ห้วงเวลาปัจจุบัน คือโมงยามแห่งกระแสอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติให้มีความยั่งยืน โดยเฉพาะข่าวพลาสติกเกลื่อนมหาสมุทร เป็นสาเหตุให้สัตว์ทะเลล้มป่วยและตายจากไปก่อนวัยอันควร อีกทั้งยังสะสมไมโครพลาสติก และสารพิษอื่นๆ จำนวนมาก ย้อนกลับมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล
ดังนั้น คำว่า Recycle ที่เคยเป็นกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงกลายเป็นศัพท์ที่สุดเชยไปแล้ว เพราะพลาสติกหลายชนิดไม่สามารถ Recycle ได้ และในจำนวนที่ Recycle ได้ก็ไม่สามารถเก็บมา Recycle ได้ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนแยกขยะที่ล้มเหลวในหลายๆ ประเทศนั่นเอง
แม้ผมเอง ก็ยังเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการ Recycle เอาไว้ใน “สาลิกา” ของเราแห่งนี้ ในชื่อตอนว่า “รีไซเคิล ‘ป้ายไวนิล’ ขยะที่ทนทุกสภาพอากาศ แต่ร้านของเก่าไม่รับซื้อ” เมื่อราวกลางปีที่ผ่านมา ตอนนั้น ผมได้นำเสนอเรื่องราวของการ Recycle ป้ายไวนิล เอาไว้ว่ามีหลายองค์กรได้ลงมือทำอย่างตั้งใจ
นอกจากคำว่า Recycle ในกระแสอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติ เรายังเคยมีศัพท์อื่นๆ ที่ใช้รณรงค์กันมาในยุคอดีต ไม่ว่าจะเป็น Reduce, Reuse หรือ Repair และกับคำใหม่ล่าสุดในวงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่ในปัจจุบันได้มีการสร้างคำศัพท์ และกระบวนการอนุรักษ์คำใหม่ขึ้นมา
ซึ่งก็คือ คำว่า Upcycle นั่นเองครับ


Upcycle หรือบางสำนักก็เรียกว่า Upcycling นั้น เป็นกระบวนการใหม่ในกระแสอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแตกต่างจาก Recycle อย่างแน่นอน เพราะคำว่า Re คือการนำกลับมาเข้าสู่วงจร (Cycle) การใช้ใหม่ ส่วน Up คือการเพิ่มมูลค่าให้กับวงจร (Cycle)
Recycle นั้น คือการนำของที่พวกเราไม่สามารถใช้ซ้ำได้แล้ว อาจจะเพราะของนั้นพังทลาย หรือหมดอายุการใช้งาน หรือเหลือใช้ กระบวนการ Recycle ก็จะนำกลับไปเข้าแปรรูป เช่น การหลอม ให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ แต่คุณภาพอาจลดลง แล้วนำวัตถุดิบนั้นกลับมาผลิตเป็นสินค้าขึ้นมาใหม่
จึงอาจกล่าวได้ว่า กระบวนการ Recycle มีส่วนทำให้คุณภาพ หรือมูลค่าของสินค้าหรือวัตถุดิบที่เกิดขึ้นใหม่ดังกล่าวนั้น มีความด้อยค่ากว่า ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ โดยเฉพาะอาจด้อยมูลค่าลง อีกทั้ง กระบวนการแปรรูปให้เป็นวัตถุดิบใหม่นี้ ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรอื่นๆ อีกมากมายด้วยครับ
ส่วนกระบวนการ Upcycle มีรากฐาน และที่มาจากแนวคิดการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Design โดยบางสำนักก็เรียกว่า Eco-Design หรือการ Design for the Environmental การออกแบบเพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมนั่นเองครับ


โดยแนวคิด Upcycle นั้น ก็เป็นกระบวนการที่เน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทั้งหลาย มาพัฒนาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพ และมีมูลค่าสูงขึ้น และที่สำคัญก็คือ ต้องเป็นสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งกระบวนการออกแบบและการผลิต
ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Upcycle มีที่มาจากคำว่า Up และคำว่า Cycle โดยคำว่า Up นั้นก็มีที่มาจากคำว่า Upgrade หรือการปรับปรุงในทางบวก และคำว่า Recycling ที่หมายถึง การนำเศษวัสดุต่างๆ ที่กลายเป็นขยะแล้วกลับมาทำสรรค์สร้างเป็นของใช้ใหม่ ด้วยไอเดียการออกแบบเก๋ๆ ที่มีความงดงาม
จุดเด่นของ Upcycle ก็คือ “การดีไซน์” ทั้งในด้านรูปแบบ และเนื้อหา ที่สำคัญก็คือ กระบวนการ Upcycle จะต้องไม่ใช้พลังงาน และทรัพยากรอื่นๆ หรือต้องไม่มีการแต่งเสริมเติมสร้าง กระบวนการทางเคมีที่ส่งมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีแนวคิดที่แตกต่างจาก Recycle อย่างสิ้นเชิง
โดยทั่วไป วงจรของการ Upcycle นั้น สามารถแบ่งออกได้ 2 กระบวนการ ดังนี้
- ยกระดับด้วย “ดีไซน์”
เช่น การทำยางรถยนต์มาทำเป็นชุดเก้าอี้สนาม หรือกระถางต้นไม้ ไปจนถึงสร้างเป็นคอนโดเลี้ยงกบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นำมาทำเป็นกระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ผลิตภัณฑ์จากยางรถยนต์ หรือการนำอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ ของจักรยาน มาประดิษฐ์เป็นนาฬิกา หรือโคมไฟ หรือเครื่องออกกำลังกาย - ยกระดับด้วย “เทคนิค”
อาทิ การใช้กระดาษ A4 ให้ครบทั้ง 2 หน้า ตามออฟฟิศสำนักงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แต่มีข้อแม้ก็คือ กระดาษ A4 ยี่ห้อที่จะนำมา Upcycle จะต้องมีคุณภาพในระดับหนึ่ง อาทิ ต้องไม่สร้างปัญหาในการนำมาใช้ถ่ายเอกสารใหม่ คือไม่ติดในเครื่องถ่ายเอกสารนั่นเองครับ
ตัวอย่างสำคัญที่ผมอยากยกมาเล่าให้ฟังเป็นการทิ้งท้ายเกี่ยวกับกระบวนการ Upcycle ก็คือ กรณีศึกษาของ Post-it (โพส-อิท)

ซึ่งเป็น Best Practice ที่ดีสำหรับการ Upcycle นั่นคือ ปกติแล้ว การใช้ Post-it เราใช้เขียนข้อความสั้นๆ ในลักษณะของ Note สั้น หรือข้อความที่ใช้เตือนความจำ หรือเป็นที่คั่นเอกสารในแฟ้มเซ็นอนุมัติ ซึ่งโดยทั่วไป เราก็จะเขียน Post-it กันเพียงหน้าเดียว แต่นั่นไม่ใช่กระบวนการ Upcycle ที่แท้ทรูนะครับ
เพราะถ้าหากจะทำตามแนวคิดของ Upcycle แล้ว จะต้องมีการค้นคิดประดิษฐ์ Post-it เวอร์ชันใหม่ หรือ Post-it Paper’s Back ที่สามารถใช้เขียน Note ได้ทั้ง 2 หน้า ซึ่งว่ากันว่า กระบวนการ Upcycleรจาก Post-it มาสู่ Post-it Paper’s Back นี้ ใช้ระยะเวลาในการออกแบบกันนานถึง 3 ปี เลยทีเดียวครับ
หากคุณรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ – สิ่งแวดล้อม เราคือเพื่อนกัน และนี่คือบทความที่คุณอาจสนใจ
รีไซเคิล ‘ป้ายไวนิล’ ขยะที่ทนทุกสภาพอากาศ แต่ร้านของเก่าไม่รับซื้อ
เทคโนโลยีและความยั่งยืน เทรนด์แห่งอนาคต กำหนดทิศทางพัฒนา ‘อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหาร’











