‘นม’ ผนวก ‘นาโนเทค’ หนึ่งในกลยุทธ์ผลักดัน ‘แบรนด์นมแห่งชาติ’ จากไทยไปอาเซียน

211

พูดถึงผลิตภัณฑ์ ‘นม’ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ไว้ว่า ความต้องการบริโภคนมจะเพิ่มขึ้นจากการที่หลายภาคส่วนร่วมรณรงค์การบริโภคนมของประชาชนในประเทศ โดยในปี 2562 คาดว่า มีปริมาณการบริโภค 1,332,180 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 8% จาก 1,233,483 ตัน ในปี พ.ศ. 2561 


แต่การจะเพิ่มปริมาณน้ำนมให้ไปถึงความต้องการดังกล่าว ยังต้องคำนึงถึงการส่งออก – นำเข้าผลิตภัณฑ์นมที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากผู้ประกอบการในตลาดนมพาณิชย์มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกนมสู่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลจึงต้องมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ ‘น้ำนมดิบ’ ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคตั้งแต่ต้นน้ำ

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ (อ.ส.ค.) นม นาโนเทค
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ

น้ำนมดิบ (raw milk)

เป็นวัตถุดิบหลักเพื่อการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมหลายชนิด เช่น นมพาสเจอไรซ์ นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นมผง เนยแข็ง

คุณภาพน้ำนมดิบมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จึงต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำนมดิบ เพื่อการรับซื้อและกำหนดราคารับซื้อ ทั้งนี้มี วิธีตรวจสอบคุณภาพ ดังนี้

ก่อนจะได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพ ก็ต้องดูทั้งการเลี้ยงโคนม ระบบฟาร์ม การคัดเลือกสายพันธุ์ การพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบ ตลอดทั้งอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งประเด็นเหล่านี้อยู่ภายใต้ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถ้าแบ่งตามพันธกิจ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ามีทั้ง

  • ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพ
  • พัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมให้ครบวงจรและมีมูลค่าเพิ่ม
  • สร้างความรู้ด้านกิจการโคนมและอุตสาหกรรมนม
  • มุ่งบริหารจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะ (HPO) ด้วยหลักธรรมาภิบาล โดยการพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมเพื่อให้ได้น้ำนมที่ดีมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน พร้อมแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน
  • พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมโคนมโดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ

อ.ส.ค. ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ล่าสุดก็ประกาศลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากิจการโคนมไทยกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล สวทช.
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ สวทช.จะเข้ามาวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและนวัตกรรมในกิจการโคนมให้แก่ อ.ส.ค. พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงโคนมและผลิตภัณฑ์นมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ส่วนศักยภาพของ สวทช. ทั้งหมดทั้งมวลที่จะแมตช์หรือเสริมแกร่งให้ อ.ส.ค. ได้ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล NSผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อธิบายภาพรวมว่า ทางหน่วยงานสามารถวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์งานด้านอุตสาหกรรมการเกษตรได้อย่างครบวงจร ดังนี้

“เราทำตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์และการบริหารจัดการพืชและสัตว์ โรงเรือนและระบบควบคุมที่สามารถปรับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม การตรวจวินิจฉัยโรคในพืชและสัตว์ โมเดลการจัดการเพาะปลูกพืชและทำนายผลผลิต รวมไปถึงนวัตกรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การพัฒนาสารกลุ่ม Functional Ingredient อาหารปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ กระบวนการผลิตอาหารแบบขั้นสูงโดยใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) จนถึงบรรจุภัณฑ์อาหารอัจฉริยะ (Smart Packaging)” 

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ (อ.ส.ค.) นม นาโนเทค
กิจการโคนม – น้ำนมดิบ จัดเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 ทั้งในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งครอบคลุมเกษตรชีวภาพ เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมชีวภาพ และด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ตลอดจนพัฒนาความมั่นคงด้านการเกษตรและอาหารของประเทศและชุมชน สอดคล้องกับ BCG Model ที่มุ่งนำพาประเทศไปสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศ | https://thailand.prd.go.th

อีกปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยคือ นโยบายด้านการทำการค้าเสรีตามข้อตกลง Free Trade Area in Milk production (FTA) เพราะทำให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศเข้ามาในปริมาณมาก โดยเฉพาะ นมผงพร่องมันเนย จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ยิ่งทำให้ต้องตระหนักว่า เราควรสร้างผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพและปริมาณมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเอง เพื่อการบริโภคและเพิ่มมูลค่า

ในฝั่งของนาโนเทค ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า ทางหน่วยงานสามารถนำงานวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะตอบโจทย์ความต้องการอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยีการกักเก็บในระดับนาโน (Nano Encapsulation Technology) 

“หลังจากการลงนามความร่วมมือ นาโนเทค สวทช. เตรียมงานวิจัยที่จะตอบโจทย์การสร้างนวัตกรรมกลุ่มควิก-วิน (Quick-Win) สำหรับความร่วมมือในระยะที่ 1 พ.ศ. 2563 – 2565 ทั้งกลุ่มนมอัดเม็ดพรีเมียม, นมผง และผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อผู้สูงอายุ โดยจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนกักเก็บในระดับนาโน ที่นาโนเทคมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มควิก-วิน”

ดร.วรรณี ฉินศิริกุล นาโนเทค สวทช. นม นาโนเทค
ดร.วรรณี ฉินศิริกุล

ดร.วรรณีบอกเพิ่มอีกว่า ยังมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และสอดคล้องกับความต้องการและการบริโภคในอนาคตอีก อาทิ 

  • การพัฒนาอาหารไฮโดรเจลกักเก็บโปรตีนแบบย่อยง่ายและอาหารเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมในลำไส้สำหรับสัตว์เศรษฐกิจ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นอาหารโคนมในอนาคต
  • ชุดตรวจวิเคราะห์เชื้อปนเปื้อนในกระบวนการผลิตด้วยอนุภาคนาโนเพื่อใช้เป็นสารตรวจวัดและควบคุมคุณภาพ
  • เทคโนโลยีการกักเก็บระดับนาโนสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบอัดเม็ดที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอื่นๆ ได้ตามความต้องการ โดยจะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้พัฒนานมอัดเม็ดพรีเมียมต่อไป

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงษ์สุวรรณ อัปเดตให้ฟังว่า ปัจจุบันนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการ ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง (Thai-Denmark Smart Dairy Farm) ของ อ.ส.ค. ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 55.9 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งฟาร์มโคนมสาธิตเชิงธุรกิจประสิทธิภาพสูง หรือ Smart Farm ซึ่งมีการใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการฟาร์มโคนมของเกษตรกร นอกจากนี้ กล่าวปิดท้ายด้วยเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในตลาดว่า

“อ.ส.ค.จะขยายผลการวิจัยที่ได้มาพัฒนาให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในเชิงพื้นที่ เพื่อการพัฒนากิจการโคนมแบบครบวงจรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดทั้งการพัฒนาฐานข้อมูล การนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสอดรับกลยุทธ์การตลาดของ อ.ส.ค. ตามแผนรัฐวิสาหกิจระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ในการขับเคลื่อนและผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติและเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไทยในอาเซียนต่อไป” 


อ้างอิงข้อมูลจาก


อ่านเพิ่มเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นม 

‘นมป้องกันฟันผุ’ นวัตกรรมเพิ่มคุณค่านม ให้มีประโยชน์มากกว่าที่เคย ดื่มเป็นประจำ ฟัน & ร่างกายแข็งแรง