ประกาศศักดิ์ศรีงานศิลปหัตถกรรมไทย ‘กระเป๋าถือลิเภาประดับเครื่องถมเงิน’ ของขวัญทรงคุณค่า ที่ระลึก ‘การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35’

293

การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการเปิดศักราชแห่งการทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนของไทย ด้วยแนวคิดสำหรับการเป็นประธานอาเซียนของไทยที่ว่า Advancing Partnership for Sustainability หรือ “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” โดยมีองค์ประกอบ 3 ประการ ต่อไปนี้


หนึ่ง ‘การก้าวไกล’ (Advancing)

โดยให้อาเซียนมองและก้าวไปด้วยกันสู่อนาคตอย่างมีพลวัต ใช้ประโยชน์จากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการสร้างระบบภูมิคุ้มกันจากเทคโนโลยีก้าวกระโดด และความท้าทายต่างๆ ในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับ MSMEs เพื่อก้าวไปสู่ดิจิทัลอาเซียน (Digital ASEAN)

สอง ‘การร่วมมือ ร่วมใจ’ (Partnership)

ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลกโดยการเสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนบวกหนึ่ง และโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นแกนกลางเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศ โดยคำนึงถึงความสมดุลและประโยชน์ต่อประชาชน และเพิ่มบทบาทของอาเซียนในเวทีโลกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในการนี้ ตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับอาเซียนคือการส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ การเชื่อมโยงประชาชน โดยเฉพาะในบริบทของปีวัฒนธรรมอาเซียน ค.ศ. 2019 รวมถึงการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อก้าวไปสู่อาเซียนที่ไร้รอยต่อ (Seamless ASEAN)

สาม ‘ความยั่งยืน’ (Sustainability)

มุ่งสู่การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงที่ยั่งยืน ความยั่งยืนด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการจัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและมีนวัตกรรมจะมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้

ทั้งนี้ เพื่อสื่อถึงมิตรไมตรีตอบกลับไปยัง ผู้นำประเทศ และแขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ณ ประเทศไทย ในครั้งนี้ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า SACICT ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ คัดสรรของขวัญที่จะมอบเป็นที่ระลึกแก่คู่สมรสของผู้นำอาเซียน ซึ่งไม่เพียงงดงาม เป็นคุณค่าที่คู่ควรกับเหล่าผู้นำประเทศอาเซียนเท่านั้น ทว่า ยังเป็นการประกาศศักดิ์ศรี “งานศิลปหัตถกรรมไทย” ที่รังสรรค์โดย ช่างฝีมือชาวไทย ให้ชาวโลกได้ประจักษ์อีกด้วย


เปิดตัว กระเป๋าถือลิเภาประดับเครื่องถมเงิน ของขวัญทรงคุณค่า ที่ระลึก การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึง กระเป๋าถือลิเภาประดับเครื่องถมเงิน ของขวัญที่ผ่านการคัดสรรเพื่อมอบเป็นของที่ระลึกในโอกาส การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 นี้ว่า

นางสาวแสงระวี สิงหวิบูลย์

“กระเป๋าถือลิเภาประดับเครื่องถมเงิน ซึ่งสร้างสรรค์โดยช่างฝีมือจาก จ.นครศรีธรรมราช คือ นางสุเจนจิต ทองเสภี ผู้ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการเชิดชูจาก SACICT ให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2560 ประเภทเครื่องจักสานลิเภา ร่วมกับ น.ส.นภารัตน์ ทองเสภี ผู้เป็นบุตรสาวและเป็นทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย”

สำหรับกระเป๋าถือย่านลิเภาประดับเครื่องถมเงิน ตัวกระเป๋าทำจาก “ลิเภา” ไม้เลื้อยตระกูลเฟิร์น ซึ่งเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเองพบบริเวณภาคใต้ของไทย ลำต้นของลิเภาเป็นเส้นยาวโดดเด่นเรื่องความเหนียว ทนทาน มีประวัติศาสตร์อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นในการทำเครื่องจักสาน

โดยขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะฝีมือ ความประณีต ความชำนาญ รวมถึงความวิริยะอุตสาหะในการจักสานลิเภา จึงถือเป็นงานหัตถศิลป์ขั้นสูงของไทย ซึ่งคนไทยคุ้นเคยและประทับใจกับความงดงามของกระเป๋าลิเภาเป็นอย่างดี ผ่านกระเป๋าทรงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์

“กระเป๋าถือลิเภาถมเงิน” เป็นงานทำมือทุกขั้นตอน ใช้สีน้ำตาลเหลือบสีเขียวอ่อนเป็นสีธรรมชาติของลิเภา ใช้เทคนิคการชักเลียดให้ได้เส้นลิเภาที่ละเอียดผสมผสานภูมิปัญญาการสานลวดลาย “เมล็ดแตง” ซึ่งเป็นลายโบราณที่สืบทอดกันมาจากความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นก่อนที่มีอาชีพเกษตรกรรม

ทั้งยังพัฒนารูปทรงของกระเป๋าให้มีมิติที่สวยงามแปลกตา จากเดิมที่เคยทำเป็นกระเป๋ามีหูจับ ให้เป็นกระเป๋าคลัชที่มีความเก๋ เรียบง่าย มีลักษณะเป็นรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยม ให้ความรู้สึกมินิมอล ขนาดกะทัดรัดถนัดมือ ทันสมัยเรียบแต่โก้ และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ภูมิปัญญาการจักสานย่านลิเภาไว้อย่างครบถ้วน ส่วนด้านในกระเป๋าเพิ่มความเรียบหรูด้วยการบุด้วยผ้าไหมสีงาช้าง

พร้อมเพิ่มคุณค่าให้ล้ำค่ามากขึ้นไปอีกด้วยงานเครื่องถม ซึ่งเป็นงานเชิงช่างชั้นสูงของ จ.นครศรีธรรมราช มาทำเป็นอุปกรณ์ตกแต่งกระเป๋า โดยใช้ลวดลายไทยอย่างลายประจำยาม ลายกนก มาออกแบบร่วมกับรูปทรงพวงมาลัยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตราสัญลักษณ์ของการประชุมผู้นำอาเซียนในครั้งนี้ และพวงมาลัยยังถือเป็นสื่อความหมายแห่งความเป็นมงคล การต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิต สุดท้าย รองผู้อำนวยการ SACICT ได้สื่อถึงความหมายล้ำลึกที่ซ่อนไว้ในดีไซน์การออกแบบของ งานศิลปหัตถกรรม อันล้ำค่าชิ้นนี้ ว่า

“ทั้งนี้ อุบะมาลัยเป็นตัวแทนถึง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน สะท้อนถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนอาเซียนไปข้างหน้าด้วยกันโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมการประกาศศักดาของพลังแห่งประชาคมอาเซียนที่มีความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวในการช่วยเหลือเกื้อกูลและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและยั่งยืน”


อ้างอิง :


ติดตามความเป็นไปในอาเซียน ในประเด็นอื่นเพิ่มเติม

อัปเดต 2 ประเทศมาแรง แนะผู้ประกอบการไทย พิชิต ‘ตลาดการค้าอาเซียน’ ด้วยเทคนิคเปิดประตู 5 บาน

‘ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21’ อะไร ? ที่เยาวชนอาเซียน อยากเรียนรู้มากที่สุด ฟังคำตอบพร้อมต่อยอดสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

‘นม’ ผนวก ‘นาโนเทค’ หนึ่งในกลยุทธ์ผลักดัน ‘แบรนด์นมแห่งชาติ’ จากไทยไปอาเซียน