‘ปกรณ์ นิลประพันธ์’ เลขาธิการ กพร. กับภารกิจยกระดับการให้บริการภาครัฐแบบไร้รอยต่อ นำร่อง อีอีซี เป็นที่แรก

178

ภายในงานเปิดตัว ระบบให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ EEC One Stop Service : EEC-OSS เพื่อตอบสนองนโยบายการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมที่เข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่ EEC นอกจากจะมีการแนะนำให้ทุกภาคส่วนได้รู้จักกับแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ที่จะมาเปลี่ยนโฉมบริการภาครัฐเกี่ยวกับการอนุมัติ การขออนุญาต การทำธุรกิจ ให้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใสขึ้นแล้ว ในพิธีเปิดงานนี้ ยังมีการกล่าวปาฐกถาของ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ในหัวข้อ มิติใหม่ของการให้บริการภาครัฐ ด้วย


แนวคิดตั้งต้น ถ้าต้องการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ ต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ได้

ในฐานะ เลขาธิการสำนักงาน กพร. หน่วยงานของรัฐหลัก ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนของหน่วยงานภาครัฐ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้ถือโอกาสในการเปิดตัว ระบบ EEC-OSS กล่าวถึงมุมมองต่อการพัฒนาประเทศด้วยโครงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกว่า

ปกรณ์ นิลประพันธ์ // www.opdc.go.th

“ต้องยอมรับว่าในมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี บ่อยครั้งที่โครงการอีอีซีได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะของปัญหาและการโต้แย้งอย่างต่อเนื่อง”

“แต่ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ก็มีความพยายามที่จะสื่อสาร ทำความเข้าใจ กับคนทุกกลุ่มในสังคมไทย ถึงจุดประสงค์ เป้าหมาย ตลอดจนความจำเป็นในการจัดตั้งโครงการอีอีซีขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมนานาประเทศในภูมิภาคและทั่วโลก ซึ่งจุดนี้ผมต้องขอชื่นชมในความพยายามนี้ของ สกพอ. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการนี้ทั้งหมด”

“ทว่า หากพิจารณาหมายเหตุท้าย พระราชบัญญัติจัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จริงๆแล้ว หลักการสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ การพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“เพราะเราพบว่า ในอดีต การพัฒนาพื้นที่ในภาคตะวันออกของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงมาก เราพัฒนากันอย่างไม่เป็นระบบและไม่ต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเรื่อง การวางผังเมือง ต่างคนก็ต่างมีผังเมืองของตัวเอง ไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงกัน ส่งผลให้การจัดหาสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ให้ครอบคลุมพื้นที่เหล่านั้นก็เป็นไปแบบไม่ปะติดปะต่อ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจของการพัฒนาที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ไร้รอยต่อ ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ภาคตะวันออกมากกว่า”

“สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับต่อมา เมื่อทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้แล้ว คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการพัฒนาชุมชน ประชาชน วางผังเมืองที่เหมาะสม จากนั้นก็สร้างความร่วมมือกันระหว่างภาคธุรกิจกับเอกชน ว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้เกิดการแข่งขันที่ยั่งยืนในพื้นที่ได้โดยไม่ประสบปัญหาเหมือนที่ผ่านมา เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการพัฒนาที่ไม่ตอบโจทย์หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนี่คือสิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ต้องการแก้ไขให้ดีขึ้น”


ปัจจัยนำทางสู่ความสำเร็จของโครงการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ในมุมมองของ ปกรณ์ นิลประพันธ์

ประเด็นต่อมาที่คุณปกรณ์ ได้หยิบยกขึ้นมาและกล่าวต่อผู้เข้ามาร่วมพิธีเปิดตัว EEC-OSS คือ ปัจจัยสำคัญที่จะนำทางสู่ความสำเร็จในการดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ อย่าง อีอีซี

“อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามองในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ สิ่งที่สำคัญที่สุด อันดับหนึ่ง คือ การมีเสถียรภาพทางการเมือง อันนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้แบบถูกต้องตรงกันทั่วโลกว่า คงไม่มีนักลงทุน หรือนักธุรกิจคนใด อยากขนเงินมาลงทุนในประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง”

“เรื่องที่สอง คือ ต้นทุน หมายรวมตั้งแต่ ต้นทุนทุกด้านที่ต้องใช้ในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนแรงงาน รวมถึงต้นทุนที่เกิดจากการปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศในด้านต่างๆ ด้วย”

“ต่อมา ปัจจัยด้าน infrastructure ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ช่วยเสริมให้การพัฒนานั้นไร้รอยต่อ เป็นไปอย่างทั่วถึง ทุกพื้นที่ ซึ่งนั่นก็จะนำมาสู่ผลประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนไทยจะได้รับจากการพัฒนาโครงการนี้อย่างยั่งยืน”

“ขณะเดียวกัน กฎหมาย กฎระเบียบ ก็ต้องเอื้อให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้อง ไม่สร้างภาระเพิ่มให้ทุกฝ่ายมากเกินสมควร ส่วนมาตรการจูงใจ หรือ incentive ในด้านภาษี ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะดึงดูดคนมาลงทุน อีโคซิสเต็มต่างๆ ก็ต้องดำเนินไปอย่างสอดคล้อง เพราะใครๆ ก็ต้องการลงทุนในบรรยากาศการทำธุรกิจที่นำไปสู่ความยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่ จึงต้องเป็นคนที่มีความรู้ ตระหนักในการเรื่องของการทำธุรกิจในแนวทางที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนด้วย”

“นอกจากนั้น เราต้องคิดเผื่อไปถึงคนที่มีความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญ จากต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย ก็ไม่ได้มาคนเดียว ส่วนใหญ่มาพร้อมครอบครัว นี่เป็นแรงผลักดันให้เราต้องสร้าง smart city มีสถานศึกษา โรงพยาบาล วางระบบสาธารณูปโภค ความปลอดภัย เพื่อทำให้นักลงทุนและครอบครัวมีแรงจูงใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศเราด้วย ซึ่งสิ่งที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ ทาง สกพอ. ก็มีความตั้งใจและความพยายามที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้”


เปิดเส้นทางการพัฒนาการให้บริการภาครัฐ สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

มาถึงปัจจัยสุดท้ายที่จะส่งให้ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศประสบความสำเร็จได้ เลขาธิการสำนักงาน กพร. เน้นย้ำ คือการเปิดตัวระบบ EEC-OSS นั่นคือ

“การดำเนินโครงการอีอีซี จะราบรื่น ไร้รอยต่อ อย่างที่ทุกฝ่ายหวังกันได้ เราต้องมีการให้บริการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เพราะจากการศึกษาบทเรียนของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ผ่านมา พบว่า ปัจจัยที่มีผลสำคัญที่สุด คือ การให้บริการที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพของภาครัฐ เพราะสิ่งเหล่านี้ คือ ต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งสิ้น ยิ่งเกิดความไม่แน่นอนเท่าไร ต้นทุนของผู้ประกอบการก็จะเพิ่มขึ้นและควบคุมไม่ได้ จนเกิดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการคิดที่จะถอนตัวจากการลงทุนได้มากขึ้นเท่านั้น”

“ดังนั้น ทุกปัจจัยที่ผมกล่าวมา ล้วนมีความสำคัญต่อผลสำเร็จของโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในภูมิภาคเดียวกับประเทศไทย เรียกว่าทุกประเทศต่างวางมาตรการและกลยุทธ์ที่ล้วนคำนึงถึงปัจจัยความสำเร็จที่กล่าวมา เพื่อช่วงชิงพื้นที่ ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศของตนทั้งสิ้น โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพของการให้บริการภาครัฐ โดยคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย อย่างประเทศเวียดนาม มาเลเซีย ต่างก็ให้ความสำคัญด้านการวางพื้นฐานและพัฒนาการให้บริการของภาครัฐไม่ต่างจากบ้านเรา”

“นอกจากนั้น ประเทศคู่แข่งของเราก็ยังมุ่งสร้างตัวชี้วัดด้านเสถียรภาพทางการเงินที่ค่อนข้างดี ควบคู่ไปกับการลงทุนใน Infrastructure อย่างเต็มที่ รวมถึงต้นทุนที่ผู้ประกอบการ นักลงทุน ต้องแบกรับ ทุกประเทศก็พยายามทำให้ต่ำลงเพื่อสร้างข้อได้เปรียบและดึงดูดนักลงทุนเข้าประเทศของตนให้ได้มากที่สุด”

“ขณะที่ ตัวธุรกิจเองก็มีเทรนด์ที่จะลดต้นทุนในการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในขั้นตอน กระบวนการผลิตมากขึ้น อย่างการใช้ AI ระบบอัตโนมัติ หรือหุ่นยนต์ ซึ่งตรงนี้ส่งผลต่อการวางกฎหมาย กฎระเบียบของประเทศที่ต้องเอื้อต่อการปรับเอาเทคโนโลยีมาใช้นี้ด้วย”

“เพราะฉะนั้น วันนี้ที่เราได้เปิดตัว ระบบ EEC One Stop Service หรือ EEC-OSS ก็นับเป็นมิติใหม่ ที่เราได้เดินหน้าสร้างแต้มต่อด้านการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ ด้วยการเดินหน้าวางรากฐานการให้บริการของรัฐ ที่สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส่ มากขึ้น โดยปัจจัยความสำเร็จของการวางระบบนี้ อยู่ที่การปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนี่ก็เป็นความตั้งใจของทางรัฐบาลที่ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มของการให้บริการภาครัฐที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด”

EEC – OSS การลงทุน

“ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาระบบการให้บริการภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริการที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ การลงทุน โดยมุ่งเน้นให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส่ ตรวจสอบได้ จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ทางรัฐบาลได้ออกกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการอนุมัติ อนุญาต กับทางราชการขึ้น และได้มอบหมายให้ทางสำนักงาน กพร. เป็นหน่วยงานหลักที่จะติดตามผล ให้ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงได้”

“โดย อีโคซิสเต็ม ของการพัฒนาระบบการให้บริการภาครัฐนี้วางอยู่บนฐานที่ทุกคนเข้าถึงทุกขั้นตอน (procedure) ในการทำงาน แต่ไม่เคยเปิดเผยให้ประชาชนรู้เลยว่ามีขั้นตอนการทำงานอย่างไรบ้าง ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ใช้เวลากี่วัน ใช้ต้นทุนเท่าไร กฎหมายฉบับนี้ จึงมีจุดประสงค์หลักอยู่ที่การเอาขั้นตอนการทำงานของแต่ละหน่วยงานที่อยู่ใต้โต๊ะมากางไว้บนโต๊ะ นี่คือเฟสที่หนึ่ง คือการจัดให้มีคู่มือประชาชน ว่าการขออนุญาต ขออนุมัติต่างๆ ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ชัดเจน มากขึ้น”

“เฟสที่สอง เราได้มีการพัฒนาระบบการให้บริการดิจิทัลขึ้นมา ที่เรียกว่า Biz portal เพื่อจัดแจงการอนุมัติ การอนุญาตเหล่านี้ ให้อยู่ในระบบดิจิทัล เพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เบื้องต้น เราทำในภาพรวมที่ครอบคลุมทุกการอนุญาต ซึ่งเดิมต้องใช้ระยะเวลานานในการขออนุญาตและรอจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ”

“อีกหนึ่งความพยายามที่เรากำลังทำขึ้น คือการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี สร้างอีโคซิสเต็มขึ้นมาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ต่อจากนี้ไป การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ต้องทำขึ้นบนแพลตฟอร์มหลัก ซึ่งสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จะเป็นผู้ดูแลและจัดทำระบบนี้ขึ้น นี่คือการสร้างอีโคซิสเต็มที่นำมาสู่การพัฒนาระบบการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ One Stop Service ต้นทางการเกิด EEC-OSS ในวันนี้”

“เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดอีอีซี จะเป็นพื้นที่นำร่องที่ได้รับบริการเบื้องต้นตรงนี้ และเราวางแผนไว้ว่า ถ้าระบบนี้ประสบความสำเร็จในพื้นที่อีอีซีแล้ว คือ ช่วยลดเวลาการขออนุญาตในการทำธุรกิจจาก 158 วัน เหลือ 78 วันได้จริง ทางสำนักงาน กพร. จะนำไปขยายผลกับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพราะเราเชื่อมั่นว่า ถ้าในพื้นที่อีอีซี เราสามารถทำให้บรรลุเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ก็สามารถนำไปปรับใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการทั้งประเทศได้เช่นกัน”

“โดย สำนักงาน กพร. ร่วมกับสำนักงานรัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ทำ Central Hotspot ขึ้นมา และให้บริการประชาชนในทุกธุรกิจ ซึ่งวันนี้ประชาชนและนักธุรกิจสามารถขอรับบริการทางภาครัฐ ผ่านทาง แพลตฟอร์มที่ทำขึ้นมานี้ได้ แม้ว่าจะอยู่นอกเขตอีอีซีก็ตาม”


รับรู้แง่มุมดีๆ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เพิ่มเติม คลิกอ่านต่อ

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าแบงก์ชาติ กับ 3 แนวทาง ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย รับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

‘สาธิต ปิตุเตชะ’ กับ แซนด์บ็อกสาธารณสุข โมเดลการให้บริการทางการแพทย์ รับการพัฒนาเมืองแบบขยาย

รู้ให้ลึกกว่าเดิม ‘ระบบ EEC-OSS’ ปฏิวัติการให้บริการ One Stop Service ภาครัฐ ได้อย่างไร?