จีน ฝ่ากระแสเศรษฐกิจดิ่ง ด้วยบทบาทใหม่น่าจับตา “ผู้นำ เกษตรกรรมสมัยใหม่” ระดับโลก

770

แม้หลายสำนักจะฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงไตรมาสหลังนี้จะตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากสาเหตุหลักคือ สงครามการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐ ที่ยังคงคุกรุ่น ทว่า ในด้านของการพัฒนาประเทศ จีนก็ยังคงไม่หยุดเดินหน้าทุกมิติตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ และหนึ่งในหมุดหมายที่ จีน ต้องการจะก้าวไปอยู่ในฐานะผู้นำในระดับโลกให้ได้ นั่นคือ การพัฒนา ‘เกษตรกรรมสมัยใหม่’ เพราะที่ผ่านมา ทางรัฐบาลจีนมุ่งมั่นกับการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ หรือ Modern Agriculture มากทีเดียว

มาดูบทความวิเคราะห์เรื่อง “The Rise of China…จีนกับบทบาทที่น่าจับตาในการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่” ที่เขียนโดย โชติกา ชุ่มมี จากเว็บไซต์ Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC (เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 สิงหาคม 2019) ก็ทำให้เราได้ทราบถึงความตั้งใจและโมเดลในการพัฒนา เกษตรกรรมสมัยใหม่ เพื่อส่งให้ชาติจีนก้าวสู่การเป็นผู้นำภาคการผลิต ตลอดจนผู้นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยในเชิงลึกมากขึ้น


รู้ที่มาที่ไป ทำไมจีนจึงจริงจังกับการพัฒนา เกษตรกรรมสมัยใหม่ ขนาดนี้?

ผู้เขียนเล่าให้ฟังถึงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ที่นำมาสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศจีนอย่างรอบด้านก่อนว่า

“นาทีนี้ต้องยอมรับว่า จีน คือประเทศมหาอำนาจที่น่าจับตามองมากที่สุด ทั้งในฐานะผู้บริโภคและผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก อีกทั้งยังมีบทบาทเชิงรุกที่เชื่อมโยงกับโลกในหลากหลายมิติ ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ตามนโยบาย ‘Go Global’ หรือ ยุทธศาสตร์จีนบุกโลก”

“ที่รวมไปถึงการสร้างพันธมิตรเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการค้าและแผ่ขยายอิทธิพลไปยังภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ ระบบขนส่งคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจพลังงาน ภาคการผลิต หรือแม้แต่ในภาคเกษตรกรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดหรือแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศนั้นๆ”

“โมเดลที่กล่าวมานี้สอดรับกับ China’s Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งเป็น Roadmap สำคัญที่นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจจีนเข้ากับเศรษฐกิจโลกผ่านการพัฒนาโครงข่ายเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาต่อยอดมาจากทฤษฎีเส้นทางสายไหม (Silk Road Concept) ในช่วงศตวรรษที่ 19 นั่นเอง”

และยิ่งถ้าโฟกัสไปที่ภาคเกษตรกรรม ผู้เขียนบทความนี้ระบุว่า ในปัจจุบัน จีนคือหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาในเรื่องการเกษตรสมัยใหม่ หรือ Modern Agriculture อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง Indoor Farming ที่มีความรุดหน้ามากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

โดยที่ผ่านมา ได้มีการก่อสร้างโรงงานปลูกพืชขนาดใหญ่ในหลากหลายพื้นที่ ทั้งภายในประเทศจีนเองและในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในอภิมหาโปรเจกต์ของจีนที่น่าจับตามองคือ การใช้ Greenhouse Technologies เพื่อพลิกฟื้นพื้นที่ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศแห้งแล้งอย่างทะเลทรายของอียิปต์ให้กลายเป็น “พื้นที่สีเขียว” ที่สามารถทำประโยชน์ในเชิงเกษตรกรรมได้

โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากความร่วมมือภายใต้โครงการด้านการเกษตรระหว่างรัฐบาลจีนและอียิปต์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 โดยใช้เม็ดเงินลงทุนที่สูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบราว 13,000 ล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาให้ภาคเกษตรกรรมของอียิปต์ก้าวไปสู่การเกษตรยุคใหม่ โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นตัวขับเคลื่อน โดยเฉพาะทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงไคโร ที่เป็นแหล่งปลูกพืชผักและผลไม้สดนานาชนิด ซึ่งวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมดรวมทั้งช่างเทคนิคที่เกี่ยวข้องล้วนส่งตรงมาจากประเทศจีนทั้งสิ้น


นวัตกรรมและเทคโนโลยี กุญแจสำคัญไขสู่ความสำเร็จ ผู้นำเกษตรกรรมสมัยใหม่

กุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ที่ผู้เขียนให้ข้อมูลไว้คือ ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ทันสมัยด้านการเกษตรเพื่อเอาชนะธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งนี่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ หรือ New paradigm shift ที่จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาสู่ภาคเกษตรกรรมสมัยใหม่ได้สำเร็จ

โดยบริบทของเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ที่จีนเลือกใช้เพื่อเปลี่ยนการเพาะปลูกแบบ Outdoor Farming หรือ “การทำเกษตรกลางแจ้ง” ซึ่งเป็นการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมมาสู่ Indoor Farming หรือ “การทำเกษตรในร่ม” คือ การใช้เทคโนโลยีเรือนกระจกสำหรับเพาะปลูกพืชผักและผลไม้กลางทะเลทรายที่กล่าวถึงไปแล้ว

และด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้นี่เอง ช่วยให้มนุษย์สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมและตัวแปรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณแสงแดด ปริมาณและคุณภาพน้ำ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชแต่ละชนิดภายใต้ระบบปิดในเรือนกระจก ซึ่งตัวแปรเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นตัวควบคุมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อพื้นที่เพาะปลูกให้สูงที่สุด

ปรากฏการณ์นี้ นอกจากจะเป็นการพลิกโฉมภาคเกษตรกรรมของอียิปต์แล้ว ยังทำให้ประเทศที่เต็มไปด้วยท้องทะเลทรายซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Net Food Importer มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และมีความมั่นคงทางด้านอาหารมากขึ้นอีกด้วย

อียิปต์ เริ่มปรับเปลี่ยนบทบาทจากประเทศผู้นำเข้ามาเป็นประเทศผู้ส่งออกผลผลิตทางการเกษตรส่วนที่เหลือจากความต้องการบริโภคภายในประเทศ ไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ แตงกวา พริกไทย รวมถึงถั่วหลากชนิด ซึ่งปัจจุบัน ปริมาณสินค้าที่ส่งออกคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดที่ผลิตได้ภายใน Glasshouse ที่สร้างขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น โครงการดังกล่าวยังช่วยสร้างงานให้กับคนในพื้นที่กว่า 6,000 ตำแหน่ง และนอกเหนือไปจากโรงเรือนจำนวน 600 หลัง ที่ก่อสร้างเสร็จไปแล้วในเมือง 10th of Ramadan ยังมีเรือนกระจกอีก 2,350 แห่ง ที่หมู่บ้าน Abu Sultan ในจังหวัด Ismailia ของอียิปต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างบนพื้นที่กว่า 24,000 ไร่ กลางทะเลทราย

สรุปแล้วการก่อสร้างโรงเรือนกระจกในทั้ง 2 พื้นที่ดังกล่าวจะช่วยสร้างงานให้กับชาวอียิปต์ได้มากถึงราว 30,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว

ด้วยสัมฤทธิผลจากกระแสการลงทุนของนักลงทุนจีนในรูปแบบที่อาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่นี่เอง ทางการจีนจึงเดินหน้าสนับสนุนอย่างเต็มที่ และต่อไป จะนำโมเดลนี้ไปใช้ในประเทศซึ่งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเปลี่ยนพื้นดินที่ไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้อย่างทะเลทรายให้กลายเป็นแหล่งผลิตอาหารในอนาคตอันใกล้


ส่องการพัฒนาของจีน แล้วย้อนมองภาคเกษตรกรรมไทย ควรเดินหน้าไปทิศทางไหนดี

“แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองของภาคเกษตรกรรมในโลกแห่งอนาคต และกำลังมีส่วนสั่นคลอนบทบาทของไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญของโลก”

คุณโชติกา ผู้เขียนบทความ จั่วประเด็นต่อมาไว้อย่างน่าสนใจ หลังจากอัปเดตให้ฟังถึงความก้าวหน้าในเกษตรกรรมสมัยใหม่ของจีน

ที่วิเคราะห์สถานการณ์ไปในทิศทางนี้ก็เพราะโมเดลการเติบโตของธุรกิจการเกษตรในอนาคต กำลังถูกขับเคลื่อนโดยอาศัยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวนำร่อง ไม่ใช่จากความโชคดีของทำเลที่ตั้งของประเทศและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ แบบในน้ำมีปลาในนามีข้าวอีกต่อไป ดังนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัยและนำมาปรับใช้อย่างเหมาะสมจึงเป็นทั้งทางเลือกและทางรอดที่ไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น นอกเหนือไปจากการทำการเกษตรภายในสิ่งปลูกสร้างอย่าง Indoor Farming หรือ Vertical Farming เพื่อควบคุมสภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลผลิตทางการเกษตรที่มีราคาสูงแล้ว ไทยยังควรให้ความสำคัญกับ การเกษตรแบบแม่นยำสูง (Precision Agriculture) ที่เน้นประสิทธิภาพของผลผลิต โดยนำเอาเทคโนโลยีและระบบเซ็นเซอร์เข้ามาช่วยในกระบวนการเพาะปลูก

การเกษตรแบบแม่นยำสูง ต้องดูแลตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การตรวจวัดสภาพดิน ความชื้น แร่ธาตุ ความเป็นกรดเป็นด่าง รวมไปถึงระบบสั่งการและควบคุมการให้น้ำให้ปุ๋ยแบบอัตโนมัติ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (yield) รวมถึงการปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อพัฒนาคุณภาพและรสชาติของผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาถึงโอกาสทางธุรกิจในการเชื่อมโยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มของจีนเพื่อแก้เกมและรองรับกับความท้าทายที่มากขึ้น จากการที่จีนจะกลายมาเป็นคู่แข่งด้านสินค้าเกษตรกับไทย หรือแม้แต่การแสวงหาตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอาหารใหม่ๆ เพื่อขยายฐานผู้บริโภคและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดส่งออกเดิมๆ

“ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐและผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้ามและต้องเตรียมรับมือไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย และขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาสินค้าเกษตรเชิงนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจที่สอดรับกับยุทธศาสตร์การเติบโตแบบ Value-Based Economy ของรัฐบาล”  ผู้เขียนบทความสรุปไว้ในตอนท้าย


บทความวิเคราะห์เรื่อง “The Rise of China … จีนกับบทบาทที่น่าจับตาในการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่” เขียนโดย โชติกา ชุ่มมี จากเว็บไซต์ Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC (เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 15 สิงหาคม 2019)


จับตา ชาติมหาอำนาจจากซีกโลกตะวันออก จีน กับการพัฒนาประเทศหลากมุมที่ก้าวหน้ากว่าที่คิด

ดู ‘จีน’ ยกระดับสร้างความเจริญก้าวหน้า แล้วย้อนดู ‘ไทย’ กับสิ่งที่ต้องร่วมกันเคลื่อนฝ่าไป!

มองลอดแว่น กะเทาะ 6 แก่น ความเจริญและศิวิไลซ์ในจีน

วิเคราะห์หาสาเหตุ การศึกษา “จีน” แซงหน้า “อเมริกา” ได้อย่างไร