การเกษตรในร่ม หรือ Indoor Farming เป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของภาคการเกษตรที่ค่อยๆ มีบทบาทในเชิงพาณิชย์มากขึ้นในไทย
การเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ รวมถึงเทรนด์การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้าน อาหารและการตรวจสอบย้อนกลับของผู้บริโภค เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของการเกษตรแบบ Indoor Farming ซึ่งเป็นรูปแบบการเกษตรภายในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืช เช่น
- อุณหภูมิ
- แสงแดด
- ความชื้น
- ปริมาณน้ำ และ ปุ๋ย
Indoor Farming จึงเป็นรูปแบบการเกษตรที่นอกจากจะช่วยประหยัดการใช้ทรัพยากร ทั้งน้ำ ปุ๋ย พื้นที่เพาะปลูก และแรงงานแล้ว ยังช่วยควบคุมปริมาณและคุณภาพผลผลิตได้ตามที่ต้องการ
รวมทั้งช่วยลดความผันผวนในด้านปริมาณและคุณภาพของผลผลิตได้ดีกว่าการเกษตรแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ดี การเกษตรในร่ม หรือ Indoor Farming ต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าการเกษตรดั้งเดิม โดยเฉพาะการลงทุนระบบและเทคโนโลยีการเพาะปลูก

ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ทำการเกษตรแบบ Indoor Farming ส่วนใหญ่เลือกเพาะปลูกพืชที่ให้กำไรสูงและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะเวลาสั้น
รายงานจาก Economic Intelligence Center หรือ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า Indoor Farming เป็นเทรนด์สำคัญของภาคการเกษตรที่ต้องจับตา ซึ่งในแต่ละภูมิภาคของโลกมีรูปแบบการเกษตรแบบ Indoor farming และลักษณะตลาดผู้บริโภคแตกต่างกัน
ปัจจุบันผู้นำในกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา และในแถบยุโรป อาทิ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี
เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีข้อจำกัดด้านภูมิอากาศที่หนาวเย็น ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูกผักและผลไม้บางชนิด พืชที่เพาะปลูกส่วนใหญ่จึงเป็นผักใบเขียว ไมโครกรีน สมุนไพร ดอกไม้ และมะเขือเทศ
ตลาดรองรับส่วนใหญ่ก็เป็นร้านอาหารและครัวเรือนที่ต้องการวัตถุดิบกลุ่มผักและผลไม้ปลอดสารพิษ

สำหรับในแถบเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้นำการเพาะปลูกพืชแนวนี้ มีการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่างๆ มาช่วยในการเพาะปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว
พืชที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ คือ ผักกาดหอม ผักสลัด ป้อนกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและยินดีซื้อผักผลไม้ปลอดสารพิษแม้ว่าราคาจะสูงกว่าผักและผลไม้ทั่วไปก็ตาม
จีน เป็นอีกประเทศที่มีการพัฒนาการเกษตรแบบ Indoor Farming อย่างรุดหน้า มีการก่อสร้างโรงงานปลูกพืช (Plant Factory) ขนาดใหญ่ที่มีการใช้ระบบแสงจากไฟ LED และพลังงานแสงอาทิตย์ในหลายพื้นที่ อาทิ ปักกิ่ง เทียนจิน เหลียวหนิง ชานตง เจียงซู
แม้กระทั่งในเมืองไทย กลุ่ม noBitter ก็สร้างโรงงานปลูกผักขนาดเล็กกลางเมือง โดยมีโครงการทดลองผลิตผักขึ้นมา ณ จุดขาย สาขาแรกคือ ใจกลางสยามสแควร์ หรือ Space@Siam


โดยใช้ชั้น 5 ใน Co-Working Space ปลูก ผักเคล (Kale) ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากแต่หาซื้อไม่ได้ในประเทศไทย
noBitter มองว่าการปลูกผักในปัจจุบัน ระบบซัพพลายเชนทางการเกษตรที่ขนส่งผักมายังตัวเมืองยาวมาก และอาจเกิดการปนเปื้อนของสิ่งต่างๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง จึงทำช็อตคัทเรื่องพวกนี้ด้วยการปลูกผักขึ้นมาแล้วให้ผู้บริโภคมาซื้อ ณ จุดขายได้เลย
แม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงทดลองแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปลูกไม่ทันขาย มีพรีออร์เดอร์ล่วงหน้าเป็นเดือน

อีกแห่งที่จะพาไปดูคือ ฟาร์มสตรอว์เบอร์รีช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ปลูกสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนปรับอากาศระบบปิดที่มีการควบคุมแสงและอุณหภูมิ จึงสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รีได้ทุกฤดู ผลผลิตมีคุณภาพใกล้เคียงกับสตรอว์เบอร์รีนำเข้าจากเกาหลี

ส่วน บ้านไร่ปวริศ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา สามารถเพาะปลูกแตงกวาสายพันธุ์จากเนเธอร์แลนด์ในโรงเรือนระบบปิดได้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์แตงกวาที่ได้ชื่อว่า มีความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ แมลง และเชื้อโรคอย่างมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการเกษตรแบบ Indoor farming เริ่มมีบทบาทในเชิงพาณิชย์มากขึ้น แม้จะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากไทยยังมีทรัพยากรด้านการเกษตรอย่างเพียงพอ ทั้งพื้นที่เพาะปลูก แหล่งน้ำ และจำนวนแรงงานในภาคการเกษตร ขณะที่การเกษตรแบบ Indoor Farming ใช้เงินลงทุนสูงกว่าการเกษตรดั้งเดิม
แต่อนาคตคงปฏิเสธการเติบโตของการเกษตรแบบ Indoor Farming ได้ยาก ด้วยปัจจัย 3 ข้อ
1. การเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นรายใหม่ ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ กลุ่มทายาทเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมมาเป็นการเกษตรแบบ Indoor farming และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ที่หันมาขยายการลงทุนในการเกษตรแบบนี้
2. เทรนด์ความปลอดภัยด้านอาหาร ต่อยอดสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีอยู่ เช่น ร้านอาหาร การท่องเที่ยว
3. การตรวจสอบย้อนกลับของผู้บริโภค ซึ่งการเกษตรแบบ Indoor farming เป็นการทำการเกษตรในสิ่งปลูกสร้างระบบปิด ไม่มีการใช้สารกำจัดศัตรูพืช จึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านความปลอดภัยจากสารพิษได้
รวมถึงไทยอาจมีระดับการพัฒนาไปสู่การเพาะปลูกผักและผลไม้แบบ Indoor Farming เพื่อขายในห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดขึ้นมาเพื่อจำหน่ายพืชผักที่ปลูกในรูปแบบนี้เท่านั้น เหมือนห้างสรรพสินค้า Target ในสหรัฐอเมริกา ที่มีการเพาะปลูกผักแบบ Indoor Farming เพื่อขายในห้างสรรพสินค้าของตนเอง
ดังนั้น…การเกษตรแบบดั้งเดิมจึงต้องปรับตัวรับความท้าทายครั้งใหม่!!!
สนใจเรื่อง Indoor Farming อยู่ใช่ไหม เรามีบทความแนะนำให้อ่านต่อ
ส่อง ‘เทรนด์เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ’ ทั่วโลก พร้อมแนวทางปรับใช้ พัฒนาการเกษตรไทยยุคดิจิทัล










