การเมืองแตกขั้ว-ป่วยไข้ เคลื่อนไหวเป็นเส้นขนานกับ ความก้าวหน้าของประเทศ

504

ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองวันนี้น่าเป็นห่วง! เพราะดูเหมือนกำลังเข้าสู่โหมดของการ “ผลิตซ้ำ” ความขัดแย้งในสังคมขึ้นอีกครั้ง และมีแนวโน้มความพยายามที่จะขยายวงให้กว้างขึ้น เพียงแต่กลุ่มที่กระทำการเป็น “คนกลุ่มใหม่” ที่ผสมผสานกับกลุ่มฐานความขัดแย้งเดิม ต่อยอดความเคลื่อนไหวเข้ากับพรรคการเมืองใหม่ที่ดูเหมือนอิสระจากอำนาจสั่งการครอบงำเดิม ทำให้ภาพความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น แยกลำบากว่าเป็น “ฝ่ายค้าน” หรือ “ฝ่ายแค้น!”


ความเคลื่อนไหวของบางพรรค ได้ผลิตสร้างความคิดทางการเมืองเป็น 2 ขั้ว สร้างวาทกรรมชื่อเรียกตนว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย” ส่วนขั้วเห็นต่างทางความคิดและกิจกรรม จะถูกกำหนดตำแหน่งแห่งที่ให้ไม่เป็นประชาธิปไตย – จนถึงเป็นเผด็จการ

สรุปคือวิเศษอยู่กลุ่มเดียว….คนอื่นแย่ไปหมด!

การสร้างวาทกรรมความขัดแย้งในลักษณะนี้ เป็นการลดทอนความเข้าใจโลกแวดล้อมจริง โดยใช้ วาทกรรมนำ เป็นกลไกกำกับขับเคลื่อนสร้างความแตกแยก เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองและทำลายคู่ตรงข้ามไปในขณะเดียวกัน เป็นความคิด – ความเคลื่อนไหวที่มุ่งปิดกั้น – กดทับความคิดต่าง เหวี่ยงให้ไปอยู่ขั้วตรงข้าม สร้างภาพให้อีกฝ่ายมีความอ่อนด้อยกว่าชี้นำกำกับ!

ที่จริง วาทกรรมนี้คือ มายาคติ ที่สร้างขึ้นเพราะต้องการทำลายวิธีคิดที่ดำรงอยู่ พื้นที่การเมือง และความเคลื่อนไหวทางการเมือง ใส่กลุ่มที่เห็นต่างและพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ตัวเองมองเป็นศัตรู!

ว่าที่จริงแล้ว ความคิดทางการเมืองดังกล่าวเป็นเรื่อง “ความเชื่อ” มากกว่า “ความรู้” เป็นการเมืองที่ไม่เปิดรับข้อเท็จจริง หรือเปิดรับอย่างจำกัด! ความคิดทางการเมืองที่ว่านี้ มักวนเวียนหมกมุ่นอยู่ในโลกที่ตัวเองเชื่อตามที่ได้รับการปลูกฝังมา แม้โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน อย่างไร ความเชื่อเดิมก็จะบ่มเพาะสร้างภาพ – มโนเชื่อมเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นตามที่เชื่อมา เป็นแกนความคิดที่ปรับตัวยาก ฝังรากลึก หลายครั้งความคิดดังกล่าวก็กลายเป็นความป่วยไข้ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้!

น่าเสียดายที่ประสบการณ์ความขัดแย้ง การเกิดรัฐประหารในการเมืองไทยที่ผ่านมา ไม่อาจช่วยให้คนรุ่นใหม่ๆ มองหา ทางออกทางการเมืองที่เป็นเนื้อเดียวกับความก้าวหน้าของชาติบ้านเมืองได้! เพราะวันนี้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของบางพรรคยังแยกห่างกับ “ความก้าวหน้าของประเทศ” เป็นเส้นขนานที่อยู่ไกลลิบเลย!

นี่คือความน่าวิตกของการเมืองไทยที่ขาด ‘เป้าหมายในการสร้างความก้าวหน้าให้ประเทศ’ ขาดการปรับตัว ไม่สนับสนุนความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง!

ถ้ามองโลกวันนี้ให้กระจ่างชัดจะพบว่า ช่วงการปรับตัวเปลี่ยนผ่านของภูมิรัฐศาสตร์ – ภูมิเศรษฐกิจของโลก ความเคลื่อนไหวและการพัฒนาในปัจจุบัน ได้ผนวกความก้าวหน้าของบ้านเมืองเข้ากับพัฒนาการของเทคโนโลยียุคใหม่อย่างมีนัยสำคัญ อย่างข้อเสนอจากการประชุม เวิลด์ อีโคโนมิกส์ ฟอรั่ม ที่กรุงดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เป็นกระแสความเคลื่อนไหวใหม่ของโลกที่กระตุ้นบอกถึงการที่ทุกประเทศต้องปรับตัวขนาดหนักรับความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ในยุค 4.0

อุตสาหกรรม 4.0 เป็นความก้าวหน้ายุคใหม่ที่สร้างความมั่นใจให้แก่ชาวโลกในระดับที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากสร้างการเปลี่ยนผ่านจากโลกอุตสาหกรรมเก่า – แบบล้างผลาญทรัพยากร – ทำลายสิ่งแวดล้อม สู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ก้าวหน้า – สะอาด – โปร่งใสตรวจสอบได้ – มีการผลิตและบริการประสิทธิภาพสูง – ลดการใช้พลังงานลงมหาศาล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าและความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ขึ้นมากมายหลายอย่าง

อย่างน้อยที่สุดก็ลบล้าง “วาทกรรมประชาธิปไตย” ที่ทำให้โลกต้องเดินตามก้นตะวันตกมานาน นั่นคือ มีแต่ “ประชาธิปไตย” เท่านั้นที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้า – ขจัดความยากจนข้นแค้นให้กับพลเมืองโลกได้

วันนี้ ประเทศสังคมนิยมอย่าง “จีน” ได้ลบวาทกรรมนั้นลงอย่างสิ้นเชิง! ผงาดขึ้นจัดการตัวเอง ขจัดความยากจนให้ผู้คนกว่า 500 ล้านคน ภายในเวลาช่วง 2-3 ทศวรรษ ก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก จัดสภาพแวดล้อมใหม่ สร้างความเชื่อมโยง – เปลี่ยนเศรษฐกิจโลกสู่โครงสร้างเศรษฐกิจพันธมิตร เบียดขับโครงสร้างเศรษฐกิจแองโกลแซกซอนที่ตะวันตกครอบงำอยู่ ให้ลดบทบาทและอำนาจลง!

ภาพปรากฏที่เห็นวันนี้ชี้ชัดว่า ความเคลื่อนไหวในโลกยุคใหม่ต้องการความก้าวหน้าชุดใหม่ ต้องการพลังการพัฒนาแบบใหม่ที่หลุดพ้นจากวาทกรรมประชาธิปไตย! ซึ่งหมายถึงการเมืองใหม่ ต้องปรับตัวให้เข้าใจถึงความก้าวหน้าในโลกยุคใหม่ สร้างความเคลื่อนไหว – การเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองความเจริญก้าวหน้าใหม่ให้เท่าทัน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ใช่หมกตัวอยู่กับประเด็นการเมืองแบบเก่าๆ เพียงเพื่อสร้างประโยชน์ – สร้างความชื่นชมให้ตัวเอง – สร้างความเข้าใจผิด หลงตัวเองว่ารู้ทุกเรื่อง! มีประชาธิปไตยเป็นคำตอบทุกสิ่งทุกอย่าง!

นี่คือความคิดที่การเมืองเก่าต้องทบทวนใหม่ และต้องไม่พึ่งพาวาทกรรมแบ่งเขาแบ่งเรา! ต้องเข้าใจว่าพัฒนาการของประวัติศาสตร์การเมือง – เศรษฐกิจ แต่ละช่วงตอนที่เกิดขึ้นในสังคมนั้นมีโลกแวดล้อมของมัน! จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดึงตัวเองออกจากมายาคติกลับสู่โลกที่เป็นจริง

ไอ้ที่จะดึงการเมืองถอยกลับสู่ประวัติศาสตร์ 2475 เพื่อแค่เอาชนะ – ยกตัวเป็นฮีโร่นั้น ไม่มีทางทำได้!

ด้วยเหตุว่า โลกทุกวันนี้ต้องการการเมืองที่สร้างความก้าวหน้า – ไม่ใช่การเมืองที่สร้างความแตกแยกอีกต่อไป ซึ่งการคิดสร้างประเทศได้นั้นต้องเผชิญกับข้อเท็จจริงให้ได้ เพื่อขจัดความป่วยไข้ทางการเมืองออกไป และทำให้ “ความก้าวหน้าของประเทศ” เป็นเป้าหมายเดียวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง


 

 

เรื่อง : Apichartology