เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา (9-28 สิงหาคม 2019) เว็บไซต์ Booking.com สำรวจความคิดเห็นด้านการท่องเที่ยวจากกลุ่มตัวอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเป็นผู้ใหญ่ที่มีการเดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา/วางแผนที่จะเดินทางในอีก 12 เดือนข้างหน้า รวมทั้งสิ้น 22,000 คน
29 ประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามออนไลน์
Booking.com เริ่มต้นจากการเป็นบริษัทสตาร์ทอัพขนาดเล็กในเนเธอร์แลนด์และเติบโตจนเป็นหนึ่งในบริษัทลงทุนพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเป็นตัวเลือกด้านการเดินทางและที่พักในระดับโลก โดยอยู่ภายใต้ Booking Holdings Inc. (NASDAQ: BKNG)
- ประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามออนไลน์แห่งละ 1,000 คน ได้แก่ ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น จีน บราซิล อินเดีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย อินโดนีเซีย โคลอมเบีย และเกาหลีใต้
- ประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามออนไลน์แห่งละ 500 คน ได้แก่ นิวซีแลนด์ ไทย อาร์เจนตินา เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฮ่องกง โครเอเชีย ไต้หวัน เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ สวีเดน สิงคโปร์ และอิสราเอล
ผู้เดินทางชาวไทยกับ 8 เทรนด์ท่องเที่ยวที่บ่งบอกความสนใจ – ใส่ใจในปีหน้า

1. กระแสเที่ยว “เมืองรอง” จะมาแรงขึ้น
การเที่ยวเมืองรอง หมายถึง การไปสำรวจจุดหมายที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เพื่อพยายามลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองและช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเทรนด์ท่องเที่ยวนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีหน้า
- ผู้เดินทางชาวไทย 68% อยากมีส่วนร่วมในการลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง
- ผู้เดินทางชาวไทย 65% ต้องการเปลี่ยนแผนไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าแต่คล้ายกับของเดิม หากพบว่าจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อกระตุ้นความสนใจนี้ยิ่งขึ้น ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 3 ใน 4 คือ 79% อยากให้มีบริการ เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ แนะนำจุดหมายที่หากมีผู้ไปเที่ยวเพิ่มขึ้นแล้วจะช่วยสร้างผลเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ
2. ให้เทคโนโลยีคาดการณ์สิ่งที่ไม่คาดคิด
ในปี 2020 ผู้เดินทางจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้นในกระบวนการตัดสินใจหลักๆ อย่างการเลือกว่าจะไปเยือนมุมใดของโลก ซึ่งอาจมีตัวเลือกมากมายจนตัดสินใจไม่ถูก
- ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่า 4 ใน 5 หรือ 82% กล่าวว่า ต้องการให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีเสนอ “ไพ่เด็ด” และตัวเลือกสุดเซอร์ไพรส์ที่จะพาไปพบประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับทริปในปีหน้า
- ผู้เดินทางไทย 64% เน้นว่าระหว่างเดินทางจะใช้แอปพลิเคชันที่ทำให้เลือกดูและจองกิจกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ขณะที่มีผู้เดินทาง 61% มีแผนที่จะใช้แอปพลิเคชันซึ่งสามารถวางแผนกิจกรรมต่างๆ ล่วงหน้าเพื่อให้มีคำตอบรวมอยู่ในที่เดียว
เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันจำนวนมากยิ่งขึ้นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คอยเสนอคำแนะนำสำหรับผู้ใช้รายนั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรมน่าสนใจ โดยอิงตามความชอบในปัจจุบัน ทริปก่อนหน้า และองค์ประกอบหลักที่อาจส่งผลกระทบ เช่น สภาพอากาศ ความนิยม
3. เที่ยวแบบสโลว์ๆ จะมาแทน #FOMO
แทนที่จะต้องคอยกลัวตกกระแส (Fear of Missing Out หรือ FOMO) และต้องเร่งรีบทำทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การเดินทางในปี 2020 นั้นจะพลิกโฉมไปสู่การท่องเที่ยวแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ผู้เดินทางชาวไทย 61% วางแผนที่จะใช้รูปแแบบการเดินทางที่ช้าลงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- 3 ใน 4 ของผู้เดินทาง 78% อยากเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเพื่อสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางให้มากขึ้น รูปแบบการเดินทางซึ่งช่วยสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนไป ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน รถราง เลื่อนลาก เรือ รวมถึงเดินด้วยสองเท้าของนักเดินทางเอง
- ตามจริงแล้วผู้เดินทางชาวไทย 75% ไม่เกี่ยงว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปจุดหมายนานขึ้น หากได้ใช้วิธีเดินทางแบบแปลกใหม่ นอกจากนี้ ผู้เดินทาง 73% อยากสัมผัสถึงความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลา ด้วยการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เช่น Flying Scotsman หรือ Orient Express
4. ค้นพบการท่องเที่ยวที่สัมผัสความสนุกได้แบบครบครัน
โลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่มีเวลาว่างพอ เป็นเหตุให้ไม่ได้เริ่มทริปหรือหยุดพักผ่อน ผู้เดินทางต่างต้องการใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพที่สุดระหว่างพักผ่อน ดังนั้น แทนที่จะเที่ยวแบบเดียวตลอดทริป ในปี 2020 จะมีผู้เดินทางที่ต้องการทริปแบบ “ความสนุกครบครัน” เพิ่มขึ้น ด้วยการไปเยือนจุดหมายที่มอบประสบการณ์หลากหลายและมีสิ่งน่าสนใจ จึงคาดได้ว่า แวดวงการเดินทางจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดย
- ผู้เดินทางชาวไทย 71% กล่าวว่า ต้องการออกทริปยาวๆ สักครั้งเพื่อไปยังสถานที่ที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กัน
- ผู้เดินทางชาวไทย 77% ยอมรับว่าจะเลือกจุดหมายที่มีกิจกรรมและสิ่งที่น่าสนใจสุดโปรดทั้งหมดอยู่ใกล้กันเพื่อจะได้ประหยัดเวลาเดินทาง
5. สัตว์เลี้ยงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลก 55% กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นลูก รวมถึง 53% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การเดินทางปี 2020 นี้จะถือเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของการพักผ่อนโดยมีสัตว์เลี้ยงเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือ เมื่อเลือกจุดหมาย ที่พัก และกิจกรรม เราจะได้เห็นผู้เดินทางให้ความสำคัญกับความต้องการของสัตว์เลี้ยงแสนรักก่อนตัวเอง

- เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทย 52% ยอมรับว่า ในปีหน้าจะเลือกจุดหมายพักร้อนโดยอิงจาก ความเป็นไปได้ในการพาสัตว์เลี้ยงไปด้วย
- เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวน 49% ยินดีที่จะจ่ายเพิ่มเพื่อพัก ณ ที่พักซึ่งเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
สำหรับเทรนด์นี้เห็นได้ชัดจากจำนวนที่พักซึ่งยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบน Booking.com แม้ว่าผู้ประกอบการที่พักจะตระหนักถึงความต้องการนี้ แต่ผู้ประกอบการที่พักทั่วโลกก็ยังคงมองหาวิธีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น ที่นอนสุนัข สปาสัตว์เลี้ยง เมนูรูมเซอร์วิส
6. สร้างความทรงจำดีๆ ด้วย “ทริปสองวัย”
ปี 2020 เป็นปีแห่ง “ทริปสองวัย” ลืมคำว่าช่องว่างระหว่างวัยไปได้เลย เพราะจะมีปู่ย่าตายายจำนวนมากขึ้นที่พร้อมไปพักร้อนอย่างยิ่งใหญ่กับหลานๆ โดยไม่ได้พาคนเป็นพ่อแม่ไปด้วย
- ชาวไทยในรุ่นปู่ย่าตายายเกือบ 3 ใน 4 หรือ 74% ยอมรับว่าการใช้เวลากับหลานๆ ทำให้ตนเองได้รู้สึกย้อนวัย
- ผู้เดินทางชาวไทย 56% เชื่อว่าเหล่าพ่อแม่ก็อยากมีเวลาเป็นส่วนตัวโดยไม่มีเด็กๆ มารบกวนบ้าง เมื่อจับคู่กับความจริงที่ว่าผู้สูงวัยทุกวันนี้แข็งแรงกว่า ชอบผจญภัยมากกว่า และกระตือรือร้นที่จะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก อีกทั้งกระฉับกระเฉงกว่าเมื่อก่อน เราก็จะได้เห็นว่า “ทริปสองวัย” ซึ่งมีกิจกรรมแอคทีฟมากมายให้คนสองวัยได้เข้าร่วมนั้น จะได้รับความนิยมมากขึ้นอีกในปีหน้า
7. แข่งกันจองร้านอาหาร
เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องท่องเที่ยวในปีหน้า จะเห็นว่าผู้เดินทางต่างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเป็นอันดับแรกๆ โดยต่างแย่งกันจองร้านอาหารดังๆ แต่สำหรับหลายคนแล้ว การเลือกจุดหมายและช่วงที่จะเดินทางนั้นเริ่มต้นจาก (และขึ้นอยู่กับว่า)สามารถจองร้านเพื่ออิ่มอร่อยกับอาหารที่อยากทานมากๆ ได้หรือไม่ ซึ่งหลายครั้งหลายคราจะเป็นร้านซึ่งมีคิวยาวเหยียดต่อเนื่องเป็นเดือนๆ
- ผู้เดินทางชาวไทยถึง 85% กล่าวว่า การได้ทานอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อไปทริปวันหยุด
นอกจากนี้ ความหิวก็ยังถูกกระตุ้นด้วยเนื้อหาและคำแนะนำมหาศาลบนโซเชียลมีเดีย จึงไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชื่อดังเท่านั้นที่ผู้เดินทางต่างพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจองโต๊ะ “ร้านลับ” ซึ่งเป็นสถานที่โปรดของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน เสิร์ฟเมนูที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ผู้คนมากมายอยากลิ้มลอง โดยหลายครั้งอยู่ในเส้นทางซึ่งคนไม่ค่อยรู้จักกัน ได้กลายมาเป็นร้านซึ่งมีแนวโน้มชวนให้ผู้เดินทางซึ่งต้องการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นน้ำลายสอ อยากไปดื่มด่ำรสชาติก่อนใคร และต้องการไปเยือนร้านเป็นรายแรกๆ หรือก่อนที่จะกลายเป็นร้านดังออกสื่อแล้วต้องจองโต๊ะไปอีกร้าน
8. ทางลัดที่จะได้ออกเดินทางระยะยาว
เนื่องจากการเกษียณมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมีอายุถึงจุดหนึ่งและไม่ต้องทำงานแล้ว แต่วางแผนอย่างแข็งขันที่จะเกษียณเร็วขึ้น ในปี 2020 เราจึงจะได้เห็นการวางแผนการเกษียณเป็นเหมือนกับ “การวางแผนเดินทางเพื่อออกผจญภัย”
- ชาวไทยในช่วงอายุ 18-25 ปี จำนวนมากกว่า 1 ใน 4 หรือ 28% กำลังวางแผนที่จะเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเรื่องที่วางแผนว่าจะทำก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
- สำหรับปี 2020 ผู้เดินทางจะเปลี่ยนแนวคิดและเริ่มวางแผนครั้งใหญ่หลังเกษียณในอนาคต โดยผู้เดินทางชาวไทย 72% เห็นว่าการออกเดินทางหรือท่องเที่ยว เป็นวิธีสมบูรณ์แบบที่จะใช้เวลาว่างจากการเกษียณ
- ส่วนผู้เดินทางชาวไทย 73% วางแผนที่จะทำให้ทริปโลดโผนขึ้นเมื่อเกษียณแล้ว และ 28% ของคนที่เกษียณแล้วก็กำลังวางแผน Gap Year กล่าวคือ เอาเวลาไปเที่ยวนานหลายเดือนโดยไม่ให้มีเรื่องอะไรมาขัดจังหวะ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ผู้เดินทางชาวไทยเกือบ 3 ใน 4 หรือ 73% เห็นพ้องว่าสามารถทำตอนอายุเท่าไรก็ได้
เผื่อว่าคุณอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ท่องเที่ยว
- คาดการณ์เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2020 | Travel Predictions 2020
- 10 จุดหมายปลายทางยอดนิยมในปี 2020 |10 Top Trending Destinations for 2020
บทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย
‘Thailand Riviera’ ปลุกอะเมซิ่งเมืองไทย เทียบชั้น ‘อิตาลี-ฝรั่งเศส’

















