Friday, August 28, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.293/62

‘มิตซูบิชิ’ พลิกภาพลักษณ์ก้าวสู่ออโตเมชั่นแบรนด์เบอร์ 1 แห่งเอเชีย 

นายซาโตชิ มัตซึชิตะ เจ้าหน้าที่บริหารและประธานกลุ่มงานวางแผนกลยุทธ์และการตลาดทั่วโลก Mitsubishi Electric Corporation ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า มิตซูบิชิสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่จะต้องเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย ด้วยการทำยอดขายในเอเชียให้ได้มากกว่า 25% โดยเฉพาะการเพิ่มยอดขายในอาเซียนให้มากขึ้น จากปัจจุบันยอดขายจากเอเชีย จีน อียู และสหรัฐอเมริกา มีสัดส่วนยอดขายที่ 25%เท่าๆกัน โดยบิตซูบิชิได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการผนึกกำลังกันจากทุกบริษัทในเครือ เพื่อต่อยอดและพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ จากที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว โดยหลังจากนี้จะมุ่งในเรื่องของธุรกิจ 3 ส่วนหลักๆ คือ 1. FA หรือ Factory Automation 2. Auto Pilot และ 3. ระบบพลังงาน ดังนั้นการลงทุนหลังจากนี้จะเน้นระบบออโต้ไพลอทและรถยนต์ไร้คนขับ โดยใช้ไทยเป็นฐานผลิตหลักในอาเซียนและระดับโลก ในอนาคตหากพูดถึงมิตซูบิชิอยากให้คิดถึงเรื่องของ Auto Pilot, FA และระบบพลังงานซึ่งมิตซูบิชิถือเป็นบริษัทที่มีความพร้อมและทรัพยากรหลากหลายโดยเฉพาะดาวเทียมจึงมีการนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ต่อยอดไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคโดยตรงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยมากขึ้น

ประชาชนกว่า 65% แนะรัฐบาลเทงบประมาณด้านสุขภาพและการศึกษา ‘รักษาฟรี–เรียนฟรี’

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “งบฯ ปี 63 ประชาชนหนุนใคร” จากกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,069 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ระหว่าง 15-19 ต.ค.ที่ผ่านมาพบว่าความต้องการของประชาชนต่อการใช้งบประมาณของรัฐในการช่วยเหลือด้านต่างๆ ร้อยละ 65.9 ระบุด้านสุขภาพ เช่น รักษาฟรี หมอดี ยาดี บริการดี สร้างเสริมสุขภาพ, ร้อยละ 64.9 ด้านการศึกษา เช่น เรียนฟรี เรียนสูง โรงเรียนดี ครูดี ช่วยเด็กยากจน, ร้อยละ 59.8 สร้างงาน เช่น คนไทยมีงานทำ ทักษะดี เงินดี มีหลักประกัน มีสุขพอเพียง,ร้อยละ 54.3 ด้านความมั่นคง กองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เช่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ปัญหาภัยพิบัติ สาธารณภัย ช่วยเหลือฟื้นฟูทั่วถึงไม่ตกหล่น และ ร้อยละ 50.8 ด้านคมนาคม เช่น ความปลอดภัยทางถนน ซ่อมแซมติดตั้งสัญญาณไฟ บังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาคนขาดวินัยด้วยเทคโนโลยี

ส.อ.ท. ลุ้น ‘เมกะโปรเจ็กต์–ชิมช้อปใช้’ ช่วยกู้วิกฤตอุตสาหกรรมรถยนต์

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ากลุ่มยายยนต์ได้ปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2562 ใหม่อยู่ที่ 2 ล้านคัน ลดลง 1.5 แสนคัน จากเป้าหมายเดิมอยู่ที่ 2.15 ล้านคัน ต่ำกว่ายอดผลิตรถยนต์ปี 2561 ที่ผลิตได้ 2.16 ล้านคัน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออกคาดจะผลิตได้ 1 ล้านคัน ลดลง 1 แสนคัน จากเดิมคาดไว้ที่ 1.1 ล้านคัน ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศคาดจะผลิตได้ 1 ล้านคัน ลดลง 5 หมื่นคัน จากเดิมคาดไว้ที่ 1.05 ล้านคัน ปัจจัยที่ทำให้ปรับลดเป้าหมายเนื่องจากการส่งออกชะลอตัวเพราะได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามการค้าระหว่างจีน–สหรัฐ ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ขณะที่การจำหน่ายในประเทศที่ลดลงจากสถานการณ์น้ำท่วมและความเข้มงวดที่มากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ของสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม หากตลาดรถยนต์ชะลอตัวลงในช่วงสั้นๆ คงไม่ถึงขั้นต้องเลิกจ้างงาน แต่อาจมีการปรับลดชั่วโมงทำงานล่วงเวลาลงบ้าง โดยจำเป็นต้องติดตามภาคการท่องเที่ยวจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจดีขึ้น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้จากภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนกับภาครัฐ รวมถึงแนวโน้มค่าเงินบาท เหล่านี้เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน ทำให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์น่าจะฟื้นตัวได้ในปี 2563

ชงสร้างทางจักรยานลอยฟ้าตามแนวแอร์พอร์ตลิงก์ ลดมลพิษ เสริมสุขภาพ

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า ที่ผ่านมาการเดินทางสัญจรด้วยรถจักรยานในกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยข้อจำกัดจำนวนมาก ทั้ง (1) ไม่มีทางจักรยานที่ปลอดภัยทำให้ประชาชนจำเป็นต้องขี่บนถนนที่มาพร้อมความเสี่ยงสูงในการถูกรถยนต์เฉี่ยวชนหรือรถจักรยานยนต์เบียด ดังกรณีนักท่องเที่ยวต่างประเทศประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตบนถนนประเทศไทยจากการถูกเฉี่ยวชน (2) สภาพอากาศไม่เอื้อต่อการปั่น จากปัญหาการวางผังเมืองของกรุงเทพฯเป็นผลให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงา ก่อให้เกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั่วบริเวณ และ (3) ต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 และก๊าซพิษอื่นๆ เพราะมลพิษทางอากาศที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงขอเสนอรัฐทบทวนและพิจารณาจัดสร้างทางจักรยานลอยฟ้าซึ่งสามารถทำได้โดย (1) เลือกเส้นปั่นที่ปลอดภัย–เดินทางสะดวกสำหรับคนเมือง โดยเลือกตามแนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เชื่อมจากกรุงเทพตะวันออก–สนามบินสุวรรณภูมิเข้าถึงใจกลางเมืองพญาไท (2) ติดตั้งโครงสร้างทางจักรยาน ด้วยการประกบโครงสร้างเหล็กที่มีน้ำหนักไม่มาก เข้ากับเสาตอม่อแอร์พอร์ตลิงค์ ที่มาพร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักรถไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นเลนจักรยานปั่นไป–กลับ ในระยะทางที่มากกว่า 20 กิโลเมตร พร้อมมีทางลาดลงตามจุดต่างๆ นับตั้งแต่สถานีลาดกระบัง ทับช้าง พระรามเก้า หัวหมาก คลองตัน รามคำแหง เพชรบุรี มักกะสัน ราชปรารภ และ พญาไท

จัดการ ‘Burn out’ ภาวะหมดไฟก่อนลามสู่โรควิตกกังวล–ซึมเศร้า

หมดไฟ

นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายถึงภาวะเบิร์นเอ้าต์ (Burn out) หรือ ภาวะหมดไฟว่าเป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (occupational phenomenon) ไม่ใช่เป็นโรค (medical condition) และเกิดจากความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน ถูกจัดอยู่ในบัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง ฉบับที่ 11 โดยมีรหัสกำหนดในหมวด Z คือ “ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาวะ” ทั้งนี้เพราะเล็งเห็นว่าประเด็นนี้มีความสำคัญคุกคามสุขภาวะและอาจจะนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ เช่น ภาวะโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือแม้กระทั่งปวดหัวชนิดเทนชั่น หรือ โรคนอนไม่หลับ เป็นต้น ด้าน นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าภาวะ Burn out หรือกลุ่มอาการ (Syndrome) ที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในสถานที่ทำงาน ซึ่งยังไม่ถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเป็นลักษณะอาการใน 3 กลุ่มคือ 1. รู้สึกหมดพลังหรือเหนื่อยล้า 2. รู้สึกว่าจิตใจห่างเหินจากงานและมีทัศนคติด้านลบต่องาน 3. ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ขณะที่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO จัดให้เบิร์นเอาต์หรือภาวะหมดไฟในการทำงานควรได้รับคำปรึกษาทางการแพทย์ โดยสาเหตุมักจะเกิดจากการสั่งสมความเครียดจากการทำงานมาเป็นระยะเวลานาน

‘แจ็ก หม่า’ โชว์วิชั่นปั้นผู้ประกอบการแอฟริกาขึ้นชั้นสู่ระดับโลกด้วยกลยุทธ์ 3 E

แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบาซึ่งเพิ่งออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง กล่าวถึงภารกิจใหม่ในงานการประชุม ฟอร์บส์ โกลบอล ซีอีโอ คอนเฟอเรนซ์ ปี 2019 (Forbes Global CEO Conference 2019) ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมแชงกรีลา สิงคโปร์ เกี่ยวกับแผนการในแอฟริกา โดยเขาวางแผนไว้ว่าจะไปสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่นั่น เนื่องจากประทับใจในความฉลาดเฉียบแหลมของคนรุ่นใหม่ในแอฟริกา และวัฒนธรรมการเข้าสู่โลกออนไลน์ของคนแอฟริกาที่มีวิสัยทัศน์จะเปลี่ยนแปลงแอฟริกาและชีวิตของพวกเขา เป้าหมายของเขาคือการทำให้พวกผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นกลายเป็นฮีโรที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก ด้วยกลยุทธ์ 3 E คือ e-government รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความโปร่งใส, entrepreneurs จิตวิญญานในความเป็นผู้ประกอบการ และ education การศึกษายุคใหม่

สภาอังกฤษเลื่อนโหวตข้อตกลง Brexit ขอขยายเวลาออกจากอียูไปอีก 3 เดือน

การประชุมรัฐสภาอังกฤษเกี่ยวกับข้อตกลงในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ หรือเบร็กซิท เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 322 ต่อ 307 ไม่รับร่างข้อเสนอที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ไปตกลงกับผู้นำอียูเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งระบุให้มีการส่งหนังสือแจ้งไปยังอียูเพื่อขอขยายเวลาเบร็กซิทออกไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคมปี 2020 ทำให้นายจอห์นสันซึ่งพ่ายแพ้การลงคะแนนเสียงในรัฐสภาต้องยื่นหนังสือเพื่อขอให้อียูขยายกรอบเวลาในกระบวนการเบร็กซิทจากเดิมที่จะถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ออกไป โดยก่อนหน้านี้นายจอห์นสันยืนยันว่าเขาจะต้องพาอังกฤษออกจากอียูภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพราะเขาเห็นว่าการขยายเวลาเบร็กซิทออกไปจะเป็นผลเสียทั้งกับอังกฤษและอียู อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลว่าหนังสือดังกล่าวจะได้รับการตอบรับหรือปฏิเสธจากอียู ขณะที่นายจอห์นสันยังหวังว่าสหราชอาณาจักรจะได้ออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 ตุลาคมนี้แม้จะค่อนข้างริบหรี่ก็ตาม