ผู้เชี่ยวชาญ KM “เวลาของคุณหมดแล้ว” ขอเชิญพบกับ DKM “การจัดการความรู้” ยุค 5.0 (ตอนที่ 2)

337

ในตอนที่ 2 นี้ ผมจะเขียนถึงประเด็น Learning Organization หรือ LO ซึ่งแปลว่า “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ต่อจากคราวที่แล้ว (ตอนแรก) ที่ได้ปูพื้นฐานเอาไว้เกี่ยวกับ Five Disciplines “ทฤษฎี 5 องค์ประกอบ” ของ Peter Senge ปรมาจารย์ด้าน KM ครับ


อย่างที่กล่าวเอาไว้ในตอนก่อนว่า LO หรือ Learning Organization (องค์กรแห่งการเรียนรู้) เป็นแนวคิดที่ต่อยอดมาจากทฤษฎี FD หรือ Five Disciplines (5 องค์ประกอบ) ย้อนทวนอีกทีก็ได้ว่า ประกอบไปด้วย
  1. Personal Mastery
  2. Mental Model
  3. Shared Vision
  4. Team Learning
  5. Systems Thinking

DKM Learning Organization องค์กรแห่งการเรียนรู้

เพราะ Five Disciplines คือ “หัวใจหลัก” ที่นำไปสู่การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” หรือ Learning Organization (LO) และจะคลี่คลายขยายตัวต่อไป เป็น “การจัดการความรู้” หรือ Knowledge Management (KM) ในที่สุดนั่นเอง

เหตุดังนี้ เราจึงต้องพูดถึง Learning Organization ก่อนที่จะไปกันในเรื่องต่อๆ ไปครับ

และเมื่อเอ่ยถึง LO ก็ต้องไม่ลืมที่จะกล่าวถึง OL หรือ Organization Learning ร่วมเรียงเคียงกันมา

OL คือ “กระบวนการเรียนรู้ภายในองค์กร” หมายถึง การระบุ ว่าอะไรคือ “ความรู้” ของ “องค์กร” และ “องค์กร” นั้นๆ มี “ความรู้” อยู่จริงหรือไม่? และอยู่ที่ไหน? ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ครับ

  1. Surviving (Complacent)
    หรือ Learning = Environmental หมายถึง การที่ “องค์กร” มี “ระดับการเรียนรู้” ที่ “เท่ากับ” สภาพ “ภายนอก” (องค์กรเอาตัวรอดไปวันวัน)
  2. Diving (Paralyzed)
    หรือ Learning < Environmental หมายถึง การที่ “องค์กร” มี “ระดับการเรียนรู้” ที่ “น้อยกว่า” สภาพ “ภายนอก” (องค์กรตายซาก)
  3. Thriving (Learning Organization)
    หรือ Learning = Environmental Change หมายถึง การที่ “องค์กร” มี “ระดับการเรียนรู้” ที่ “เท่ากับ” สภาพ “การเปลี่ยนแปลงภายนอก” (องค์กรที่พยายามปรับตัว)
  4. Driving (Maverick)
    หรือ Learning > Environmental Change หมายถึง การที่ “องค์กร” มี “ระดับการเรียนรู้” ที่ “มากกว่า” สภาพ “การเปลี่ยนแปลงภายนอก” (องค์กรที่พร้อมก้าวไปข้างหน้า)

Michael Marquardt ได้กล่าวถึง LO เอาไว้ในหนังสือ Building the Learning Organization: Mastering the 5 Element for Corporate Learning ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2002 ว่า “องค์กรแห่งการเรียนรู้” มีองค์ประกอบย่อยที่จะสนับสนุนกันและกัน เพื่อให้ “ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้” ประสบความสำเร็จ

“องค์ประกอบย่อย” แห่ง “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ของ Michael Marquard ประกอบไปด้วย

  1. Learning Dynamics: การเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง
  2. Knowledge Management: การจัดการความรู้
  3. Technology Application: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
  4. People Empowerment การเสริมแรง (พลังอำนาจ) ให้กับผู้คน (หุ้นส่วน, พนักงาน, ลูกค้า, คู่แข่ง)
  5. Organization Transformation: การพลิกโฉมองค์กร

รวมเรียกว่า “ตัวแบบขององค์การแห่งการเรียนรู้เชิงระบบ” หรือ (Systems Learning Organization Model)

จากนั้น Michael Marquardt ได้นำเสนอ “เทคนิค” หรือ “การพัฒนา” Application เพื่อสนับสนุน “องค์กร” เกิด “การเรียนรู้” อันประกอบไปด้วย

  1. มีระบบการเรียนรู้ด้วยปฏิบัติการ (Action Learning)
  2. มีการจัดทำมาตรฐานเปรียบเทียบ (Bench-Marking)
  3. มีขั้นตอนการสอนงาน (Coaching)
  4. มีวัฒนธรรมการเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring)
  5. มีการจัดแฟ้มงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเอง (Portfolio)
  6. มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Learning Center)
  7. มีนโยบายสนับสนุนการถ่ายทอดความรู้โดย ICT (Computer Assisted Learning & Teaching)

Peter Senge กล่าวเอาไว้ในหนังสือ The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2002 ว่า Learning Organization คือ

  1. ที่ที่บุคลากรจักขยายความสามารถอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลิตผลที่พึงปรารถนา
  2. ที่ที่ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับแบบแผนทางความคิดใหม่ๆ โดยเฉพาะการพัฒนา และต่อยอดทางความคิด
  3. ที่ที่แรงบันดาลใจของพวกเขาจักเป็นอิสระ
  4. ที่ที่บุคลากรมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และ “รู้ที่จะ” เรียนรู้ “ร่วมกัน” อย่างต่อเนื่อง-ตลอดไป

Peter Senge บอกว่า การที่จะพิจารณา ว่าองค์กรใดเป็น LO นั้น สามารถดูได้จากองค์ประกอบ 4 ส่วน ได้แก่

  1. องค์กรนั้นเป็น LO (Learning Organization) หรือ “องค์กรของการเรียนรู้” หรือไม่
  2. องค์กรนั้นมี OL (Organizational Learning) หรือ “กระบวนการเรียนรู้ภายในองค์กร” หรือไม่
  3. องค์กรนั้นมี OK (Organizational Knowledge) หรือ “องค์ความรู้” ของ “องค์กร” เองหรือไม่
  4. องค์กรนั้นมี KM (Knowledge Management) หรือ “การจัดการความรู้” หรือไม่

Michael Marquardt ได้กล่าวปิดท้ายให้เราทราบถึง “12 คุณลักษณะ” ของ “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ดังนี้ครับ

  1. เป็นองค์กรที่มีความคาดหวังสูง และปรับตัวต่อเหตุการณ์ได้ทันท่วงที
  2. เป็นองค์กรที่มีการเร่งรัดพัฒนากระบวนการใหม่ในทุกด้าน
  3. เป็นองค์กรที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
  4. เป็นองค์กรที่มีนโยบายถ่ายโอนความรู้ให้แก่กันอย่างทั่วถึง
  5. เป็นองค์กรที่เรียนรู้จากความผิดพลาด ทั้งของตนเองและผู้อื่น
  6. เป็นองค์กรที่บุคลากรทุกคนทำงานด้วยใจ
  7. เป็นองค์กรที่ปฏิบัติการรวดเร็วแบบ Zero-Wasted แต่ได้ Outcome มาก
  8. เป็นองค์กรที่มีการปลุกเร้าพลังของทุกคนอย่างต่อเนื่อง
  9. เป็นองค์กรที่มีการดำเนินในลักษณะธรรมาภิบาล
  10. เป็นองค์กรที่มีลักษณะการบริหารในแนวราบ เน้นการกระจายอำนาจ และการประสานงานแบบยืดหยุ่น ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อการควบคุมคุณภาพอย่างจริงจัง
  11. เป็นองค์กรที่มีระบบข้อมูลสารสนเทศที่ทันสมัยและใหม่เสมอ
  12. เป็นองค์กรที่สมาชิกมีส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอนการทำงาน

ในตอนหน้า (ตอนที่ 3) ผมจะร่ายยาวถึงเรื่องราวของ Knowledge Management หรือ KM ที่หมายถึง “การจัดการความรู้” และในครั้งสุดท้าย (ตอนจบ) ผมจะต่อยอดไปที่ Dynamic Knowledge Management หรือ DKM ซึ่งถือเป็น “การจัดการความรู้ ยุค 5.0” นะครับ


อ่านตอนแรกเพื่อทำความเข้าใจเรื่อง การจัดการความรู้ ตั้งแต่ต้น

ผู้เชี่ยวชาญ KM “เวลาของคุณหมดแล้ว” ขอเชิญพบกับ DKM “การจัดการความรู้” ยุค 5.0 (ตอนแรก)