เปิดหวูด! จ้างงาน 1 แสนตำแหน่ง เหล็ก-ปูน คึกคักรับไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน

601

และแล้ว! โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ก็ลั่นระฆังเดินหน้าอย่างเป็นทางการ

หลังมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการระหว่างกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือ กลุ่ม CPH กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (...) ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562

โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน การลงนามสัญญาดังกล่าว ณ ทำเนียบรัฐบาล

เป็นการประกาศว่า โครงการอภิมหาเมกะโปรเจ็กต์มูลค่า 2.24 แสนล้านบาทในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้เริ่มต้นแล้ว

เศรษฐกิจระบบราง

ซึ่งก่อนหน้านี้หลายฝ่ายต่างกังวลว่าจะเกิดภาวะสะดุดหรือเปล่า?

เพราะเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เลื่อนจนหลายคนเริ่มหมดหวัง

บ้างมองว่าเอกชนคือกลุ่มซีพี เกรงว่าโครงการนี้จะเดินหน้าไปไม่ตลอดรอดฝั่ง จึงพยายามดึงเกมหาทางต่อรองขอผลประโยชน์เพิ่มเติม นำมาซึ่งการเลื่อนแบบไร้เงื่อนงำ

บ้างมองว่าภาครัฐมีปัญหาเรื่องการส่งมอบที่ดิน โดยเฉพาะที่ดินที่จะต้องเวนคืนและต้องขนระบบสาธารณูปโภคออกจากพื้นที่ ถ้าดำเนินการช้ากว่าสัญญาอาจนำไปสู่การเสียค่าโง่เลยถ่วงเกม ไม่ยอมเซ็น

วรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า ร.ฟ.ท.

แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายจาก วรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่า ร... ก็พบความกระจ่างว่า การเซ็นสัญญาที่ล่าช้ากว่ากำหนดหลายเดือนเพราะต้องรอบคอบทุกกระเบียดนิ้ว

ก็จริง! โครงการกว่า 2 แสนล้านจะเซ็นสุ่มสี่สุ่มห้า ได้อย่างไร?

ถ้าเอกชนยังเห็นภาพไม่ชัด เขาก็ไม่กล้าซ็นสัญญา ต้องดูเงื่อนไข ดูเหตุการณ์ ดูเจตนาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมนายวรวุฒิ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ร... และ ซีพี เห็นตรงกันคือโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ จึงไม่มีใครต้องการให้เกิดปัญหาอุปสรรคในภายภาคหน้า

ไม่มีใครอยากได้ค่าโง่หรือเสียค่าโง่

ทุกฝ่ายจึงเช็ครายละเอียดอย่างถี่ถ้วน เพื่อผลประโยชน์โดยรวม

นำทุกอย่างขึ้นมากางบนโต๊ะ วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคหาทางออกร่วมกัน ถ้าเวลาเท่านี้ไม่พอควรจะยืดหยุ่นได้อย่างไรเพื่อให้ไปกันได้

เตรียมกระบวนการช้าหน่อยดีกว่าทำไปแล้วเสียหายภายหลัง

หลายฝ่ายอาจจะเห็นว่าการเตรียมการล่าช้ามาก ก็เพราะว่าต้องรอบคอบ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรักษาการผู้ว่า ร... กล่าว


รัฐได้อะไรจากโครงการนี้

น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ รัฐในฐานะผู้ร่วมลงทุนในรูปแบบการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ได้อะไรจากโครงการนี้?

จากข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) นำเสนอสู่สาธารณชนก่อนหน้านี้ ระบุผลประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนได้รับจากโครงการนี้ ประกอบด้วย

  • 1. ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของรัฐเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน 50 ปี
  • 2. การจ้างงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกว่า 100,000 อัตราใน 5 ปี
  • 3. การจ้างงานระหว่างก่อสร้าง 16,000 อัตรา
  • 4. ใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศ (เหล็ก 1 ล้านตัน ปูน 8 ล้านลูกบาศก์เมตร)
  • 5. การถ่ายทอดเทคโนโลยี

ขณะที่ผลตอบแทนต่อเศรษฐกิจตลอดอายุโครงการ 652,152 ล้านบาท

ผลตอบแทนทางการเงิน 127,985 ล้านบาท 

มูลค่าเพิ่มการพัฒนาเศรษฐกิจ (รัศมี 2 กม.ตามเส้นทางรถไฟ) 214,621 ล้านบาท

ภาษีเข้ารัฐเพิ่ม 30,905 ล้านบาท 

มูลค่าเพิ่มการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกประมาณ 150,000 ล้านบาท

ลดการใช้น้ำมัน เวลา อุบัติเหตุ และสิ่งแวดล้อม 128,641 ล้านบาท


โครงการรถไฟความเร็วสูง

เอกชนจ่ายก่อน รัฐผ่อนเป็นท่อน

เป็นที่ทราบกันดีว่าการที่กลุ่มซีพีและพันธมิตร ประกอบด้วย บจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) บจ.ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น บมจ..การช่าง และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ ชนะการประมูลโครงการนี้ เนื่องจากการขอรับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพียง 117,227 ล้านบาท 

ต่ำกว่าวงเงินสนับสนุนที่รัฐบาลตั้งไว้ 119,425.75 ล้านบาท

และต่ำกว่าคู่แข่งคือ กลุ่มบีเอสอาร์ที่เสนอ 169,934 ล้านบาท ถึง 50,934 ล้านบาท

ที่สำคัญ! วงเงินอุดหนุน 117,227 ล้านบาท ตามข้อกำหนดในสัญญา รัฐจะจ่ายเมื่อโครงการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ อีอีซี

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ อีอีซี อธิบายรายละเอียดในส่วนนี้ว่า เงินที่รัฐต้องจ่ายเงินค่าร่วมลงทุนจำนวน 117,227 ล้านบาท ให้แก่ซีพีภายในระยะเวลา 10 ปีนั้น จะเริ่มจ่ายเมื่อก่อสร้างเสร็จ

โดยแบ่งงานออกเป็น 3 ท่อน คือ ท่อนดอนเมือง พญาไท, ท่อนพญาไท สุวรรณภูมิ และ ท่อนสุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ท่อนไหนแล้วเสร็จเปิดให้บริการก็จ่ายท่อนนั้นก่อน

เช่น หากการก่อสร้างช่วงสุวรรณภูมิ อู่ตะเภาแล้วเสร็จ ตรวจสอบและเปิดให้บริการรัฐจะจ่ายให้ก่อน ซึ่งเป็นระบบที่ดำเนินการกันทั่วโลก

นั่นคือสิ่งเอกชนต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงจรดปากกาลงนาม!!!