เทรนด์ใหม่มาแรง แปรรูปสินค้าเกษตรไทย สู่ ‘อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ’ สร้างเม็ดเงินได้มหาศาล

540

จากเทรนด์ธุรกิจรักษ์โลก ส่งผลให้วัสดุทดแทนอย่าง พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) มีความต้องการสูงขึ้นทั่วโลก ‘อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ’ จึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นผลิตภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) ในเอเชีย มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงสุดถึง (CAGR) 22%


มาดูในบริบทของประเทศไทย อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ได้รับการส่งเสริมให้เกิดขึ้นใน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งประเทศไทยเองก็มีศักยภาพในการผลิตพลาสติกชีวภาพนี้ อ้างอิงตามรายงานรูปแบบธุรกิจสมัยใหม่และปัจจัยที่ผู้ประกอบการควรรู้ในยุค “โลกป่วน…ควรเปลี่ยน” จัดโดย สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ที่เผยว่าอุตสาหกรรมพลาสติกย่อยสลายได้มีอุตสาหกรรมการเกษตรสนับสนุนแบบครบวงจรในไทย โดยเฉพาะ ไทยเป็นผู้ส่งออกมันสำปะหลังและน้ำตาลสูงติดอันดับ 2 ของโลก

และในขณะนี้ อุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยมีผู้ประกอบการมากกว่า 3,000 ราย ที่พร้อมให้บริการสนับสนุนกระบวนการผลิตด้านพลาสติกชีวภาพด้วย

นอกจากนั้น จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ว่า จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพของไทย จากกฎการยกเลิกใช้พลาสติก โดยมีมูลค่าตลาดส่งออกสูงถึง 16,697 ล้านบาทในปี 2562 และคาดว่าจะมีมูลค่า 19,107 ล้านบาท ในปี 2563 หรือเติบโต 14% ทั้งยังคาดว่าจะเป็นพลาสติกชีวภาพที่เข้าไปทดแทนอย่างน้อยราว 30% ของพลาสติกจากปิโตรเคมี ทีเดียว


ฟังคำตอบ… ทำไม อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ จึงตอบโจทย์เทรนด์โลก & มาแรงสุดในยุคนี้?

เชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพจึงมาแรงในยุคนี้ คำตอบนี้อยู่ในบทความวิเคราะห์ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชิ้นเดียวกัน ซึ่งอธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า

“ขยะพลาสติกที่นับวันจะเป็นต้นเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมในขณะนี้ ทั้งปัญหาปริมาณขยะและมลพิษในรูปของก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้นานาประเทศพยายามหาวิธีแก้ไข โดยการเคลื่อนไหวรณรงค์ลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติก (Petroleum Based Plastics) หลักๆ คือ ขยะประเภทผลิตภัณฑ์ใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) ที่มีถึงเกือบร้อยละ 50 เป็นผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เช่น ขวดพลาสติก แผ่นฟิล์มใสถนอมอาหารและถุงพลาสติก ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีน (Polyethylene: PE) พอลิโพรไพลีน (Polypropylene: PP) และพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (Polyethylene Terephthalate: PET)” 

“แต่อย่างไรก็ดี ในเมืองใหญ่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกนี้ได้ อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของจำนวนประชากร การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือการเพิ่มขึ้นของประชากรในเขตเมือง ด้วยเหตุนี้ วัสดุทางเลือกอย่างพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ที่ผลิตจากพืช ย่อยสลายง่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงมาเป็นทางเลือกเพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก โดย Bioplastics คือพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ด้วยการฝังกลบและย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลาย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน”

โดยในปัจจุบันตลาดหลักสำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ คือ

  • ยุโรปตะวันตก เป็นตลาดผู้บริโภครายใหญ่ เนื่องจากพฤติกรรมของประชาชนในยุโรปถึงร้อยละ 75 ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ประเทศเยอรมนี เนเธอร์แลนด์
  • อเมริกาเหนือ เป็นพื้นที่ที่มีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกมากที่สุดในโลก และเริ่มมีการยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในบางพื้นที่ เช่น แคนนาดา แม็กชิโก ส่วนสหรัฐฯ มีการงดใช้แล้วบางรัฐ
  • เอเชียแปซิฟิก และโอเชียเนีย ที่ผ่านมาพลาสติกชีวภาพยังไม่เป็นที่นิยม แต่การตื่นตัวตามกระแสและการกระตุ้นผ่านมาตรการจากภาครัฐ ผลักดันให้บางประเทศ เช่น ไต้หวัน จีน (บางมณฑล) ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิสราเอล มาเลเซีย โดยเฉพาะ เมียนมาร์และบังกลาเทศ เริ่มลดใช้พลาสติกและหาผลิตภัณฑ์ทดแทน โดยในอนาคตเอเชียแปซิฟิกจะเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพซึ่งจะก้าวมาเป็นผู้นำตลาดแทนยุโรปในอีก 5 ปีข้างหน้า จากอัตราการเติบโตของความต้องการพลาสติกชีวภาพเฉลี่ยสะสมต่อปีถึงร้อยละ 224

ทั้งนี้ เม็ดพลาสติกชีวภาพ PLA ที่สามารถผลิตได้จากพืช ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง หัวบีท อ้อย ข้าวสาลี และข้าวไรย์ ซึ่งที่นิยมมากที่ คือ มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด ล้วนเป็นวัตถุดิบทางการเกษตรที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสูงอยู่แล้ว


ชี้เป้า บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ดาวรุ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมาแรงของไทย

ประเทศไทย มีรากฐานในการเป็นแหล่งอุตสาหกรรมพลาสติกครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมายาวนาน โดยผลิตเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออก ซึ่งอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกมักจะดำเนินงานโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ด้วยความพร้อมด้านเงินทุน  ซึ่งมีปริมาณร้อยละ 75 ของการผลิตเพื่อใช้บริโภคภายในประเทศ ส่วนที่เหลือร้อยละ 25 ส่งออกไปประเทศหลักๆ คือ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น

สถานการณ์ของการดำเนินอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกในตอนนี้ จะเป็นผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยเพราะเทคโนโลยีการผลิตไม่ซับซ้อน โดยมีตลาดส่งออก คือ จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกมักเป็นกิจการขนาดใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยมักจะผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก

แต่สำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ในอดีตยังมีความต้องการผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่จำกัด และการรับรู้จากผู้บริโภคยังน้อย อีกทั้งขาดการพัฒนาในอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตระดับสูง ทั้งยังต้องการสนับสนุนด้านเงินทุนและการส่งเสริมจากรัฐ ทำให้การพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมยังอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยพึ่งพาการนำเข้าเม็ดพลาสติกทดแทน ส่งผลให้ราคาพลาสติกชีวภาพมีราคาสูงและไม่สามารถแข่งขันได้

แต่ในปัจจุบัน ด้วยความต้องการพลาสติกชีวภาพจากกระแสรักษ์โลก รวมถึงความพร้อมในศักยภาพการเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพของไทยดังที่กล่าวมา จึงมีการคาดการณ์แนวโน้มของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของไทยว่า จะมีอัตราการขยายตัวที่ค่อนข้างดี และมีคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติก ที่สามารถปรับรูปแบบการทำธุรกิจให้เอื้อต่อการผลิตพลาสติกชีวภาพได้ไม่ยาก ดังนี้

  • ผู้ประกอบการควรเจาะตลาดส่งออกจากฐานลูกค้าเดิมที่ไทยส่งออกเม็ดพลาสติก เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยเฉพาะในตลาด จีน และญี่ปุ่น ที่มีกฎระเบียบออกมาเพื่อลดการใช้พลาสติกทั่วไปทั้งในผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ เช่น ยานยนต์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้อุปสงค์ในประเทศมีมากกว่าอุปทาน จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ
  • ผู้ประกอบการควรขยายตลาดไปยังผู้บริโภคปลายทางผ่านกลุ่มฐานลูกค้าเดิม เพื่อลดความกังวลเรื่องตลาดรองรับในระยะเริ่มต้น และขยายฐานลูกค้าภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากมาตรการของรัฐที่กำลังออกมารณรงค์ลดการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในอนาคต ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดที่มีศักยภาพสูงสุด คือ ตลาดของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อใช้ในห้างค้าส่ง หรือค้าปลีกขนาดใหญ่ เนื่องจากมีการรณรงค์บังคับใช้ก่อนผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อีกทั้งไม่ต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ในการขึ้นรูป ทำให้ผู้ประกอบการขึ้นรูปส่วนใหญ่สามารถทำได้ทันที
  • นโยบายของรัฐและเอกชน ยังสามารถขยายตลาดในสินค้าคุณภาพสูง (High Value Added Product) อย่างผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพสำหรับอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์การแพทย์ในอนาคต เพราะตอนนี้มีแค่จีนที่เป็นผู้นำด้านการผลิตในเอเชีย โดยมีศักยภาพผลิตแค่สินค้าทั่วไป (Mass Products) เท่านั้น ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสขยายธุรกิจของไทยในตลาดพรีเมียม
  • ต่อยอดจากธุรกิจผู้ส่งออกอาหาร ด้วยการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะการส่งออกเนื้อสัตว์สด ผักและผลไม้สด ที่ต้องอาศัยการห่อหุ้มด้วยบรรจุภัณฑ์พลาสติก ซึ่งไทยส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สหรัฐฯ มาเลเซีย และมีแนวโน้มว่าในอนาคตบางประเทศจะมีมาตรการงดใช้หรือห้ามนำเข้าพลาสติกจากปิโตรเคมีสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้ผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพมีตลาดบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารเพื่อการส่งออก ที่จะรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ในระยะต่อไป

บทสรุปของบทวิเคราะห์นี้ยังชี้ว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกจากพื้นฐานปิโตรเคมีเป็นหลัก จนกระทั่งกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมและมาตรการของรัฐเริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเติบโตตามกระแสของโลก

ไทยซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพให้ครบวงจรเนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมที่สำคัญ คือ ความเพียงพอของวัตถุดิบทางการเกษตร ความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมพลาสติก และนโยบายสนับสนุนจากรัฐที่ชัดเจน อีกทั้งยังอาศัยหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) กับเจ้าของเทคโนโลยีและผู้นำตลาดของโลกที่จะเอื้อประโยชน์ให้ไทยเข้าสู่ตลาดโลกได้เร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรและวัสดุเหลือทิ้งจนเกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคต (Circular Economy) และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ผู้เผยแพร่บทความนี้จึงมองว่า พลาสติกชีวภาพที่ผลิตขึ้น ไม่เพียงแต่ส่งเสริมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม แต่ในอนาคตยังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นที่มีมูลค่าสูง ซึ่งมีไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ รวมถึงเครื่องมือแพทย์ได้ไม่ยาก


ที่มา : บทความวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เรื่อง กระแสรักษ์โลกมาแรง … หนุนการขยายตัวของพลาสติกชีวภาพ (ศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562)


ไทยยังมีศักยภาพการผลิตในอีกหลายอุตสาหกรรม ซึ่งกำลังได้รับการส่งเสริมไปให้สุดทาง คลิกอ่านต่อ

‘นม’ ผนวก ‘นาโนเทค’ หนึ่งในกลยุทธ์ผลักดัน ‘แบรนด์นมแห่งชาติ’ จากไทยไปอาเซียน

‘อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์’ ความหวังใหม่ หนุนไทยก้าวสู่ Medical Hub ครบวงจรได้เร็วขึ้น

‘10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย’ High risk High return ผลสำรวจชี้ จับจังหวะได้ กล้าลงทุน เตรียมรับรายได้ก้อนโต