เมื่อ “เสียงหัวเราะ” ≠ “ความสุข” จาก “คนนอก” ถึง “Joker”

560

“…พระอาทิตย์ส่องแสงแรงจ้า ร่างกายที่เหงื่อชุ่ม โดยไม่มีเหตุผลใดอธิบายได้ เขาเหมือนเห็นแสงสะท้อนของใบมีดที่กระทบกับดวงอาทิตย์ มันทำให้เขาคว้าปืนออกมายิงหนึ่งนัดจนอีกฝ่ายล้มลง และยิงซ้ำต่อไปอีกสี่นัด…”


คอวรรณกรรมที่เห็นประโยคข้างต้นเพียงแวบเดียว ทุกคนสามารถบอกได้ทันทีว่า นี่คือฉากสำคัญในนวนิยายเรื่อง “คนนอก” ของ “อัลแบร์ กามูส์” นักเขียนใหญ่ชาวฝรั่งเศส

“เขา” ที่ว่าก็คือ “เมอโซ” ตัวละครเอกจากบทประพันธ์เรื่อง L’étranger วรรณกรรมเล่มสำคัญในวงการหนังสือโลก ออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1942 สำหรับฉบับภาษาไทย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ “สามัญชน” สำนวนแปล “อำพรรณ  โอตระกูล” สุดคลาสสิก

คนนอก“เมอโซ” คือชนชั้นกลางค่อนไปทางล่าง ประกอบอาชีพเสมียนในสำนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในเมืองอัลเจียร์ ประเทศอัลจีเรีย ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เพียงลำพัง เป็นคนเรียบง่าย มีความสุขกับชีวิตตามอัตภาพของตน

“เมอโซ” เป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และไม่ค่อยจะยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว คนทั่วไปจึงมองว่าเขาเข้ากับใครไม่ค่อยได้ เพราะไม่แยแสกับสิ่งใด โดยเฉพาะความเห็นในเรื่องศาสนา ที่ “เมอโซ” ไม่เชื่อในสัญลักษณ์และพิธีกรรมต่างๆ ผู้คนจึงพากันตัดสินว่า “เมอโซ” เป็นคนแปลกแยกกับสังคม นี่เองคือที่มาของชื่อนวนิยาย “คนนอก”

โดยเฉพาะ การที่ “เมอโซ” ถูกสังคมมองว่าเขาไม่ใส่ใจแม่เท่าที่ควร จากการที่เขาส่งแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา กระทั่งเมื่อแม่เขาตาย “เมอโซ” ไปร่วมงานศพเเม่โดย “ไม่เเสดงอาการโศกเศร้า” ใดๆ เลย และยังปฏิเสธที่จะให้คนเปิดฝาโลงเพื่อดูหน้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย

โดยเฉพาะในคืนที่เฝ้าศพแม่ เขากลับสูบบุหรี่ต่อหน้าหลุมศพ ซ้ำเมื่อกลับมาจากพิธีฝังศพ เขาก็ยังดำเนินชีวิตอย่างเฉยเมย แถมไปดูหนังตลก และไปว่ายน้ำกับเเฟนสาว

นำไปสู่ไคลแม็กซ์ของเรื่อง เมื่อ “เมอโซ” ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในคดีฆาตกรรมชาวอาหรับด้วยกระสุนห้านัด แต่คำถามใหญ่ที่เขาต้องเผชิญกลับเป็นเรื่อง “ความไม่แยแสต่อแม่”

เหตุใดเขาจึงให้แม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา เหตุใดเขาจึงจำวันตายของแม่ไม่ได้ เหตุใดเขาจึงไม่ร้องไห้ในพิธีศพ เหตุใดเขาจึงไม่ร่ำลาแม่ที่สุสาน ฯลฯ

อีกตัวละครหนึ่งซึ่งกำลังโด่งดังในกระแส Talk of the Town เวลานี้ มีลักษณะนิสัยที่ว่าคลับคล้ายและใกล้เคียง “เมอโซ” อยู่ไม่น้อย นั่นก็คือ “Joker”

jokerJokeriในหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ รวมถึงซีรีส์ทางโทรทัศน์ในอดีต เป็นเพียง “ตัวประกอบ” ของ Batman ร่วมกับเหล่าศัตรูตัวฉกาจอื่นๆ อาทิ Ra’s al Ghul, Bane, Lex Luthor, Dr. Hurt, Lincoln March, Hush แม้กระทั่ง Penguin

ทว่า ภาพยนตร์ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ Jokerrถูกยกระดับขึ้นมาเป็น “พระเอก” ของท้องเรื่อง

Jokeriนั้น มีความเป็น “คนนอก” อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยอาการป่วยทางร่างกายจากสมองที่ได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้เขามีอารมณ์ขันที่ไม่สัมพันธ์กับสถานการณ์ พูดง่ายๆ ว่า สามารถหัวเราะได้อย่างพร่ำเพรื่อ แต่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ทั้งที่เหตุการณ์นั้นๆ ไม่มีความตลกเลยแม้แต่น้อย

นำไปสู่ความป่วยทางจิตใจ ที่เขาถูกคนรอบข้างขับไสไล่ส่งให้ออกไปจากการยอมรับทีละน้อย พร้อมด้วยปมปัญหาภูมิหลังทางครอบครัวโดยเฉพาะ “แม่” ผนวกกับสภาพวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันบีบคั้นให้ “คนนอก” อย่าง Joker กลายเป็นอาชญากรในที่สุด

“เสียงปืนสี่นัดเหมือนเสียงเคาะสั้นๆ สี่ครั้ง ซึ่งฉันเคาะบนประตูแห่งเคราะห์กรรม” สถานการณ์ของ “เมอโซ” ไม่ต่างกับ Jokeriที่ประเดิมเส้นทาง “คนนอก” ด้วยการ “ยิงชายสามคนบนรถไฟฟ้าใต้ดิน”

โดยเฉพาะประเด็น “ศาสนา” ที่ Jokeriแทบไม่เอ่ยถึง “พระเจ้า” สักคำ และ “เมอโซ” ก็ปฏิเสธการพบนักบวชก่อนเข้าสู่หลักประหาร เพราะเขาไม่มีความเชื่อเรื่องพระเจ้า เขาจึงไม่ต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้หมดไปกับสิ่งที่เขาไม่ต้องการ

ในแง่นี้ ประเด็นสำคัญของทั้ง Joker จากภาพยนตร์ และ “เมอโซ” ในวรรณกรรมเรื่อง “คนนอก” ก็คือ “มนุษย์” ต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึก เป็นตัวของตัวเอง และมีเสรีภาพที่จะดำเนินวิถีชีวิตของตน นำไปสู่ “ความสุข” ที่ตนเลือก

“ความสุข” คือชื่อเล่นที่ “แม่” ของ Joker ใช้เรียกเขาว่า Happy ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน

ทว่า ชีวิตของเขา “ไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน” และเมื่อเขาป่วยด้วยอาการ “อารมณ์ขันไม่สัมพันธ์กับสถานการณ์” ทำให้เขาหัวเราะเรี่ยราด ผิดที่ผิดเวลา

ใช่หรือไม่ว่า สำหรับคนทั่วไป “เสียงหัวเราะ” = “ความสุข”

ทว่า สำหรับ Joker แล้ว “เสียงหัวเราะ” ≠ “ความสุข”

เพราะ Joker นั้นเป็นคนที่ “ไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน” ทั้งปัญหาส่วนตัวนานัปการ ความป่วยไข้ไม่สบายของ “แม่” การถูกรังแกจากคนรอบข้าง/สังคม นำไปสู่การถูกไล่ออกจากงาน สถานการณ์ด้านลบได้บีบคั้นต่างๆ นานา

ท้ายที่สุด สมการของ Joker ก็คือ เมื่อ “เสียงหัวเราะ” “ความสุข” ดังนั้น “การล้างแค้น” คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ “ความสุข” ได้ ไม่ว่าจะเป็น “ความสุข” ของเขาเอง หรือ “ความสุข” ของชนชั้นกลางระดับล่างซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคมที่ถูกกระทำจากชนชั้นบนมายาวนานนั่นเองครับ


ชอบดูภาพยนตร์ใช่ไหม เรามีบทความแนะนำให้คุณอ่านต่อ

Parasite หนังสะท้อนอนาคต “สังคม Dystopia”

Dark Side of Industrialization จาก Okja ถึง Food, Inc. และ Merchants of Doubt (ตอนแรก)

10 ภาพยนตร์เปลี่ยนชีวิต ที่ดูแล้วไม่ดราม่าแต่สร้างแรงใจในชีวิต