‘พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ’ เปิดทุกความจริง พิชิตภารกิจผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมการบิน แบบไม่หลงทาง

2593

“เทรนด์ของโลกตอนนี้เขาขาดแคลน นักบิน แต่เทรนด์บ้านเรา นักบินไทยตกงาน สาเหตุที่มาจากตอนนี้มีนักบินจบมาเยอะมากจากหลักสูตรการบินที่สถาบันการศึกษาพากันเปิดมากมาย เปิดโดยที่ไม่รู้ Demand driven ของสายการบิน หรือ ผู้ประกอบการ ว่าต้องการใช้นักบินต่อปีเท่าไร การผลิตออกมาก็เลยเฟ้อไปหมด” เชื่อว่า แค่จั่วหัวนี้ จากปากของ พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ ผู้ว่าการ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ก็สามารถเรียกความสนใจของผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงอุตสาหกรรมการบินได้แล้ว เพราะนี่คือความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งสวนทางกับกระแสข่าวที่ว่าบ้านเรากำลังขาดแคลนบุคลากรการบินโดยสิ้นเชิง

บทสัมภาษณ์นี้ จึงต้องการอธิบายถึงความจริง จากผู้บริหารสถาบันการศึกษาซึ่งเป็นกำลังหลักในการผลิตบุคลากรการบินของประเทศ ก่อนนำเสนอมุมมองด้านทิศทางที่เหมาะสมในการวางแผนผลิตกำลังคนป้อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุด


ฟังความจริง จากปาก ‘พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ’ ผู้ว่าการ สบพ. เราขาดแคลนบุคลากรการบิน จริงหรือ?

เมื่อเริ่มต้นบทสนทนา พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ ได้โฟกัสไปถึง key success ของการพิชิตภารกิจการผลิตบุคลากรด้านการบินก่อนเลยว่า คือ ความร่วมมือกัน การหันหน้ามาพูดคุยกัน ระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย หลักๆ ก็คือ ภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานที่รับนโยบายไปปฏิบัติ สถาบันการศึกษา รวมถึงผู้ประกอบการ

พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ // facebook.com/pg/catcthailand

“ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องมาพูดคุยกันว่าจะมีพื้นที่ไหนที่ฝ่ายผู้กำกับนโยบายกับผู้ปฏิบัติจะมาบูรณาการความร่วมมือกัน เพราะงานของผู้กำกับนโยบาย ก็จะมุ่งไปที่การหาผู้ประกอบการมาลงทุน ส่วนผู้บริหารองค์กร หน่วยงาน หรือธุรกิจ แน่นอนว่าเขาก็อยากได้คนที่มาลงทุนในอีอีซีจำนวนมาก แต่การจัดคลัสเตอร์มาดูแลเรื่องการผลิตบุคลากร ต้องมีการเตรียมการ วางแผนยุทธศาสตร์ เพราะการผลิตบุคลากร เราไม่สามารถผลิตเผื่อไว้ได้ ถ้าเราผลิตมาแล้วไม่มีงานรองรับ เกิดเขาตกงาน มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ”

“ขณะที่ในบางโรงงาน บางสถานประกอบการ เราต้องใช้หลัก Demand driven ไปปรับ ต้องมีคุณลักษณะ มาตรฐาน ปริมาณ ที่เขาต้องการ ซึ่งตรงนี้ ต้องมีการวางแผนร่วมกันว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เพื่อให้วางแผนดำเนินการด้านการผลิตบุคลากรให้ได้ทันเวลา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต่างฝ่าย ต่างจะไปคิดกันเองได้ เพราะชุดเหตุผลที่มาอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ คือ เทรนด์ความต้องการบุคลากรด้านอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย กับ เทรนด์โลกมันต่างกัน ดังที่เกริ่นในตอนต้นว่าเทรนด์ของโลกตอนนี้เขาขาดแคลน นักบิน แต่เทรนด์ในบ้านเรา นักบินไทยตกงาน”

สาเหตุที่เกิดสภาวะนี้ พลเรือตรีปิยะ ฟันธงว่าเป็นเพราะความไม่รู้ว่า Demand driven ของสายการบิน หรือ ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการบินต้องการใช้นักบินต่อปีเท่าไร จึงไม่มีการวางแผนร่วมกัน ทำให้เกิดกระแสข่าวออกไปว่าประเทศไทยกำลังขาดแคลนนักบิน ตลอดจนบุคลากรด้านการบิน จนเกิดการเปิดหลักสูตรการบินหรือโรงเรียนการบินที่ไม่ได้มาตรฐานมากมาย

“ที่ผ่านมา หลักสูตรการบินที่เปิดขึ้นตามกระแสมักประสบปัญหาด้านการขาดมาตรฐาน เพราะการที่บุคลากรจะไปทำงานในอุตสาหกรรมการบินได้ ต้องผ่านมาตรฐานการฝึกอบรมจากสถาบันนานาชาติที่ได้รับการรับรองด้านนี้ อย่าง ICAO The International Civil Aviation Organization หรือ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่มีหน้าที่หลักในการรับรองนักศึกษาที่จบการศึกษาด้านนี้ออกมา ต้องได้รับใบ certificate จาก ICAO จึงจะทำงานในสายงานนี้ได้”

ICAO The International Civil Aviation Organization

“ขณะเดียวกัน การเรียนในสาขาช่างซ่อมอากาศยาน ต้องตั้งต้นจากคำถามก่อนว่า การจะเป็น ช่างซ่อมอากาศยาน ต้องเรียนอะไรบ้าง ต้องผ่านการอบรม การรับรองมาตรฐานจากสถาบันระดับนานาชาติใดบ้าง การเปิดหลักสูตรซ่อมบำรุงอากาศยาน จึงไม่ใช่ว่าใครๆ ก็เปิดได้ หรือเปิดได้จริง แต่เด็กที่จบมา เมื่อไม่ได้รับการรับรองหรือประกาศนียบัติจากสถาบันในระดับสากล พวกเขาก็จะขาดโอกาส ไม่มีเวที ไม่มีพื้นที่ให้เขาทำงาน นับเป็นความสูญเสียและสูญเปล่าชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ทีเดียว”

ดังนั้น พลเรือตรีปิยะ จึงสรุปในประเด็นนี้ก่อนว่า ทิศทางแรกในตอนนี้ที่ควรทำ เพื่อพัฒนาบุคลากรตอบด้านการบินสนองความต้องการในเขตพื้นที่อีอีซี คือ การสื่อสารกับทั้งนักศึกษา บุคลากรผู้สอน หรือสถานศึกษา ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า คนที่จะเข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมการบินจะต้องผ่านการอบรม และได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากสถาบันรับรองมาตรฐานด้านนี้ จึงจะทำงานในอุตสาหกรรมนี้ได้

“ถ้าไม่เร่งทำภารกิจนี้ ฟันธงได้เลยว่าก่อนที่อีอีซีจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จะมีเด็กจบจากหลักสูตรการบินออกมาเต็มไปหมด แต่ออกมาก็ไม่มีงานรองรับ เพราะไม่มีสถานประกอบการไหนรับถ้าไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรมาตรฐานระดับนานาชาติ”พลเรือตรีปิยะย้ำอีกครั้ง

“จากนั้นในขั้นการกำหนดนโยบาย เพื่อให้สถาบันการศึกษาหรือสถานประกอบการ เข้ามาร่วมมือกัน ฝึกอบรม ผลิต และพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมการบิน ต้องถูกกำหนดให้เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องมาพูดคุยกันในลักษณะการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแข่งขันกันในเชิงพาณิชย์หรือการเปิดหลักสูตรการบิน ที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาดจริยธรรม”


ได้เวลาอัปเดตเทรนด์ความต้องการบุคลากรการบินระดับโลก แล้วปรับเข้ากับการวางยุทธศาสตร์การผลิตกำลังคนของไทย 

“ในขณะที่ ธุรกิจการบินในประเทศไทยกำลังดาวน์ แต่ก็ยังคงมีการกระพือข่าวว่า บุคลากรการบินขาดแคลน ถามว่าสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ต้องอธิบายว่าจริงๆ บุคลากรการบิน โดยเฉพาะนักบินมันขาดแคลนจริงในเคสของการสายการบินเกิดขึ้นใหม่ที่ต้องการนักบินด่วนที่สุด จึงเกิดการดึงตัว ซื้อตัวกัน แต่จะเกิดเฉพาะในกลุ่มของนักบินที่มีประสบการณ์ ส่วนนักบินใหม่ตอนนี้ จากข้อมูลทางสถิติล่าสุด ยังตกงานและยังคงหางานอยู่ในระบบอยู่ ไม่ต่ำกว่า 600-700 คน” พลเรือตรีปิยะ อธิบายต่อในประเด็นที่สังคมไทยเข้าใจผิดกันมานาน จนเป็นสาเหตุให้เกิดกระแสที่นำมาสู่การเปิดหลักสูตรการบินที่ไม่ได้มาตรฐานขึ้นมามากมาย ในช่วงที่ผ่านมา

“สังคมไทยตอนนี้ถูกบิดเบือนด้วยกระแสข่าวที่ผิดมาตลอด ยิ่งในเรื่องการผลิตกำลังคนด้านอุตสาหกรรมการบิน ผมยืนยันได้ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่หลักในการผลิตบุคลากรด้านนี้ ว่าบุคลาการด้านการบินที่ผลิตออกไปสู่ภาคอุตสาหกรรม เราไม่ได้ขาด อ้างอิงได้ด้วยผลงานวิจัยที่ทางสถาบันฯทำอยู่ แต่เราพูดออกไป เสียงมันดังไม่พอ มันไม่ดังได้เท่ากระแสที่ว่าบุคลากรด้านนี้ขาด”

“ประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถ้าต้องการเปิดสอนในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการบินทั้งวงจร คือ มาตรฐาน มีการฝึกอบรมรายชั่วโมงตามที่มีสถาบันระดับนานาชาติที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกรับรองและยอมรับหรือไม่ เครื่องมือเครื่องไม้ ที่จะใช้ในการเรียนการสอนพร้อมหรือเปล่า และที่ลืมไม่ได้ คือ บุคลากรผู้สอน มีทักษะและความรู้พร้อมที่จะสอนหรือไม่ ซึ่งทักษะในที่นี้ รวมทั้งทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพต่างๆในอุตสาหกรรมการบินที่พร้อมถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ ทักษะด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงไปในธุรกิจการบิน ไปจนถึงทักษะพื้นฐาน อย่าง ทักษะด้านภาษาด้วย”

เมื่อทราบความจริงที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมการบินของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานการณ์ความต้องการกำลังคนด้านการบินของไทย แล้ว ก็ได้เวลาเปิดโลกไปอัปเดตเทรนด์ความต้องการบุคลากรด้านการบินของโลก เพื่อนำมาปรับใช้เป็นแนวทางในการผลิตบุคลากรด้านนี้ให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมการบิน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบไม่หลงทาง

“การที่บริษัทแอร์บัสจะเข้ามาเปิดศูนย์ซ่อมอากาศยานในประเทศไทย ผมได้พูดคุยกับผู้บริหารของเขา เขาบอกมาได้เลยว่าภายใน 10 ปี ต่อจากนี้ ไม่ได้ต้องการคนเยอะเลย แต่ขอคุณภาพ คุณสมบัติ และผ่านการรับรองมาตรฐานตามกฎเกณฑ์ที่เขายอมรับ คือ EASA หรือ European Aviation Safety Agency

“ที่ผ่านมา แอร์บัสบอกเลยว่า ที่เขามาเลือกไทยเป็นที่ตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานด้วยสาเหตุอะไร ทักษะแรงงาน ที่ตั้งทำเล นโยบายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุน ที่กล่าวมานี้ ใช่ทั้งหมด มีหมดแล้ว แต่ความคาดหวังว่าต้องมีบุคลากรที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ จำนวนเท่านี้ ยังไม่ได้รับการตอบสนอง”

และจุดนี้เอง ที่ พลเรือตรีปิยะ ชี้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับทาง สบพ. เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาใช้มาตรฐานการรับรองของ ICAO แต่เมื่อ ประเทศไทย ได้กลายเป็น จุดหมายของการมาจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของ บริษัท แอร์บัส บริษัทเจ้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบินระดับโลก ซึ่งการมาตั้งศูนย์ซ่อมฯของแอร์บัสในครั้งนี้ แน่นอนว่าทางแอร์บัสต้องการบุคลากรการบินตามมาตรฐานของบริษัทฯด้วย โดย พลเรือตรีปิยะ อธิบายเพิ่มเติมถึงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ว่า

พลเรือตรี ปิยะ อาจมุงคุณ // facebook.com/pg/catcthailand

“ทาง สบพ. เอง ได้ปรับหลักสูตร ปรับมาตรฐานการอบรมฐานใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นของแอร์บัส จากเดิมที่เราใช้มาตรฐานการรับรองของ ICAO ที่ทุกปี ทางสถาบัน ICAO จะมา audit เราก็ต้องมาปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับกฏเกณฑ์ของแอร์บัส โดยบุคลากรที่เขาจะรับเข้าทำงานจะต้องผ่านมาตรฐานการรับรองจาก EASA ตามมาตรฐาน EASA Part-147 Maintenance Training Organisation เท่านั้น”

“ การพัฒนาในครั้งนี้จึงทำให้เราต้องแบกรับต้นทุนสูงมากพอสมควร เพราะประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศนอกยุโรป อย่าง บุคลากรผู้สอน เราต้องส่งไปฝึกอบรมกับเขา ต้องใช้เงินทุนค่าส่งไปอบรมถึงคนละ 3 ล้านบาท”

“แต่ระหว่างที่เราเดินหน้าพัฒนา ต้องยอมรับว่าในตอนนี้ก็ยังไม่มีการคุยหรือประชุม เปิดเวที หรือทำเวิร์คชอปกันเพื่อแจ้งการอัปเดตข้อมูลที่ถูกต้องว่า สนามบินอู่ตะเภาที่จะเกิดขึ้นในอีอีซี ใครจะมาบริหาร ทางท่าอากาศยานที่กำลังจะเปิดต้องการบุคลากรสายไหนบ้าง จะมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอะไรมาลงทุน ต้องการกำลังคนด้านไหน จำนวนประมาณเท่าไร ในประเด็นเรื่องการผลิตบุคลากรที่กล่าวมานี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย”

ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนในตอนนี้ ตามมุมมองของ พลเรือตรีปิยะ คือ การประชุมหารือ ระหว่างภาคการศึกษาหลักที่มีหน้าที่ผลิตกำลังคนด้านการบิน กับคณะผู้บริหารอีอีซีอย่างเป็นกิจลักษณะและเป็นทางการ ว่าจะมีแนวทางการผลิตบุคลากรเพื่อ support ตลาด ภาคอุตสาหกรรมการบิน ในพื้นที่ที่เราต้องการอย่างไร จะมีผู้ประกอบการที่คาดว่าจะมาเปิดบริษัทผลิตชิ้นส่วนอากาศยานกี่โรงงาน ต้องการช่างที่มีทักษะอะไรบ้าง วิชาเอกอะไร ได้รับ license อะไร


ก้าวที่กล้า ของ สถาบันการบินพลเรือน สถาบันการศึกษาหลักผลิตบุคลากรการบินคุณภาพของไทย

มาถึงประเด็น การพัฒนามาตรฐานการเรียนการสอนของ สบพ. ในตอนนี้ พลเรือตรีปิยะ ย้ำชัดว่า เกณฑ์ด้านคุณสมบัติของนักศึกษาที่ทางสถาบันฯกำหนดไว้ ก็ยังคงให้ความสำคัญกับทักษะภาษา ถ้าไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทางสถาบันฯก็ไม่รับ เพราะคนที่จะไปเป็นนักบินแอร์ไลน์ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทางบริษัทต้องเลือกนักบินทั้งที่ผ่านมาตรฐานการอบรมจากสถาบันระดับโลก ทักษะด้านภาษา การเป็นผู้นำ มีวินัย มีการตัดสินใจที่ดี ยังคงเป็นคุณสมบัติที่บุคลากรการบินต้องมี

“ปีหนึ่ง ทาง สบพ. ผลิตบุคลากร ถ้าเป็นนักบิน ก็ประมาณ ปีละ 80-100 คน ซึ่งเป็นไปตามอัตราที่ ICAO รับรอง ทำให้ต้นทุนของเราสูง ค่าเล่าเรียนเราไม่ได้เพิ่ม เพราะเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ภาครัฐสนับสนุน เพื่อให้เราผลิตบุคลากรการบินให้สายการบินไทย สายการบินแห่งชาติ และหน่วยงานอื่น เช่นการท่าอากาศยาน วิทยุการบิน”

“ส่วนการผลิต ช่างซ่อมอากาศยาน ก็ปีละประมาณ 100 คน เช่นกัน เมื่อจบไป อัตราการได้งานทำก็เกือบทั้งหมด เพราะเราทำตามที่ตลาดต้องการ แต่สิ่งที่น่าน้อยใจ คือ ตอนนี้บุคลากรที่จบมายังได้รับเงินเดือนตามวุฒิ ซึ่งอยู่ในระดับที่น้อยอยู่ ทั้งที่ในระดับโลก เขาให้เงินเดือนตามทักษะ และประสบการณ์กันหมดแล้ว”

ต่อมา พลเรือตรีปิยะได้หยิบเอาประเด็นเรื่องภารกิจการผลิตบุคลากร มหานครการบินอู่ตะเภา ที่กำลังเดินหน้าพัฒนาว่าต้องการการบูรณาการความร่วมมือ และการมากำหนดแผนยุทธศาสตร์การผลิตกำลังคนร่วมกัน อย่างการเกิดขึ้นของ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะการพิชิตภารกิจการผลิตกำลังตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายทุกด้าน ต้องรู้ก่อนว่าจะมีความต้องการ มี Demand driven บุคลากรเท่าไร โดยมีปัจจัยสำคัญนำทางการผลิตบุคลากร คือ คุณภาพ ปริมาณ เวลาในการผลิต

“บริษัทแอร์บัส พูดเลยว่าถ้ามาเปิด MRO แล้ว ไม่มีบุคลากรที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มีจำนวนเพียงพอ เขาก็ทำธุรกิจไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อมูลนี้จะได้มาก็ด้วยการไปสอบถามผู้ประกอบการ แต่ตอนนี้การได้มาซึ่งข้อมูลนี้ยังยาก เพราะยังไม่รู้เลยว่าผู้ประกอบการคือใคร แต่สำหรับเรา เรารู้ว่าในปีแรกอาจจะไม่มา เราก็เตรียมผลิตบุคลากรแบบประมาณการไว้ก่อน ที่สุดแล้ว เราต้องได้ตัวเลข ได้ข้อมูลที่แน่นอนมาเพื่อผลิตบุคลากรตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด”

และตอนนี้ พลเรือตรีปิยะ ยังชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มการรับบุคลากรเข้าทำงานในภาคอุตสาหกรรมการบินก็เปลี่ยนไป หลายสายการบิน วางยุทธศาสตร์ชัดเจนว่าจะพัฒนาบุคลากรของตนขึ้นมา โดยการคัดเลือกบุคลากรที่เป็นมีความสามารถโดดเด่นของบริษัท มีประสบการณ์แล้ว ส่งมาอบรมในหลักสูตรระยะสั้นในลักษณะของการ upskill หรือ reskill ซึ่ง ทาง สบพ. เองก็ต้องมีการปรับหลักสูตรระยะสั้น เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายตรงนี้

www.catc.or.th

“ก้าวต่อไปของ สบพ. คือ ทาง ICAO ต้องการให้เราเปิดศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน 1 ใน 30 ศูนย์ ที่ดีที่สุดในโลก หรือ Center of Excellence เป็นศูนย์ที่เปิดรับบุคลากรจากประเทศต่างๆ เข้ามาฝึก เพราะเราอยู่ในฐานะสมาชิก full member ขณะเดียวกัน ICAO ก็ขอให้เรารับนักศึกษาให้มากขึ้น เปิดหลักสูตรให้มากขึ้นด้วย”

“สืบเนื่องมาจาก ปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ศูนย์ที่สิงคโปร์มีความแออัด และมีค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมสูงมาก ทำให้ประเทศในกลุ่มเอเชีย อาเซียน รวมถึง CLMV อาฟริกา และกลุ่มโซเวียตเก่า ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนได้เพราะค่าใช้จ่ายแพง ทาง ICAO จึงมองถึงศักยภาพของ สบพ. กรุงเทพฯ”

“เราจึงเสนอรัฐบาลว่าเราจะยกระดับมาตรฐานการฝึกอบรมเพื่อรองรับจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นจากทุกวันนี้ จากที่สถาบันฯเปิดรับนักศึกษา ทั้งภาคปกติรวมกับหลักสูตรระยะสั้นประมาณ 3,700 คน ในปีการศึกษาที่แล้ว ก็ให้เราตั้งเป้าใหม่ว่า ต้องขยายกำลังการผลิตกำลังคนให้ได้ 5 พันกว่าคน ต่อปี เพื่อรองรับการผลิตบุคลากรการบินในระดับภูมิภาคอย่างที่กล่าวมา”

“ส่วนที่สนามบินอู่ตะเภา เราวางแผนว่าจะไปเปิดศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน เป็นศูนย์ใหญ่ โดยย้ายจากที่ สบพ. ไป ซึ่งก็สอดคล้องกับระบบการฝึกอบรมใหม่ตามมาตรฐานของ EASA ที่จะเป็นการฝึกอบรมในบรรยากาศของ โรงเรียน-โรงงาน”

“และต่อไป ในการผลิตบุคลากรด้านการบิน ผู้ประกอบการจะต้องมีส่วนร่วมในการให้ทุน ไม่ว่าจะเป็นรูปของการบริจาค การให้ทุนการศึกษา การอำนวยความสะดวกด้าน เครื่องมือ อุปกรณ์การสอนจริง การให้เงินพิเศษในรูปของเงินเดือน หรือในรูปของเงินที่จะเอาไปลงทะเบียนจ่ายค่าหน่วยกิต กับคนที่คุณจะรับเข้าไปทำงานในอนาคต จะจำนวนกี่คนต่อปี คุณก็จ่ายในจำนวนเท่านั้น รวมถึงการเปิดให้ครูของเราไปฝึกงาน ขณะเดียวกัน ให้บุคลากรของสถานประกอบการมาเป็นครูพิเศษของเราเพื่อแลกเปลี่ยน นี่เป็นภารกิจที่ทางสถาบันฯตั้งใจว่าต้องทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมให้ได้ ซึ่งตอนนี้ในบ้านเรา ระบบนี้ยังไม่เกิดขึ้นเลยในกระบวนการผลิตบุคลากรการบิน ทั้งที่ในระดับโลกเขาทำกันมานานแล้ว”


จะพิชิตภารกิจผลิตบุคลากรตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างไร ต้องอ่านต่อ

EEC HDC ยกระดับ ภารกิจพัฒนาบุคลากร 10 S-curve ขยายความร่วมมือ 3 หน่วยงานหลัก พัฒนาทักษะวิชาชีพ ครบทุกมิติ

“รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก” อธิการบดีป้ายแดง ม.บูรพา ภารกิจนำองค์กร ก้าวสู่ “มหาวิทยาลัยแห่งอีอีซี”

‘เจน นำชัยศิริ’ Industry 4.0 is NOW! ภาคอุตสาหกรรม จับมือ นักวิจัย ประเทศไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด