Wednesday, August 26, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.294/62

บิ๊กตู่เคาะเงินกองทุนหมื่นล้านปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีที่มียอดรายได้ไม่เกิน 50 ล้านต่อปี

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนัดเฉพาะกิจที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบให้จัดสรรเงินจากกองทุนส่งเสริมเอสเอ็มอีวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทลงไปช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี ด้วยการปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 1% คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนพ..62 – ..63 ครอบคลุมกลุ่มเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 12,250 ราย สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 50 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กรณีบุคคลธรรมดาวงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท  ระยะเวลากู้ไม่เกิน 7 ปี ระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้นไม่เกิน 1 ปี โดยต้องมีบุคคลค้ำประกัน และเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเงินทุนในโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม โครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ

ซีพีพร้อมเซ็นสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน 24 .. เร็วกว่ากำหนด 1 วัน

เศรษฐกิจระบบราง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าจะมีการลงนามสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่าโครงการ 224,544.36 ล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (...) กับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) ในวันที่ 24 .. 2562 เวลา 13.30 . ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน เร็วกว่ากำหนดเดิมวันที่ 25 .. 2562 เนื่องจากทางกลุ่ม CPH แจ้งว่ามีความพร้อมก่อน ซึ่งไม่มีปัญหาทุกอย่างเป็นไปตามกรอบ การลงนามสัญญาเป็นการแจ้งว่าโครงการได้เริ่มต้นแล้ว ซึ่งคณะทำงานกำกับดูแลในการทำแผนส่งมอบพื้นที่ที่มีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน จะมีแผนรายละเอียดในการส่งมอบพื้นที่และเร่งรัดกระบวนการในการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างที่ชัดเจน

ยอดตั้งโรงงาน 10 S Curve 9 เดือนแสนล้าน แปรรูปอาหารอันดับ 1

EEC สินเชื่อ

รายงานข่าวจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) แจ้งว่า การขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (ใบรง.4) และขยายกิจการในช่วง 9 เดือน ของปี 2562 (มกราคมกันยายน 2562) มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 3,184 โรงงาน ลดลง 16.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีอยู่ 3,833 โรงงาน แต่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 42.08% จาก 2.59 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 3.68 แสนล้านบาท ขณะที่การลงทุนกลุ่ม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (10 S Curve) มีการขอการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ รง.4 และขยายกิจการ 903 โรงงานลดลง 15.60% จาก 1,070 โรงงาน มูลค่าการลงทุน 1.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.52% จาก 9.5 หมื่นล้านบาท มีการจ้างงาน 6.64 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 2.94% จาก 6.45 หมื่นคน โดย 10 S Curve ที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารมูลค่าการลงทุน 5.33 หมื่นล้านบาท อิเล็กทรอนิกส์มูลค่าลงทุน 2.88 หมื่นล้านบาท หุ่นยนต์และแขนกลมูลค่าลงทุน 2.67 พันล้านบาท ท่องเที่ยวสุขภาพมูลค่าการลงทุน 1.95 พันล้านบาท และ ยานยนต์มูลค่าลงทุน 1.51 พันล้านบาท

ต่างชาติฮิตถ่ายหนังเมืองไทย คาดสิ้นปีแตะ 6,000 ล้านบาท 

นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวถึงการเตรียมจัดทำแผนรองรับการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความนิยมจากบรรดาค่ายหนังจากทั่วโลกเข้ามาถ่ายทำทั้งภาพยนตร์ ซีรี่ย์ มิวสิควีดีโอ สารคดี และโฆษณาเป็นจำนวนมาก จนมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในปี 62 นี้มีกองถ่ายเข้ามาถ่ายทำเพิ่มขึ้นถึง 100% จากปีก่อน ประเทศที่ยกกองเข้ามาถ่ายทำมากที่สุดคือฝั่งอเมริกา แต่ปัจจุบันนี้ก็มีกลุ่มประทศทางด้านเอเชียใต้เข้ามาถ่ายทำเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย ที่ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก คาดว่าจะสร้างรายได้มากถึง 6,000 ล้านบาท

มาอีกลูก! สถานกงสุลใหญ่ นครโอซากา แจ้งเตือนคนไทยระวังพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 20

เมื่อวันที่ 21 ..62 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา แจ้งเตือนคนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตคันไซ (โอซากา มิเอะเฮียวโกะ วากายามะ เกียวโต นารา ชิกะ) และชิโกะกุ (โทกูชิมะ คากาวะ โคจิ เอฮิเมะ) และนักท่องเที่ยวไทยที่อยู่หรือกำลังเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว โปรดติดตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ทางการท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการเตือนภัยจากพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 20 (Neoguri) ซึ่งเคลื่อนผ่านประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่บ่ายวันที่ 21 ตุลาคม 2562 อิทธิพลของไต้ฝุ่นดังกล่าวจะทำให้เกิดลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในพื้นที่ข้างต้นระหว่างวันที่ 21- ช่วงเช้าวันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดมิเอะและจังหวัดวากายามะที่อาจเกิดดินถล่ม สถานกงสุลใหญ่ฯขอให้คนไทยติดตามข่าวสารสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการของเที่ยวบินต่างๆ และขนส่งมวลชนจากสายการบินและบริษัทผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง

เน็ตเกาหลีหนุนมาตรการใช้ชื่อจริงในโลกออนไลน์ แก้ปัญหาไซเบอร์บุลลี่

Cyberbullying

ภายหลังการเสียชีวิตของไอดอลชาวเกาหลีใต้ชื่อดัง ชเว จินรี หรือ ซอลลี่ อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง f(x) แม้ขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าซอลลี่เสียชีวิตจากเหตุผลใดกันแน่ แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าเป็นการถูก “ไซเบอร์บุลลี่” จากโลกออนไลน์มานานหลายปี ทำให้เธอสะสมความเครียด จนกลายเป็นปัญหาทางสุขภาพจิต ล่าสุดมีชาวเกาหลีใตัจำนวนมากสนับสนุนนโยบายการใช้ชื่อจริงในโลกออนไลน์ เพื่อแก้ไขปัญหาการรังแกกันด้วยคำพูด, ตัวหนังสือ และถ้อยคำต่างๆ หรือไซเบอร์บุลลี่” เนื่องจากทุกคนใช้นามแฝงจนไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองแสดงความเห็นใดๆ ออกไป การแสดงความเห็นดังกล่าวกระทำผ่านโพลล์ของเว็บไซต์ Real Meter ที่สอบถามความเห็นของชาวเกาหลีใต้เกี่ยวกับการเปิดเผยตัวตนและชื่อจริงในชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาไซเบอร์บุลลี่ ผลสำรวจมีผู้แสดงความเห็น 503 คน ปรากฏว่าส่วนใหญ่ 69.5% ตอบว่า “เห็นด้วย” ให้ชาวเน็ตในชุมชนออนไลน์ควรจะต้องเปิดเผยตัวจริง ชื่อนามสกุลจริง โดยในจำนวนนี้ 33.1% เห็นด้วยเป็นอย่างมาก 36.4% เห็นด้วยพอสมควร

จีนปั้นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นแซงหน้ามะกัน

บริษัทวิจัย ฮูรุน รีพอร์ต เปิดเผยรายงานยูนิคอร์นโลกระบุว่า เมื่อเดือน มิ.. ทั่วโลกมีสตาร์ทอัพมูลค่าสูงเกินกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือที่เรียกว่ายูนิคอร์น รวม 494 ราย เป็นบริษัทจีน 206 ราย และสหรัฐ 203 ราย ที่เหลือกระจายอยู่ในประเทศอื่นๆ ทำให้จีนเป็นประเทศที่มียูนิคอร์นมากที่สุดในโลก ขณะที่เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมาข้อมูลระบุว่าจีนมีสตาร์ทอัพยูนิคอร์นรวมกว่า 186 ราย มีมูลค่ารวมมากกว่า 5 ล้านล้านหยวน (736,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) เท่ากับว่าผ่านมาเพียงปีเดียวยูนิคอร์นของจีนเพิ่มขึ้นถึง 20 ราย โดยยูนิคอร์นมูลค่าสูงสุดของจีน ได้แก่ อาลีเพย์ บริการการเงินจากแอนท์ไฟแนนเชียล เซอร์วิส พันธมิตรในเครือยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอะลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านหยวน ตามมาด้วยบริษัทผลิตแอพพลิเคชันไบต์แดนซ์และบริษัทเรียกรถโดยสารตี้ตี่ ซู่ชิง