สาลิกาคาบข่าว Vol.282/62

163

สกพอ. ชงผังเมืองใหม่อีอีซีเข้าครม. ชูความสมดุล อนุรักษ์ผืนป่าเกษตรชั้นดี

สมาร์ทซิตี้ อีอีซี

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นผังเมืองที่ดีมาก ทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน และรองรับการขยายตัวของอีอีซีในระยะเวลา 20 ปี ซึ่งจะเป็นการพัฒนาที่สมดุลทั้งเขตตัวเมือง อุตสาหกรรม และพื้นที่การเกษตร สำหรับผังดังกล่าวมีการปรับปรุงจากผังเมืองเดิมเพียง 8% โดยยังคงพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรชั้นดีไว้ตามเดิม และใน 8% ที่มีการปรับปรุงแบ่งเป็นเขตบัฟเฟอร์โซนหรือพื้นที่กันไว้ริมฝั่งแม่น้ำ พื้นที่สีเขียวประมาณ 3% เป็นการปรับพื้นที่ชนบทไปเป็นพื้นที่เมือง 3% และพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพียง 2% ทำให้การพัฒนาพื้นที่อีอีซีมีความสมดุล โดยอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะที่ข้อมูลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระบุว่าในขณะนี้มีนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการขอตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่กับกนอ.รวมทั้งสิ้น 18 แห่ง มีพื้นที่รวม 35,788 ไร่ เป็นนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดฉะเชิงเทรา 8 โครงการ จังหวัดชลบุรี 6 โครงการ และจังหวัดระยอง 4 โครงการ หลังจากแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินอีอีซีมีผลบังคับใช้ ก็จะปลดล็อกให้ภาคเอกชนขอเข้ามาตั้งนิคมอุตสาหกรรมได้

ศุภชัยซิวประธานสภาดิจิทัลฯคนแรก ลุยไทยแลนด์ 4.0 เต็มรูปแบบ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ // th.wikipedia.org

คณะกรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ชุดที่ 1 จำนวน 36 คน จาก 6 กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งด้านฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบด้านอุปกรณ์อัจฉริยะ ด้านซอฟต์แวร์ ด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ด้านบริการดิจิทัล และด้านบริการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการสื่อสารในระบบดิจิทัล ได้จัดประชุมครั้งที่ 1 ประจำปี 2562 เสนอชื่อและแต่งตั้งนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพีและประธานกรรมการบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดำรงตำแหน่งประธานสภาดิจิทัลฯคนแรก มีหน้าที่ทำงานร่วมกับภาครัฐบาล ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลให้เกิดการประยุกต์ใช้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยบทบาทหนึ่งของสภาดิจิทัลฯคือทำให้เกิดนโยบายที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ พัฒนาและผลิตบุคลากรด้านดิจิทัล เป็นตัวกลางให้ความคิดคู่ขนานกับรัฐบาล สถาบันวิชาการ ประชาชน ผลักดันนโยบายสร้างบุคลากรไปกระจายไว้ตามภาคส่วนต่างๆ มองตลาดออกว่าอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลต้องการทรัพยากรบุคคลด้านนี้เท่าใด การลงทุนด้านคนจะช่วยทำให้เกิดซัพพลายเชนและมูลค่าเพิ่มอย่างไรได้บ้าง และระหว่างการปฏิบัตินี้หากทำแล้วมีปัญหา ความเป็นสภาดิจิทัลฯก็จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเสนอทางออก นำไปสู่เป้าหมายคือยกระดับปฏิบัติการณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชิม ช้อป ใช้” 12 วันเงินสะพัด 4.2 พันล้าน กรุงเทพฯแชมป์ 536 ล้านบาท

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลการลงทะเบียนรับสิทธิมาตรการชิมช้อปใช้” 12 วันแรกมีผู้ใช้สิทธิจำนวน 4,535,561 ราย ยอดการใช้จ่ายรวม 4,296 ล้านบาท เป็นการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 1 ประมาณ 4,254 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อปซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ 2,416 ล้านบาท ร้านชิมหรือร้านอาหารและเครื่องดื่มมียอดใช้จ่าย 583 ล้านบาท และร้านใช้เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ มียอดใช้จ่าย 55 ล้านบาท ขณะที่ร้านค้าทั่วไปมียอดใช้จ่าย 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ามีการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขาประมาณ 817 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนลดลงต่อเนื่องจาก 22% ในช่วงเริ่มต้น มาเป็น 19% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่การใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 2 มีผู้ใช้สิทธิแล้ว 15,027 ราย มียอดใช้จ่ายประมาณ 42 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 2,782 บาท เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าภายใน 5 วัน โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป” 27 ล้านบาท ร้านชิม” 9 ล้านบาท และร้านใช้” 6 ล้านบาท จังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ (1) กรุงเทพฯ 536 ล้านบาท (2) ชลบุรี 297 ล้านบาท (3) สมุทรปราการ 184 ล้านบาท (4) ปทุมธานี 135 ล้านบาท (5) พระนครศรีอยุธยา 130 ล้านบาท (6) ระยอง 114 ล้านบาท (7) นครปฐม 108 ล้านบาท (8) ลำพูน 105 ล้านบาท (9) เชียงใหม่ 101 ล้านบาท และ (10) นนทบุรี 101 ล้านบาท

5 ชาติอาเซียนเปิดตัวจับมือจัดบอลโลก 2034 เตรียมทำข้อมูลเทคนิคเสนอฟีฟ่า

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกีฬาอาเซียน ครั้งที่ 5 ณ โรงแรมโซฟิเทล ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนเริ่มการประชุมมีการมอบหมายตำแหน่งประธานอาเซียนจาก ดร. เมียง เล เซ็ง สหภาพเมียนมา เป็นนายวิลเลียม รามิเรส ประเทศฟิลิปปินส์ ตามวาระหมุนเวียน  โดยนายวิลเลียมได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือด้านกีฬาในทุกมิติของอาเซียน หนึ่งในเรื่องสำคัญคือการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2034 ทั้งนี้ได้มีมติเสนอ 5 ประเทศร่วมกันจัดทำข้อมูลทางเทคนิคประกอบการเสนอตัวประกอบด้วย ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยมอบหมายให้ประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตอบรับมติที่ประชุมว่าประเทศไทยมีความยินดีและเห็นชอบตามมติที่ประชุม อย่างไรก็ดีต้องนำผลการประชุมครั้งนี้ไปเสนอให้คณะรัฐมนตรีของไทยทราบและให้ความเห็นชอบตามขั้นตอนอีกครั้งหนึ่ง สำหรับแนวคิดการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตโลกปี 2034 สืบเนื่องมาจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเห็นพ้องร่วมกันตามสมาคมฟุตบอลของบรรดาชาติสมาชิกที่เสนอให้กลุ่มประเทศอาเซียนร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2034 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า และหนึ่งในประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในปีนั้นก็คือจีน

ศักยภาพแข่งขันไทยคะแนนเพิ่ม แต่ติดกับดักคอรัปชั่นทักษะนวัตกรรม

ความคิดทางการเมือง

นายวิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการประกาศดัชนีขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกของสภาเศรษฐกิจโลก (เวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่ม) หรือดับบลิวอีเอฟ ซึ่งวัดความสามารถทางการแข่งขันจาก 141 ประเทศทั่วโลก พบว่าในปีนี้ไทยมีค่าดัชนีความสามารถทางการแข่งขันดีขึ้นจาก 67.5 คะแนนในปี 61 มาเป็น 68.1 คะแนนในปีนี้ แม้คะแนนจะดีขึ้นแต่อันดับของไทยลดลง 2 อันดับมาอยู่ที่ 40 จากปี 61 ที่อยู่อันดับ 38 เนื่องจากมีประเทศอื่นที่ทำคะแนนได้ดีกว่าและขยับแซงหน้าไทย ทำให้อันดับของไทยลดลง ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ตัวชี้วัดทั้งหมดของสภาเศรษฐกิจโลกพบว่าควรเร่งพัฒนาในเรื่องของการลดการทุจริต ปรับปรุงคุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะของคนในประเทศและมีนโยบายที่ช่วยลดช่องว่างในการแข่งขันของตลาดภายในประเทศ เพราะครั้งนี้เป็นดัชนีที่มีค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักมาก รวมทั้งไทยขาดนวัตกรรม ซึ่งถ้าหากไทยสามารถดำเนินการได้จะทำให้ไทยมีอันดับการแข่งขันที่ดีขึ้นได้ โดยต้องเร่งพัฒนาหลายด้านเพื่อให้ทันกับประเทศอื่นๆ ซึ่งสุดท้ายจะนำข้อมูลของดัชนีความสามารถทางการแข่งขันมาพัฒนาประเทศต่อไป

เทรนด์อาหารวีแกนมาแรง แนะผู้ประกอบการพัฒนาสินค้ารองรับ

นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวถึงการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ว่าต้องต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าอาหารให้สอดรับกับเทรนด์อาหารที่จะเน้นอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมทั้งโปรตีนทดแทน (Plant Based Food) เป็นหลัก ตามความนิยมบริโภคเพื่อรักษาสุขภาพลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์ รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างมลพิษในขั้นตอนการผลิต ประกอบกับเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะขาดแคลนเนื้อสัตว์ในอนาคต ซึ่งอาหารวีแกนเป็นอาหารที่มาแรงแซงอาหารทุกประเภทในหมวดเพื่อสุขภาพและได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ผลิตสินค้าชั้นนำระดับโลก อาทิ บริษัท Impossible Foods  Burger King  McDonald’s และ KFC  ที่ได้ออกผลิตภัณฑ์มาเปิดตลาดก่อน ไม่ว่าจะเป็น เบอร์เกอร์เนื้อไร้เนื้อ ไก่ทอดมังสวิรัติ บริษัท Kellogg  Unilever  และ บริษัท Nestlé  กำลังจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ตามมาในเร็วๆนี้รวมทั้งกระแสความนิยมของผู้บริโภคทั่วโลกโดยเฉพาะชาวอเมริกาและยุโรปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้ตลาดอาหารวีแกนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

โอละพ่อ! ยูเอ็นออกอาการบ่จี๊ สภาพคล่องฝืดสุดรอบ 10 ปี

นายอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวยอมรับว่าในเดือนหน้ายูเอ็นอาจไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ นับเป็นวิกฤตด้านสภาพคล่องที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี สืบเนื่องจากประเทศสมาชิกจำนวน 64 ประเทศ จากทั้งหมด 193 ประเทศ ยังไม่ได้จ่ายเงินอุดหนุนรายปี รวมถึงสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศผู้สนับสนุนรายใหญ่ให้กับยูเอ็นด้วย จากรายงานของยูเอ็นพบว่าในปีงบประมาณนี้ยูเอ็นได้รับเงินอุดหนุนจากชาติสมาชิกแล้ว 129 ประเทศ เป็นจำนวนรวม 1,990 ล้านดอลลาร์ จึงยังมียอดค้างชำระรวมอยู่อีก 1,386 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยูเอ็นยังขาดดุลงบประมาณอยู่ราว 230 ล้านดอลลาร์ หากยังประสบปัญหานี้ต่อไปยูเอ็นอาจต้องพิจารณามาตรการลดค่าใช้จ่ายบางประการให้ได้อย่างน้อย 600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจรวมถึงการงดจัดการประชุมสำคัญในบางประเด็น สำหรับสหรัฐซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่จ่ายเงินให้ยูเอ็นราว 674 ล้านดอลลาร์ต่อปี ยังไม่รวมเงินบริจาคที่ใช้ในภารกิจพิเศษของยูเอ็นในส่วนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินสนับสนุนของสหรัฐจะจ่ายตามปฏิทินงบประมาณซึ่งอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยสหรัฐถือเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของยูเอ็นคิดเป็นร้อยละ 22% ของงบประมาณที่ยูเอ็นได้รับจากนานาชาติกระนั้นก็ตามประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวถึงการตัดลดเงินอุดหนุนให้กับยูเอ็นเพราะมองว่าสหรัฐต้องแบกรับภาระนี้อย่างไม่ยุติธรรม