก

ประเทศศรีลังกามีท่าเรือสำคัญ คือ ท่าเรือโคลัมโบ ซึ่งจากการจัดอันดับของสภาการขนส่งทางเรือโลก (World Shipping Council) ในปี 2561 พบว่ามีปริมาณการขนส่งมากที่สุดเป็นอันดับ 24 ของโลก และกำลังได้รับการยกระดับให้เป็นเมืองท่าที่ทันสมัย รองรับการทำธุรกรรมและขนส่งจากทั่วโลก ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ จากนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน (Belt and Road Initiative) ด้วย

Sigiriya Rock, Sri Lanka
blue sapphire
  • แหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติอันอุดม

ศรีลังกาเป็นแหล่งพลอยสีน้ำเงิน หรือ blue sapphire ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อีกทั้งยังมีวัตถุดิบการเกษตรที่สำคัญ อาทิ มะพร้าว ชา มีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการประมงและการท่องเที่ยว โดยมีเมืองชายทะเลที่สำคัญ อาทิ กอลล์ ฮิกคาดูวา บัตติคาโลอา

The Kandy Esala procession In Kandy, Sri Lanka. This historical procession is held annually to pay homage to the Sacred Tooth Relic of Lord Buddha
  • ร่ำรวยมรดกทางวัฒนธรรม

ศรีลังกาได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยมรดกโลก อาทิ ราชธานีแห่งแรกและแห่งที่สองอย่าง อนุราธปุระ และโปโลนนารุวะ (ยุคทองแห่งศิลปะลังกา) รวมทั้งวัดถ้ำดัมบุลลา ซึ่งสะท้อนอารยธรรมโบราณตั้งแต่ยุคพุทธศักราชที่ 1 มีมรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา คือ พระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ และต้นศรีมหาโพธิ์ กรุงโคลัมโบ

จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดียนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศทั่วโลกให้มายลความงามทางประวัติศาสตร์ที่นี่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่นี่จึงมีลู่ทางและอนาคตที่สดใสไม่น้อย

Panoramic view of the ship yard and dock of the Port Of Colombo, Sri Lanka.
  • นโยบาย กฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนที่น่าสนใจ

ศรีลังกาประกาศ “วิสัยทัศน์ 2568 (Vision 2025)” มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก รวมถึงเพิ่มมูลค่าการส่งออกเป็น 2 เท่า หรือ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (จากเดิม 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560) โดยเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเป็น 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (จากเดิม 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560) และให้สิทธิประโยชน์และอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน อาทิ การยกเว้นภาษี 3-15 ปี การยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบ และการจัดตั้ง single window สำหรับนักลงทุนด้วย

Aerial view of Colombo, Sri Lanka modern buildings with coastal promenade area.
  • เปิดกว้างให้ทุกความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา ประเทศศรีลังกาเปิดกว้างสำหรับการหารือความร่วมมือต่างๆ อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร ประมง อัญมณีและเครื่องประดับ การท่องเที่ยว วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม การเงิน อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยล่าสุด ศรีลังกาประกาศว่าจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเจรจา FTA รอบที่ 3 โดยในเบื้องต้น ตั้งเป้าจะหาข้อสรุปการเจรจาภายในปี 2563


อัปเดตความร่วมมือทางเศรษฐกิจและลู่ทางการลงทุน ไทย-ศรีลังกา

ล่าสุด ศรีลังกาได้พัฒนาจุดแข็งเพื่อดึงดูดการลงทุนทุกระดับจากต่างประเทศ เช่น การได้รับสิทธิพิเศษด้านการนำเข้า – ส่งออก ประเภท GSP Plus จากสหภาพยุโรป

ศักยภาพของศรีลังกาทำให้หลายประเทศสนใจจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับศรีลังกา เช่น อินเดีย สิงคโปร์ และบางประเทศอยู่ระหว่างเจรจา FTA เช่น จีน ไทย

ในส่วนของไทยนายกรัฐมนตรีไทยได้ร่วมกับประธานาธิบดีศรีลังกา ประกาศเปิดการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ไทย-ศรีลังกา (SLTFTA) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ซึ่งเป็นการจัดทำ FTA ที่ครอบคลุมทั้งการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมามีการประชุมเจรจา FTA ไปแล้ว 2 รอบ โดยสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ อาทิ

  • การค้าสินค้า เน้นเจรจาเพื่อลด/ยกเลิกภาษีสินค้าส่วนใหญ่ระหว่างกัน
  • การค้าและการบริการ เจรจาเปิดตลาดการค้าบริการในสาขาต่างๆ ระหว่างกัน
  • การลงทุน เจรจาเรื่องการเปิดเสรี การส่งเสริม การอำนวยความสะดวก และการคุ้มครองการลงทุน

ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม – กรกฎาคม) ของปี 2562 มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับศรีลังกาอยู่ที่ 244.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปศรีลังกา 198.76 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น ผ้า ปลาแห้ง น้ำตาลทราย ชิ้นส่วนยานยนต์ ยางพารา ส่วนการนำเข้าสินค้าจากศรีลังกามาไทยอยู่ที่ 45.87 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น อัญมณี เสื้อผ้าสำเร็จรูป พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เครื่องจักรไฟฟ้า สัตว์น้ำแช่เย็นและแช่แข็ง

ดังนั้น ต่อจากนี้ไปคาดว่าการจัดทำ FTA ไทย – ศรีลังกา จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศขยายตัว โดยสินค้าไทยที่มีโอกาสไปทำตลาดและส่งออกไปยังศรีลังกามากหน่อย เช่น ยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า โลหะ น้ำตาล พลาสติก ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆ ในไทยอาจกำลังพิจารณาเข้าไปลงทุนในศรีลังกา เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหาร สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ การก่อสร้าง การประมง และการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง (โรงแรม ร้านอาหาร สปา)

ได้ทราบข้อมูลอัปเดตแบบนี้แล้ว น่าจะทำให้ทุกคนมอง ศรีลังกา ในมุมที่เปลี่ยนไป อย่างน้อยก็ดูน่าจะเป็นมิตรกับนักลงทุนไทยที่จะไปแสวงหาโอกาสและลู่ทางลงทุนในประเทศที่เป็นไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง ศรีลังกา “ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย” โอกาสทางการค้า FTA ไทย-ศรีลังกา จากคอลัมน์แตกประเด็นโดย อรมน ทรัพย์ทวีธรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 21 September 2019


ศึกษา เรียนรู้ โอกาสการลงทุน และ Success case จากประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

เจาะอาณาจักร Gojek จากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 20 คน สู่ Decacorn ธุรกิจแสนล้านบาท!

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้ ถ้าอยากดัน อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ให้เฉิดฉายบนพรมแดงจีน

ทำอย่างไร? ถ้าไทยสูญเสียความสามารถด้านการแข่งขันให้เวียดนาม