ไต้หวัน…จากดินแดนยากจนสู่จ้าวแห่งเทคโนโลยี

222

ไต้หวัน หรือ ไถวาน (Taiwan) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐจีน ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย มีอุตสาหกรรมล้ำหน้า และมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 19 ของโลก อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญมากในเศรษฐกิจโลก เป็นเหตุให้ไต้หวันได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ดัชนีการพัฒนามนุษย์ในไต้หวันยังได้รับการจัดอยู่ในอันดับสูง

ไต้หวันประกอบด้วยเกาะใหญ่ 5 แห่ง คือ จินเหมินไต้หวันเผิงหูหมาจู่, และอูชิว รวมถึงเกาะเล็กเกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง เรียกรวมกันว่าพื้นที่ไต้หวัน เมืองหลวงคือ กรุงไทเป ปัจจุบันมีการสร้างเขตปกครองไทเปใหม่ เป็นเขตซึ่งประชากรหนาแน่นที่สุดในเวลานี้

ไต้หวันเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 เป็นดินแดนประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรค ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เศรษฐกิจไต้หวันงอกงามอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว


แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย

ไต้หวันถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยและสามารถหาซื้อสินค้าที่มีราคาถูกได้ ทั้งยังมีค่าเงินใกล้เคียงกับไทยคือ 1 NT = 1.1 บาท การเดินทางเข้าไต้หวันไม่ต้องขอวีซ่า มีเครื่องบินที่บินตรงถึงจุดหมาย มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งชอปปิ้ง ตึกไทเป 101 ที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดในโลก ก่อนจะถูกตึกดูไบแย่งแชมป์ไป การคมนาคมทันสมัย ในขณะเดียวกันก็ยังคงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไว้อย่างแนบแน่น ที่สำคัญคือ เราสามารถสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ได้ภายใน 1 วัน ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถือว่าไม่แพงมากนัก เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ แห่ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยศักยภาพของเมืองที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่แต่จำนวนประชากรไม่มากนักทำให้บรรยากาศในไต้หวันไม่พลุกพล่าน ประกอบกับอาคารหลายแห่งใช้โทนสีเบสเก่าๆ และป้ายร้านค้าที่นิยมใช้โทนสีดำแดง ทำให้บรรยากาศรวมดูทึมๆ ไม่คึกคัก แต่ก็ฉาบไปด้วยสีสันแห่งเอกลักษณ์และความสบายใจ


จุดเปลี่ยนของไต้หวัน

ในอดีตไต้หวันถือเป็นหนึ่งในดินแดนที่มีความยากจน เป็นแหล่งอาศัยของชนพื้นเมืองและมีชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอาศัยร่วมด้วย จนกระทั่งชาววิลันดาและสเปนเดินทางเข้ามาในยุคสำรวจเมื่อศตวรรษที่ 17 และมาตั้งบ้านเรือนจนกลายเป็นนิคมใหญ่โต ต่อมาในปี 1662 ราชวงศ์หมิงในแผ่นดินใหญ่ถูกราชวงศ์ชิงล้มอำนาจ เจิ้ง เฉิงกง ขุนศึกหมิงรวมกำลังหนีมาถึงเกาะไต้หวันและเข้ารุกไล่ฝรั่งออกไปได้ ตั้งราชอาณาจักรตงหนิงขึ้นบนเกาะ แต่ในปี 1683 ราชวงศ์ชิงปราบปรามอาณาจักรตงหนิงและเข้าครอบครองไต้หวันเป็นผลสำเร็จ ไต้หวันจึงกลายเป็นมณฑลหนึ่งของจีน

ต่อมาเกิดความบาดหมางระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เป็นเหตุให้ญี่ปุ่นได้ไต้หวันไปในปี 1895 ก่อนเสียไต้หวันคืนให้แก่จีนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีน พรรคก๊กมินตั๋งได้เป็นใหญ่ แต่ไม่นานก็เสียทีให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน พรรคก๊กมินตั๋งจึงหนีมายังเกาะไต้หวันและสถาปนา ‘สาธารณรัฐจีน’ ขึ้นบนเกาะไต้หวันแยกต่างหาก ส่วนฝ่ายคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะได้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่ โดยจีนยังคงถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน และไต้หวันเองก็ยังมิได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นเอกราชมาจนบัดนี้


จ้าวแห่งเทคโนโลยี

ย้อนหลังกลับไปเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษ เกาะไต้หวันยังเป็นดินแดนยากจน ประชากรมีรายได้ต่อหัวเพียง 2,000 บาท/คน/เดือน แต่ปัจจุบันประชากรชาวไต้หวัน 23 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยกว่า 20,000 บาท/คน/เดือน มากกว่าในอดีตถึง 10 เท่าตัว

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อรัฐบาลไต้หวันต้องการปรับระบบอุตสาหกรรมจากการรับจ้างผลิต มาสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงด้วยการจัดตั้งสถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม” Industrial Technology Research Institute (ITRI) พัฒนาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต คิดค้นเทคโนโลยีการผลิตชิปของตัวเอง ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ในปี 1987 ผลิตชิปให้กับบริษัทระดับโลก เช่น Apple และอีกกว่า 400 บริษัททั่วโลก ใช้งบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาสูงถึง 3.3% ของ GDP ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าประเทศไทยถึง 4 เท่า


ต้นแบบพลังงานทางเลือก

ปี 2000 ขณะที่ทุกประเทศยังเพลิดเพลินกับการใช้พลังงานฟอสซิล ไต้หวันเริ่มคิดค้นพลังงานรูปแบบใหม่ เช่น แบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะต้องการสร้างนวัตกรรมแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการสร้างโรงงานระบบปิดที่ใช้ออโตเมชันบริหารจัดการ ปราศจากสารปนเปื้อนไหลออกจากโรงงาน จนได้รับการยอมรับจากชุมชนว่าอยู่ร่วมกับโรงงานได้อย่างยั่งยืน ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเธียมได้รับความนิยมในไต้หวันทั้งในรถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และขยายเข้าไปในโรงงานอุตสาหกรรม อาคารประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ที่ต้องการอุตสาหกรรมสะอาดและมีคุณภาพ


ชูนวัตกรรมพัฒนาเมืองยุคใหม่

ไต้หวันเน้นการใช้นวัตกรรมเข้ามาบริหารจัดการเมืองยุคใหม่ พัฒนาเมืองจากภาคเกษตรกรรมเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สามารถผลิตสินค้าระดับโลกมากมาย และปัจจุบัน ก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค มีระบบจัดเก็บค่าทางด่วนโดยไม่ต้องใช้ไม้กั้น รถยนต์สามารถวิ่งผ่านให้เซ็นเซอร์ตรวจจับที่ตัวรถโดยไม่ต้องจ่ายเงินสดหรือสแกนบัตร การพัฒนาเศรษฐกิจจนทำให้ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวของประชากรเท่าเทียมกันเกือบทุกพื้นที่ ระบบสายไฟฟ้าที่ถูกนำลงใต้ดินเกือบ 100% การจัดพื้นที่ว่างเป็นสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้เพื่อซับมลพิษ รวมถึงการสนับสนุนให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์หันมาใช้ระบบไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้ไต้หวันกลายเป็นสมาร์ทซิตี้ที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก