“เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” (ตอนแรก)

357

ผมเคยเขียนถึง “ของวิเศษโดราเอม่อนที่กลายเป็นจริง” มาแล้วที่สาลิกาของเราแห่งนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันแบบนี้ เมื่อปีกลาย


จุดหมายของ “ของวิเศษโดราเอม่อนที่กลายเป็นจริง” ก็คือ การย้อนไปทบทวนดูว่า “ของวิเศษ” อะไร ของ “โดราเอม่อน” ที่มีการประดิษฐ์คิดค้นกันขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริงกันบ้าง?

มาปีนี้ก็อยากต่อยอด “ของวิเศษโดราเอม่อนที่กลายเป็นจริง” อีกสักครั้งนะครับ โดยตั้งใจจะนำเสนอเป็น Series เกี่ยวกับ “เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” สักสี่ซ้าห้าตอนครับผม

โดยที่ผมตั้งใจ “ย้อนแย้ง” บทความ “ของวิเศษโดราเอม่อนที่กลายเป็นจริง” ด้วยการนำเสนอ “เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” เพื่อสำรวจดูว่า พล็อตเรื่องใน “นิยายวิทยาศาสตร์” เล่มต่างๆ นั้น ในปัจจุบัน มีการนำมาสร้างเป็น “นวัตกรรม” อะไรกันบ้าง?

เรามาเริ่มต้นกันที่ The New Science of Feelings หรือ “ข้อค้นพบใหม่ของวิทยาศาสตร์ด้านสภาวะอารมณ์” กันก่อนเลยนะครับ

The New Science of Feelings มีที่มาจากหนังสือของ Richard J.Davidson เล่มที่มีชื่อว่า The Emotional Life of Your Brain ครับ

The Emotional Life of Your Brain นิยายวิทยาศาสตร์”
The Emotional Life of Your Brain พูดถึงกระบวนการทำงานของสมองในส่วนของการควบคุมอารมณ์

Richard J.Davidson นั้น เป็นศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาและจิตเวช เป็น ดร.สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัย Wisconsin-Madison ครับ

Richard J.Davidson นิยายวิทยาศาสตร์”
Richard J.Davidson

Richard J.Davidson บอกว่า มนุษย์เรามีองค์ประกอบสำคัญทางด้านลักษณะอารมณ์อยู่ 6 อย่าง อันประกอบไปด้วย

    1. Resilience แปลว่า การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์
    2. Outlook แปลว่า ทัศนคติ
    3. Self-Awareness แปลว่า ความตระหนักรู้
    4. Social Intuition แปลว่า การหยั่งรู้ด้วยสัญชาตญาณ
    5. Attention แปลว่า พฤติกรรมที่เหมาะสม
    6. Sensitivity to Context แปลว่า ปฏิกิริยาทางอารมณ์

ในประเด็นเดียวกัน Jonah Lehrer นักวิชาการด้านประสาทวิทยาของมหาวิทยาลัย Columbia ได้เขียนบทความลงในนิตยสาร Wired ชื่อว่า The New Science of Forgetting

Jonah Lehrer นิยายวิทยาศาสตร์”
Jonah Lehrer

The New Science of Forgetting แปลว่า “ข้อค้นพบใหม่ของวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความทรงจำ” ที่ Jonah Lehrer บอกว่า มี 4 ขั้นตอนในการ “ลบความทรงจำ” อันประกอบไปด้วย

  1. เลือกความทรงจำที่ต้องการลบ โดยธรรมชาติ
    ความทรงจำนั้นจะฝังรากลึกอยู่ในสมอง ให้เราลองเลือกความทรงจำที่ต้องการลบ ข้อควรระวังคือ ระหว่างอย่าไปลบความทรงจำดีๆ ก็แล้วกัน
  2. Test Recall ทดสอบการหวนคะนึง
    ผลวิจัยจากห้องทดลองชิ้นนี้ชี้ว่า การเรียกคืนความทรงจำต้องอาศัยการเชื่อมต่อกันของเครือข่ายเส้นประสาทด้วยวิธีการสังเคราะห์โปรตีนพิเศษตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า PKM-zeta หรือ Protein kinase C zeta type
  3. Nuke the Memory ยิงขีปนาวุธใส่ความทรงจำ
    นักวิจัยใช้ตัวยาวิเศษไปขวางกั้นการทำงานของ PKM-zeta เมื่อโปรตีนส่งไปสังเคราะห์ไม่ได้ เครือข่ายเส้นประสาทบริเวณความทรงจำที่เลือกไว้ก็จะหยุดเชื่อมต่อ
  4. Everything Else is Fine ความทรงจำที่เหลือยังอยู่ดีมีแฮง โครงข่ายประสาทของคุณยังทำงานเป็นปกติหลังยาออกฤทธิ์ ความทรงจำส่วนที่ไม่ต้องการจะถูกขวางกั้นไว้ ส่วนความทรงจำดีๆ ยังมีให้ระลึกถึงเสมอ

ครับ, สำหรับ “เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” ผมคงเปิดประเดิมตอนแรกเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน ในครั้งหน้า เราจะมาต่อกันด้วยกรณีศึกษาเกี่ยวกับ Superhuman และ Humanoid รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ Bionic Man และ Bionic Woman


อ่านกันต่อในตอนที่ 2 นะครับ

“เรื่องจริง” ที่สร้างจาก “นิยายวิทยาศาสตร์” (ตอนที่ 2)