รู้จัก ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี’ มิติใหม่ของโรงไฟฟ้าบนแม่น้ำโขง เป็นมิตรทั้งกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

540

CKPower พร้อมเดินเครื่อง ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี’ เชิงพาณิชย์ 29 ตุลาคมนี้ ทั้ง 8 หน่วย กำลังการผลิตรวม 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามแผนโดยจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 7,600 ล้านหน่วยต่อปี เบื้องต้น 95% จะขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และอีก 5% จะส่งให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EdL) พร้อมย้ำจุดยืนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ทันทีที่ได้รู้ข่าวนี้ก็ทำให้อยากรู้จัก ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขง’ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมุมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เพราะโดยปกติแล้ว มักจะมีข่าวออกมาในแง่ว่า โรงไฟฟ้า มักจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง ดังนั้น หาก ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี’ ที่เพิ่งเปิดแห่งนี้ สามารถลบข้อครหาในด้านนี้ได้ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งเป็นต้นแบบของโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่น่าสนใจทีเดียว


คิดมาตั้งแต่เริ่มสร้าง ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี’ ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทุกมิติ

แนวคิดของการก่อสร้าง ‘โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี’ ได้รับการถ่ายทอดผ่าน ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการงานวางแผนธุรกิจ CKPower บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ที่กล่าวชัดเจนว่า

“โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีได้ชื่อว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกบนลำน้ำโขง ที่ใส่ใจวิถีธรรมชาติของแม่น้ำและตั้งใจรักษาไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ในการวางแผนก่อสร้างและออกแบบจึงเลือกเอาเทคโนโลยีที่ดีและทันสมัยที่สุดมาใช้ในการวางแผนดูแลระบบนิเวศของแม่น้ำโขง ตลอดกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างความมั่นคงทางพลังงานร่วมกัน ทั้งประเทศไทยและ สปป.ลาว”

โดยความเป็น “ต้นแบบ” ในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีหลากหลายด้านที่แสดงถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ผ่านการคิดและวางแผนมาอย่างใส่ใจ


ต้นแบบ โรงไฟฟ้าแบบฝายทดน้ำขนาดใหญ่ (Run-of-River)

การผลิตไฟฟ้าเกิดขึ้นโดยอาศัยการยกระดับน้ำและการไหลของน้ำอย่างต่อเนื่องเข้าสู่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยไม่มีการชะลอมวลน้ำ น้ำที่ไหลเข้าสู่โรงไฟฟ้าจึงไหลออกสู่ท้ายน้ำด้วยอัตราการไหลตามธรรมชาติ เป็นการบริหารจัดการน้ำแบบ Inflow-Outflow เพื่อรักษาสภาพแม่น้ำโขงไว้ให้คงเดิมตลอดระยะเวลาผลิตไฟฟ้า นอกจากนั้น การยกระดับน้ำของกระบวนการผลิตไฟฟ้าจะยกขึ้นเท่าระดับน้ำในตลิ่งช่วงฤดูน้ำหลาก เป็นการยกระดับน้ำเพียง 1 ครั้งตลอดอายุของโรงไฟฟ้า โดยการยกระดับน้ำนี้แล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2561

และนวัตกรรมที่สำคัญ คือ โรงไฟฟ้าไซยะบุรีแห่งนี้ สามารถบริหารเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามการไหลของน้ำในแม่น้ำโขงตามฤดูกาลได้ และโรงไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องมีอ่างเก็บน้ำเพื่อกักเก็บมวลน้ำสำรองไว้สำหรับผลิตไฟฟ้าแต่อย่างใด


ต้นแบบ โรงไฟฟ้าพลังน้ำลดภาวะโลกร้อนได้จริง

กว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศไทย ผลิตจากกระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงประเภททรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป แต่ไฟฟ้าพลังน้ำเป็นพลังงานหมุนเวียน ปราศจากการใช้เชื้อเพลิง อาศัยเพียงความต่างของระดับน้ำและการไหลของน้ำเท่านั้น จึงไม่มีความร้อนเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตไฟฟ้า และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.5 กิโลกกรัมต่อหน่วยไฟฟ้า (kWh) ทีเดียว

จาก วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวและสถาบันปลูกป่า ปตท. ได้อธิบายไว้ว่า เมื่อเทียบแล้ว โรงไฟฟ้าไซยะบุรีผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 7,600 ล้านหน่วยไฟฟ้าต่อปี มีความสามารถในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 3.8 ล้านตันต่อปี ซึ่งเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากป่าไม้ได้ประมาณ 2.1 ล้านไร่ในทุกปี


ต้นแบบ โรงไฟฟ้าล่องหน

ด้วยการรวบรวมเอาความก้าวหน้าทางวิศวกรรมทุกแขนงพร้อมที่ปรึกษาจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก มาร่วมออกแบบคัดสรรเทคโนโลยี เพื่อให้ฝูงปลา ตะกอน และเรือในแม่น้ำโขงยังคงเดินทางผ่านโครงสร้างทุกส่วนของโรงไฟฟ้าไปได้ ผ่านการออกแบบทางสัญจรเรือที่ทันสมัย เปรียบไปก็เหมือน ‘โรงไฟฟ้าแห่งนี้ล่องหน’ ไม่ได้มีโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่เลย

นอกจากนั้น การวางทางปลาผ่านที่นี่ นับได้ว่าเป็นโมเดลที่สมบูรณ์แบบที่สุดในปัจจุบัน โครงสร้างประตูระบายน้ำล้น ทำหน้าที่เป็นประตูระบายตะกอนทั้ง 11 บาน ซึ่งได้ออกแบบเพื่อรองรับการระบายน้ำและตะกอนขนาดต่างๆ ในระดับความลึกที่ต่างกัน เพราะตระหนักดีว่า ตะกอนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เป็นทั้งอาหารของสัตว์น้ำ และยังทับถมเป็นปุ๋ยธรรมชาติตลอดลำน้ำจนไหลออกสู่ทะเล


ต้นแบบ โรงไฟฟ้ารักษ์ปลา

จากการศึกษาพฤติกรรมของปลาลำน้ำโขงอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การพัฒนาอย่างผสมผสาน ผ่านการออกแบบระบบทางปลาผ่านที่ทันสมัยในแบบ Multi-system Fish Passing Facilities โดยวางระบบให้ครอบคลุมความหลากหลายของพันธุ์ปลา มีช่องทางให้ปลาสามารถว่ายผ่านได้ตลอดทั้งโครงสร้างโรงไฟฟ้า และเลือกใช้กังหันน้ำที่เป็นมิตรกับปลา หรือ Fish Friendly Turbine ซึ่งเป็นกังหันแกนตั้งที่มีรอบการหมุนต่ำ มีจำนวนใบพัดน้อย

ส่วนด้านความปลอดภัย ยังได้ชื่อว่าเป็นโรงไฟฟ้ามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ด้วยการศึกษาสถิติแผ่นดินไหวและปริมาณน้ำหลากย้อนหลัง บวกกับการเลือกใช้ค่าความปลอดภัยสูงสุดในการก่อสร้าง เพื่อให้โครงสร้างของโรงไฟฟ้ามีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้มากกว่าเขื่อนทั่วไปถึง 4 เท่า และรองรับปริมาณน้ำหลากได้ถึง 47,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยน้ำหลากสูงสุดจากสถิติฝนหมื่นปี


ชุมชนรอบข้าง ก็ได้รับประโยชน์จาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่นี้ด้วย

แน่นอนว่า ชุมชนรอบข้างก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มักได้รับผลกระทบกับการเปิดโรงไฟฟ้า ทว่า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าไซยะบุรี เป็นกลุ่มประชาชนที่ได้รับการดูแลคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่อย่างดี จากการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแห่งนี้

เริ่มตั้งแต่การเคารพแนวทางการดำรงชีวิต การเลี้ยงชีพแบบดั้งเดิม รวมทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณี ตลอดจนสำรวจพื้นที่การโยกย้ายอย่างละเอียด ทั้งสภาพความอุดมสมบูรณ์ ความเหมาะสมในการดำรงชีพ การพัฒนาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของชุมชน ฝึกอาชีพ สร้างรายได้ โดยทั้งหมดนี้บริหารงานภายใต้การดูแลจากรัฐบาล สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิม ด้วยการทำโครงการ เฮือนเคียงโฮง (ไฟฟ้า) ขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงไฟฟ้า ประชาชน รวมถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


โรงไฟฟ้า เพื่อเสถียรภาพด้านพลังงาน ของภูมิภาค

ด้วยไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นพลังงานหมุนเวียนเพียงชนิดเดียวที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่สะอาด โดยโรงไฟฟ้าไซยะบุรีมีกำลังผลิตติดตั้งรวม 1,285 MW เชื่อมโยงเข้ากับระบบสายส่งขนาด 500 กอโลโวลต์ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงสามารถรองรับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของทั้งไทยและ สปป.ลาว

ทั้งยังสามารถเป็นโรงไฟฟ้าหลัก รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงในแต่ละวัน รวมถึงรองรับสภาวะฉุกเฉินหากโรงไฟฟ้าใกล้เคียงเกิดขัดข้อง ด้วยการผลิตไฟฟ้าชดเชยส่วนที่ขาดได้อย่างทันท่วงที นับเป็นการเติมเต็มเสถียรภาพการจ่ายไฟในระบบของ กฟผ. ได้อย่างดี และโรงไฟฟ้าไซยะบุรียังมีความยืดหยุ่นสูงในการเดินเครื่องพร้อมกันได้ทั้ง 7 เครื่อง หรือแยกเดินเฉพาะเครื่องให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในลำน้ำและความต้องการใช้ไฟ เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ทั้งสองประเทศได้อย่างดี


ที่มา : สกู๊ปข่าว เรื่อง โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี โรงไฟฟ้าต้นแบบเพื่อพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2562


มีนวัตกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้อัปเดตในอีกหลากหลายมิติ

อัปเดต ‘นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต’ น่าจับตาแห่งปี ต้องครบทั้ง ฉลาด ไฮเทคโนโลยี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘วิถีชุมชน สิ่งแวดล้อม โครงการอีอีซี’ 3 ประสาน พัฒนาไปด้วยกันได้ ด้วยความเข้าใจของคนท้องถิ่น

‘เครื่องวัดการสังเคราะห์แสงของพืชแบบพกพา’ นวัตกรรมวางแผนปลูกพืชฝีมือนักศึกษาไทย แม่นยำ & เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม